ใช้อำนาจเผด็จการ (ความเป็นเจ้าของฟิก) เปลี่ยนชื่อน้องอัล เอลริค เป็น อัล'ฟอนส์นะคะ หึหึ ป้องกันความสับสน ไม่เปลี่ยนไฮเดฯเพราะ ....*ลำเอียง*
BitterSweet Homunculuses II
Warning!!!! Y นะจ๊ะ... เนื้อเรื่องน้อยๆ ฉากวายมากๆ 55*
สายลมอ่อนๆคลอเคล้ากลิ่นหอมหวานของดอกไม้นานาพันธุ์ที่ชูช่อสะพรั่ง แต่งแต้มเฉดสีสันให้กับสนามหญ้าเขียวขจี
..ใต้ร่มเมเปิลสูงใหญ่ ใบเขียวสดแตกสะพรั่งจากกิ่งที่แผ่กว้างออกเบียดบังลำแสงแสบร้อนของดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ร่างผอมบางของเด็กหนุ่มผมทองยาวสลวยนั่งเอนหลังพิงโคนต้น ...ขาเรียววางทอดเหนือปลายยอดหญ้านุ่ม ดวงตาสีทองมองเหม่อออกไปยังธารน้ำสายน้อย ที่ไหลตัดผ่านกลางสนามหญ้าโล่ง ที่โผล่พ้นหมู่เงาไม้ออกมารับแสงตะวัน
แพขนตาเส้นเรียวของ เอ็ดเวิร์ด เอลริคกะพริบถี่ๆ ... กระทั่งเจ้าตัวยังไม่แน่ใจว่าดวงตาสีทองไม่คุ้นชินกับแสงจัดจ้ามานานเท่าใดแล้ว
หายากเหลือเกิน โอกาสที่อัลฟอนส์จะปล่อยเขาไว้เพียงลำพัง แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่แค่นี้ก็ช่วยต่อลมหายใจให้เขาได้พอสมควร เพราะตามปกติแล้วไม่ว่าจะเป็นการเดินทางยาวไกลเพียงใด ลำบากยากเข็ญแค่ไหน เด็กหนุ่มก็มักจะขอร้องแกมบังคับให้เอ็ดเวิร์ดติดตามไปด้วยเสมอ
...และตัวเด็กหนุ่มเองก็รู้ดีว่า ถ้าใช่เรื่องคอขาดบาดตายจริงๆแล้วละก็ อัลจะไม่มีวันปล่อยให้เขาคลาดสายตา...
แต่ถึงรู้เช่นนั้น เอ็ดก็ไม่มีแก่ใจจะเอ่ยปากถาม... เขาแค่พยักหน้าตอบรับ คำสั่ง ให้รออยู่ใต้ร่มไม้ต้นนี้จนกว่าน้องชายจะเสร็จธุระ
มือเรียวปราดขึ้นลูบต้นแขนผอมบาง ...ไม่รู้ว่านานเท่าใดแล้ว ที่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอัลฟอนส์ได้แปรเปลี่ยนจากพี่น้องธรรมดา กลายมาเป็นผู้ออกคำสั่ง และคนปฏิบัติตาม!...
ตั้งแต่วันที่เจ้าปิศาจร้ายถือกำเนิดขึ้นมาในร่างกาย ชีวิตของเอ็ดเวิร์ดก็รู้จักเพียงแค่ห้องมืดอับ และความกลัวที่กันกินลึกเข้าไปถึงกระดูก เขาก็ไม่รู้ว่าตนเองมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่ออะไร ความต้องการปกป้องอัลเลือนหายไป พร้อมๆกับความรู้สึกว่าตนเองเป็นภาระของน้องชายเริ่มก่อตัวขึ้นมา
บางที ...การมีเขาอยู่ข้างๆ อาจเป็นการทำลายชีวิตอัลโดยเจ้าตัวเองก็ไม่รู้...
...เอ็ดเวิร์ดพร่ำบอกตัวเองเสมอมา ว่าหนทางที่ถูกต้องมีเพียงเดินออกไปจากชีวิตอัลฟอนส์เสียตั้งแต่วินาทีแรกที่เซลล์โฮมุนคลูสถูกเพาะกำเนิดในร่าง
ดวงตาสีทองรู่หลุบต่ำ ...ตั้งแต่วินาทีแรกที่ปิศาจไร้วันตายเติบโตขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของเขา... พรากความเป็นมนุษย์ที่เด็กหนุ่มไม่เคยรู้เลยว่า ...มันช่างมีความหมายกับชีวิตมากมายเหลือเกิน
แม้ร่างกายจะกลับมาเป็นปกติ เหมือนก่อนวันแห่งตราบาปที่ช่วงชิงชิ้นส่วนในร่างกายไป ทิ้งให้แทนที่ด้วยเหล็กหนักอึ้ง แต่เอ็ดกลับชิงชังทุกอนูในร่างใหม่นี้ เพราะรู้ดีว่าพวกมันล้วนสร้างขึ้นมาด้วย โลหิต ของเหยื่อรายแล้วรายเล่า ที่อีกตัวตนของเขาได้ปลิดชีวิตไป
นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่เด็กหนุ่มรู้สึกว่ากลิ่นแห่งความตายช่างเย้ายวนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เพียงแต่ ..อัลฟอนส์จะไม่มีวันยอมให้ความปรารถนาของเขาบรรลุผลแน่ เจ้านั่นซ่อน ชิ้นส่วน ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายเขาไว้ ณ ที่ใดสักแห่ง ที่ที่เอ็ดเวิร์ดรู้ดีว่า ...เขาจะไม่มีวันได้ล่วงรู้...
อัลไม่เคยยอมอ่อนข้อกับอะไรง่ายๆ ...นอกเหนือจากความตาย ทางเดียวที่เอ็ดจะเดินออกไปจากชีวิตอัลได้ คือหนี...
แต่ ...เขายังตงไม่กล้า ...ไม่ว่าตอนนั้น หรือตอนนี้เอ็ดเวิร์ดยังหวาดกลัวสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น สิ่งที่เขาจะต้องพบเผชิญเพียงลำพัง...
ถ้าไม่มีอัลคอยเคียงข้าง ...เขาอาจกลายเป็นเครื่องจักรฆ่าคนโดยสมบูรณ์ก็ได้
ไม่สิ ...เอ็ดเวิร์ดไม่เคยรู้เลยว่าตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาได้ฆ่าใครไปแล้วบ้าง และอย่างไร ...อัลจะคอยกำจัดหลักฐานแทบทุกอย่างทิ้งก่อนที่จิตสำนึกแท้จริงของเด็กหนุ่มจะตื่นขึ้น...
แม้เสี้ยวหนึ่งจะสังหรณ์ว่าอัลอาจจงใจช่วยให้เขาได้ลิ้มรส อาหารน่าสะอิดสะเอียนพวกนั้น แต่เด็กหนุ่มก็ยังอยากจะเชื่อมั่นในตัวน้องชาย...
ทุกวันนี้ เขาจึงมีชีวิตอยู่อย่างซากศพเดินได้ ...
ร่างบางเลื่อนกายลงนอนราบกับพื้นหญ้า แขนเรียวกางออก...แม้แผ่นหลังเล็กๆจะชุ่มหยาดน้ำค้าง แต่เด็กหนุ่มกลับเป็นสุขกับการ ปลดปล่อย เล็กๆน้อยๆนี้
ถ้าเพียงแต่หมอนั่นไม่ตาย ... เด็กหนุ่มนึกอย่างเศร้าสร้อย ...ไม่รู้ทำไม ระยะนี้ถึงได้คิดถึงอัลฟอนส์มากขนาดนี้นะ
...เขาจากไปเพราะนายเป็นต้นเหตุไงละ ...
เด็กหนุ่มบอกตัวเองด้วยจิตใจเจ็บแค้น ...เปลือกตาสีทองรู่ปิดลง ความเศร้าสร้อยผสานอารมณ์ชิงชังตนเองโถมซัดทั่วดวงหน้าอ่อนเยาว์
...อยากให้คุณมีความสุขผมจะอยู่ที่นี่เสมอ...แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด เสียงนุ่มทุ้มยังคงก้องอยู่ในหู ฉุดกระชากเขาให้จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของตราบาปในอดีต...
ทำไมนายต้องเชื่อมั่นในตัวฉันขนาดนั้นด้วยละ อัลฟอนส์... เอ็ดเวิร์ดเปล่งเสียงแหบพร่าเรียกชื่อชายหนุ่มผู้เหลือเพียงความทรงจำเบาๆ นายจะเสียใจมั้ยนะ ถ้ารู้ว่าการเสียสละของนาย มันสูญเปล่าชัดๆ
คงไม่รู้สึกแบบนั้นแน่ครับ ...น้ำเสียงคุ้นหูดังก้อง เรียกประสาทสัมผัสทุกส่วนให้ลุกโพลง
ไม่จริง!!!!!
ร่างบางสะดุ้งเฮือก ดวงตาสีทองเปิดกว้าง
...ก่อนเพียงแวบเดียว ...แววยินดีก็ค่อยๆคลายจากใบหน้าเมื่อเอ็ดเวิร์ดได้ประจักษ์ว่าเจ้าของร่างสูงโปร่งที่ยืนค้ำอยู่ปลายเท้า แท้จริงแล้วไม่ใช่ คนที่หวังไว้ ...
ความหวังลมๆแล้งๆไม่มีทางเป็นไปได้ ...แม้จะอ้อนวอนพระเจ้า(ที่ไม่เคยเชื่อ)เพียงใดก็ตาม
อัล แม้ใบหน้าจะคล้ายคลึงเสมือนหนึ่งคนๆเดียวกัน แต่สำหรับเขาแล้ว อัลกับอัลฟอนส์ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย...
ในตอนนั้นเอ็ดไม่รู้เลยว่าไม่น้ำเสียงผิดหวังเขา จะกรีดเฉือนจิตใจอีกฝ่ายให้เจ็บปวดเพียงใด เพราะเพียงเสี้ยววินาทีอารมณ์ไม่พึงประสงค์ก็ถูกซุกซ่อนไว้ใต้ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอย่างแนบเนียน
แม้เวลาจะหมุนผ่านมานานเพียงใด แต่ในใจลึกๆแล้ว อัลฟอนส์ไม่เคยลืมเลือน ...ภาพร่างบางในเสื้อคลุมสีดำสนิท ค่อยๆทรุดกายลงวางช่อดอกไม้บอกความอาลัยลงบนแท่นหินหน้าหลุมศพ ภาพน้ำตาหยาดใสค่อยๆหลั่งรินจาดกวงตาสีทอง ...ภาพปลายนิ้วเรียวที่ลูบไล้แท่นหินเย็นเยียบด้วยสัมผัสบางเบาราวเฝ้าคนึงหา
เขาเคยพยายามจินตนาการถึงช่วงเวลาที่เอ็ดเวิร์ดเคยอยู่ร่วมกับคนๆนั้น เฝ้าถามตัวเองว่าพี่ชายยิ้มหัวเราะอย่างมีความสุขหรือเปล่า? เอ็ดจะทำอย่างไรถ้าต้องเลือกระหว่างเขากับชายคนนั้น ...คนที่เขาเป็นได้แค่เพียงตัวแทน...
ร่างสูงค่อยๆทรุดกายลงนั่งเคียงข้างคนตัวเล็กกว่าที่ยังคงนอนแผ่กับผืนหญ้า ก่อนยื่นแก้วกระดาษประทับตราร้านกาแฟชื่อดังให้พร้อมคำเย้า นี่ฮะ ค่ารอสองชั่วโมง
เด็กหนุ่มหัวเราะเบาๆ เมื่อรอยยิ้มกว้างเริ่มคลี่ประดับดวงหน้าเล็กๆของคนช่างอมทุกข์อีกครั้ง มือบางยื่นรับแก้วบรรจุกาแฟร้อนไปกุมไว้ใต้คาง อัลไม่อยากยอมรับเลยว่าลึกๆแล้วเขาอดใจหายไม่ได้ว่า ...ร่างเล็กๆข้างกายนั้นผ่ายผอมลงมาก ...
อัล
เด็กหนุ่มละสายตาจากซอกคอเรียวเล็ก ในทันทีที่เสียงเบาหวิวเอ่ยเรียกสติ ฮะ?
รอยแดงซ่านผุดประทับเหนือโหนกแก้มได้รูป เมื่อดวงตาสีเขียวอมทองถูกดวงตาสีทองสว่างจ้องลึกเข้าไปภายใน... บอกฉันได้มั้ย ว่านายไปไหนมา?
พี่จะรู้ไปทำไม!
ร่างบางชะงักในทันทีที่เสียงทุ้มตวาดก้อง ใบหน้าเล็กๆซีดเผือด ...เอ็ดเวิร์ดไม่เข้าใจว่าทำไมคำถามธรรมดาๆจึงทำให้คนใจเย็นอยู่เป็นนิจอย่างอัลฟอนส์ฉุนขาดได้ อัล...
น้ำเสียงแผ่วหวิวแฝงอารมณ์กริ่งเกรง ค่อยๆฉุดดึงสติร่างสูงกลับคืนมา ใบหน้าหล่อเหลาคลายแววกร้าวลง พร้อมๆกับดวงตาสีมรกตคู่สวยที่ฉายชัดว่าสำนึกผิด
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด ...แต่ในที่สุดร่างสูงก็เป็นฝ่ายเอนกายนั่งคร่อมเหนือร่างเพรียว มือแกร่งตวัดวางเหนือแผงไหล่บาง เด็กหนุ่มรับรู้ได้ถึงไออุ่นจากผิวกายอมนุษย์ซึมซาบผ่านปลายนิ้ว พร้อมๆกับซึมซับถึงความเปราะบางจวนเจียนแหลกสลายใต้สัมผัสแผ่วเบา
อัลฟอนส์บอกตัวเองว่า ...ถึงเวลาแล้วที่พี่ชายเขาต้องการอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต
ร่างสูงคลี่ยิ้ม นิ้วแกร่งเคลื่อนขึ้นสัมผัสไล้เรือนผมสีทองสว่างที่ถูกปล่อยสยายระแผ่นหลังเบาๆ ขอโทษฮะพี่ ผมแค่หงุดหงิดน่ะ พอดีนัดคุยธุระเรื่องค่าเช่าร้านของเรากับเจ้าหน้าที่รัฐแล้วเจอคนน่ารังเกียจ นิดหน่อย
นิ้วแกร่งปัดปอยผมที่ตกระหน้าผากเนียนออกทัดข้างใบหู ริมฝีปากได้รูปเคลื่อนต่ำลงสัมผัสพวงแก้มเซียวซีด แม้ดวงตาสีทองจะสะท้อนเพียงภาพอัลฟอนส์คนนั้น แต่เขาก็พอใจจะเป็นตัวแทน ...
พรุ่งนี้ผมต้องไปพบคนรู้จักที่ เพนตากอน พี่อยู่ร้านคนเดียวได้ใช่ไหมฮะ
ก่อนที่อีกฝ่ายจะแสดงปฏิกิริยาตอบรับหรือปฏิเสธ ร่างสูงโปร่งก็เคลื่อนริมฝีปากจากผิวกายแดงซ่านลงทาบสัมผัสเหนือริมฝีปากบางเบาๆ ก่อนแรงขับดันใต้จิตสำนึกจะสั่งการให้ประกบทาบลงไปครอบครองอย่างแร่งร้อน ในตอนแรกร่างบางออกแรงต่อต้านเล็กน้อย แต่เพียงชั่วอึดใจก็หลับตาลงปลดปล่อยร่างกายใต้ควบคุมของร่างสูง
อัลฟอนส์คลี่ยิ้ม สายลมอ่อนๆพัดผ่านเส้นผมอ่อนนุ่ม ปลิวระใบหน้าหล่อเหลา เด็กหนุ่มรอจังหวะริมฝีปากบางเผยออ้า สอดลิ้นอุ่นเข้าควานลึกถึงภายใน
ไม่รู้ว่าสามัญสำนึกส่วนอื่นตายด้านไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ...ณ เวลานี้ เด็กหนุ่มรู้เพียงว่าเพียงเพื่อรักษาชีวิตเอ็ดเวิร์ดเอาไว้ ต่อให้ต้องสังเวยชีวิตคนบริสุทธิ์มากมายเพียงใด เขาก็จะทำโดยไม่ลังเล
To be continue?
/me กรีดร้อง
กรีดดดดดดด Destari-San อ่านฟิกเค้าด้วยๆ >w< แอดไปเลยคับยินดีเสมอ ขอแลกลิงก์เป็นการตอบแทนน้า หึหึ
ps. อย่าลืมฟิกที่เราเควสต์ไว้น้า :P
แต่คนน่ารังเกียจที่ว่าจะเป็นใครหนอ ไอ้หัวลูกชิ้นอ๊ะป่าว หุ หุ หรือว่าไ้อ้รอยจะได้ัรับบทคนในเพนตากอนกันแน่ แต่บทบาทหนูอัลในเรื่องนี้ยังกับป๊ะป๋าเข้าสิงแน่ะ รู้จักคนในวงการทหารเสียด้วย สงสัยคงพบจุดจบแบบป๋าไม่ช้านี้ใช่มะเอ่ย เพราะตามกฎจักรวาลของFujiko Fujio...คนคนเดียวกันไม่สามารถมาพบกันในช่วงเวลาเดียวกันได้นี่นะ ไม่งั้นจะิเกิดBig bangขึ้นมานี่นา หรือไม่ก็กฎThe Oneก็ได้ ผู้เหลือรอดเพียงหนึ่งเดียวจะได้รับพลังเสะทั้งหมดไป เหอ เหอ