Warning!!!!
Movie Spoiler!
เขียนเมื่อวาน ปั่นสดๆไม่คำนึงถึงภาษา ^^! ไม่ได้ใส่ใจปรู๊ฟจริงๆจังๆนะคะ เพราะแต่งเล่นๆ
แถมคนแต่งยังไม่ได้ดู Movie แค่ฟังคนอื่นเล่ามานะคะ ^^!
อาจจะเรียกได้ว่าเป็นฟิก AU after Movie มั้ง?
BitterSweet Homuculuses
แก๊ง แก๊ง..
เสียงลูกตุ้มนาฬิกาตั้งพื้นโบราณแกว่งไปมาบอกเวลาชั่วโมงที่ผ่านไป ใต้ความมืดมิดยามรัตติกาลที่ประพรมผ่านหน้าต่างหลังคาบานเล็กๆ มีเพียงแสงจางๆจากโคมไฟตั้งโต๊ะอันเล็กสาดฉาบทั่วพื้นผิวเฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้อแข็งเก่าคร่ำคร่า
ร่างเล็กบางของชายหนุ่มในชุดลำลองนอนคุดคู้อยู่บนเก้าอี้ท้าวแขนบุผ้าสักหลาดสีน้ำตาลอ่อน เรือนผมสีทองสว่างตกรู่ผ่านดวงหน้าเรียวเล็ก ระแผงไหล่บางลงสยายกระจายเต็มพื้นผิวเรียบมันของโต๊ะทรงกลมที่เจ้าตัวเผลอฟุบศีรษะลงหลับใหล ผิวขาวนวลที่โผล่พ้นเสื้อเชิ้ตขาวยับยู่แดงเรื่อใต้แสงไฟ
... ผนังอิฐดิบฉาบปูนเปลือยโล่งถึงเพดาน ตกแต่งบางส่วนด้วยม่านระย้าทอมือ เสริมแต่งบรรยากาศมืดอับภายในห้องเล็กๆ ที่อัดแน่นไปด้วยนาฬิกาโบราณหลากหลายรูปแบบ ทั้งแขวนผนัง ตั้งโต๊ะ ...ไปจนกระทั่งนาฬิกาพกเรือนเล็กจ้อย ทีวางเรียงอย่างเป็นระเบียบในตู้กระจก
อืม..
เสียงกรนเบาๆลอดผ่านริมฝีปากที่เผยอน้อยๆ เมื่อเสียงประตูแง้มเปิดเบาๆดังสะท้อนก้องในความเงียบสงัด
ร่างๆหนึ่งค่อยๆผลุบกายผ่านออกจากหลังบานประตูไม้โอ้ค ขายาวเรียวย่างเท้าอย่างเงียบกริบผ่านโต๊ะเปียโนขนาดใหญ่ เลี้ยวตัดตู้กระจกจัดวางนาฬิกาพก ตรงมายังโซฟาที่ร่างเล็กๆใช้เป็นสถานที่หลับนอน
พี่ฮะ
เด็กหนุ่มตัวสูงเขย่าไหล่อีกฝ่ายเบาๆ รอยยิ้มอ่อนโยนคลี่ประดับใบหน้าหล่อเหลาน้อยๆ เมื่อดวงตาสีทองของร่างเล็กๆเริ่มคลี่เปิดช้าๆ
อัล? เอ็ดเวิร์ด เอลริคกะพริบตาถี่ๆ ภาพใบหน้าพร่าลางที่โน้มต่ำลงแนบใกล้ค่อยๆแจ่มชัด ร่างบางยันกายขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเลด้วยความช่วยเหลือจากน้องชาย
เด็กหนุ่มหันหันมองใบหน้าอ่อนเยาว์ ที่ตอนนี้เริ่มฉายแววหล่อเหลาออกมาให้พอหงุดหงิดใจ ...ทั้งๆว่ากันตามรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว อัลฟอนส์ เอลริคมีอายุขัยเทียบเท่ากับเด็กชายวัยเพียงสิบห้าปี แต่ทำไมเจ้านั่นถึงสูงเอาๆ จนชะลูดเหนือเขาไปหลายสิบเซนต์แล้วละ...
แต่ที่สำคัญ ... รูปลักษณ์ที่เติบโตขึ้นของน้องชาย ยิ่งย้ำเตือนความทรงจำถึง หมอนั่น ...คนที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยังคงติดตรึงอยู่ในใจไม่มีทางลบเลือน
เอ็ดเบ้ปาก ยกแขนขึ้นบิดตัวสลัดความเมื่อยล้าออกจากกล้ามเนื้อ ฉันเผลอหลับไปเหรอ? กี่โมงแล้วเนี่ย?
แต่ก่อนที่รอยยิ้มจะคลี่ประดับใบหน้าหวานน่ารัก ปลายนิ้วเรียวกลับเผลอแตะเข้าที่ข้างริมฝีปาก ...สัมผัสหนืดเหนอะของของเหลวสีแดงสด ...ผสานกับกลิ่นคาวน้อยๆที่ค่อยๆลอยตลบสู่ประสาทสัมผัส...
โลหิตของใครบางคนเคลือบเต็มช่องปากด้านใน...
อัล ...ไม่เห็นหรือไงนะ?
แม้คำถามที่ไร้ข้อสรุปจะลอยเคว้งภายในจิตใต้สำนึก ...แต่เอ็ดเวิร์ดปฏิเสธจะกล่าวถึงมัน
...ความกลัวว่าคนในครอบครัวเพียงคนเดียวจะมองเขาด้วยสายตาที่ผิดแผกมากไปกว่านี้ ย้ำเตือนให้จำต้องสะกดกลั้น ความรู้สึกหลายหลากที่พุ่งพล่านอยู่ในจิตใจ ...แม้ของเหลวสีแดงฉาน ...กับรสสัมผัสหอมหวานที่ยังติดอยู่ปลายลิ้น แทบจะกระชากหัวใจเขาให้หยุดเต้น...
มันจะเข้าควบคุมเขาแล้วหรือนี่ ........ไม่ ....
เที่ยงคืนแล้วฮะ น้องชายตอบซื่อๆ พลางสอดมือเข้าประคองใต้เรียวแขน แต่ถูกอีกฝ่ายปัดออกอย่างไร้เยื่อใย
ไม่ต้องหรอก ฉันเดินเองได้
อัลนิ่วหน้า เขาไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ดีๆพี่ชายถึงเกิดหงุดหงิดขึ้นมาได้
ถึงจะถูกปฏิเสธแต่เด็กหนุ่มยังดื้อ มือแกร่งยื้อแขนดึงร่างพี่ชายมาพยุงจนได้ น้ำหนักเบาหวิวที่ได้สัมผัสยิ่งสร้างความหงุดหงิดให้เด็กหนุ่ม อย่าหัวดื้อเป็นคนแก่ไปหน่อยเลยน่า สภาพร่างกายพี่น่ะไม่ปกติเหมือนเดิมแล้วนะฮะ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหงุดหงิดกับขาที่อ่อนแรงของตัวเอง หรือกระทบกับคำพูดเสียดแทงใจของอัลฟอนส์กันแน่ แต่อารมณ์ฉุนเฉียวก็พุ่งทะยานขึ้นระเบิดเป็นเสียงตวาดกร้าว แล้วนายคิดว่าฉันพอใจกับสภาพแบบนี้นักรึไง!!!
เอ็ดเวิร์ดสลัดมือที่พยายามเสนอความช่วยเหลือออกสุดแรง
มนุษย์ปกติอย่างนายจะเข้าใจอะไร! ... น้ำเสียงเริ่มแตกพร่า ...ดวงตาสีทองที่เลือนพร่าเพราะหยาดน้ำอุ่นเริ่มล้นเอ่อตวัดกราดจ้องลำแขนขาวซีดที่โผล่พ้นรอยพับของแขนเสื้อเชิ้ต ไล่ลงไปถึงเรียวขาใต้กางเกงขายาวสีน้ำตาลเข้ม ทำไม...ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นกับฉัน ...
ดวงตาสีเขียวทองเบิกโพลง ...อัลฟอนส์ตัวแข็งทื่อราวถูกมนต์สะกด
เขามองขาเรียวค่อยๆทรุดพาร่างบางที่สั่นเทิ้มลงกองกับพื้นไม้ปาเกต์เย็นเยียบ ลำแขนตกข้างลำตัวราวไร้เรี่ยวแรง
พี่ฮะ ... อัลฟอนส์กัดริมฝีปาก ...รอยยิ้มที่เคยเปื้อนใบหน้ามลายหายไปกับภาพความทดท้อของร่างเบื้องหน้า
ทำไมกันนะ ..ทั้งๆที่อยู่ใกล้กันเพียงแค่นี้ แต่เขากลับรู้สึกราวกับว่า เอ็ดเวิร์ดอยู่ไกลแสนไกล ...ราวกับมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางระหว่างพวกเขา
ตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาก้าวย่างเข้ามาในโลกใบนี้ ...โลกที่เขาไม่เคยพบ โลกที่เขาไม่เคยรู้จัก ...เขาทิ้งบ้าน ทิ้งทุกคนที่ห่วงใย ...ทอดทิ้งวิยรี่ไว้เบื้องหลัง เพียงเพื่อได้อยู่ร่วมกับพี่ชายอีกครั้ง ....แต่ ณ เวลานี้ เขากลับต้องโดดเดี่ยว เคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางโลกที่ไม่เคยรู้จัก
อัลฟอนส์ไม่รู้ว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร
แต่ ...หลังจากเหตุการณ์นั้น ...ปิศาจร้ายก็ได้ฝังกายในร่างพี่ชายเขา ...โฮมุคคลูสที่เอ็ดเวิร์ดชิงชังนักหนา แปรสภาพเป็นอีกหนึ่งบุคลิกที่พร้อมจะเผยตัวออกมาเมื่อจิตใจเอ็ดเวิร์ดอ่อนแอ จนกระทั่งไม่สามารถควบคุมมันได้ ...
ร่างสูงทรุดกายลงนั่งเคียงข้าง ...มือแกร่งตวัดโอบรวบแผ่นหลังบางเข้าประคองกอดแนบอก คราวนี้เอ็ดเวิร์ดไม่ได้ต่อต้าน ตรงกันข้าม...หยาดน้ำใสๆกลับค่อยๆรินไหลลงเปื้อนแก้มเนียน พี่ไม่ได้อยู่คนเดียวนะฮะ ...สองร้อยปีแล้วนะที่ผมอยุ่ตรงนี้ ถึงร่างกายผมจะยังปกติเหมือนกับที่เคยเป็นมา แต่ผมก็เข้าใจความรู้สึกพี่...
เสียงสะอื้นเบาๆ ลอดผ่านลำคอที่สั่นระริก ...เอ็ดเวิร์ดแนบศีรษะเข้ากับแผงบ่ากว้างอย่างว่าง่าย น้ำเสียงใสกระจ่างดังแว่วเข้าปลอบประโลมโสตประสาท ผมสัญญาฮะ ว่าโฮมุนคลูสในตัวพี่จะต้องถูกกำจัด ...แล้วเราจะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติกันอีกครั้ง
To Be Continue..?
Special Thanks!!!
Bow-Chan สำหรับภาพร้านขายของเก่างามๆเป็นแรงบันดาลใจ
Dear-Chan ที่ช่วยอ่าน ช่วยติ
Firodendon สำหรับภาพงามๆอัพพลังจิ้น