คำเตือน ปั่นด่วน ไม่ได้ตรวจปรู๊ฟ...สำนวนไม่สวย พิมพ์ผิดอาจพบได้ทั่วไป >__<~
ขอโทษล่วงหน้าค่า m__m
BitterSweet Homunculuses III
เพรทเซลออริจินอลชิ้นนึงครับ
อัลฟอนส์เอ่ยขอบคุณพ่อค้าขนมขบเคี้ยวขณะรับขนมอบทรงเลขแปดอบร้อนๆ กลิ่นหอมฉุยมาถือไว้ในมือ
เขาวางธนบัตรหนึ่งดอลลาร์ไว้บนตู้กระจกบรรจุขนมของรถเข็น และเริ่มต้นกัดกินไปพร้อมกับย่างฝีเท้าจากประตูรั้วทิศตะวันตกของสวนสาธารณะเซนทรัล พาร์ค บริเวณอนุสาวรีย์ประกาศอิสรภาพ เลียบถนนปูอิฐที่ตัดผ่านเข้าไปเชื่อมต่อเส้นทางเดินคดเคี้ยวภายในอาณาบริเวณมนุษย์ประดิษฐ์ ซึ่งร่มรื่นประดุจสรรค์สร้างเองด้วยน้ำมือธรรมชาติ
เขาค่อยๆย่างเท้าใต้ร่มไม้สูงใหญ่ที่ทอดยาวตามแนวถนน กิ่งก้านประดับใบเขียวสดเบียดบังลำแสงแสบร้อนของดวงตะวันยามคล้อยบ่าย
ดวงตาสีฟ้าสว่างมองไปรอบกาย นอกเหนือจากตัวเขาแล้ว ถนนทั้งสายล้วนว่างโล่ง... เซนทรัล พาร์กยามบ่ายแก่ๆ นอกเหนือจากวันหยุดสุดสัปดาห์ช่างเงียบเหงา บรรยากาศแตกต่างจากเมื่อครั้งก่อนที่เขามาพักผ่อนหย่อนใจกับแฟนสาวตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยราวพลิกหน้าเป็นหลังมือ
จังหวะเดียวกับที่ชายหนุ่มยัดเพรทเซลคำสุดท้ายเข้าปาก เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น
ริงก์โทนพิเศษที่บ่งบอกว่ามาจากวินรี่ เท่านั้น...
ไฮ! วินรี่ เขากดรับแทบจะในทันที เสียงนุ่มทุ้มพร่าสั่นเล็กน้อย ...ใจจริงแล้ว เขาลังเลมาเกือบค่อนวันว่าจะโทรไปขอโทษหล่อนดีไหม แต่จนแล้วจนรอดก็เป็นฝ่ายรอให้หล่อนติดต่อมาก่อนเหมือนทุกครั้ง
อัล เธอจะผิดนัดทำไมไม่มีแก่ใจบอกกันล่วงหน้าบ้างรู้ไหมฉันต้องยืนรอเธอที่ซับเวย์เป็นชั่วโมงเลยนะ มือถือก็ติดต่อไม่ได้...
อัลฟอนส์ถอนใจ... ถึงแม้บทสนทนาจะเป็นไปในเชิงต่อว่าตอนขาน แต่น้ำเสียงของแฟนสาวกลับบ่งบอกว่าหล่อนไม่ได้แค้นเคืองอะไรเขาสักนิด ตรงกันข้าม... มันฟังดูราวกับว่า เจ้าหล่อนกำลังเป็นฝ่ายรู้สึกผิดเสียเองด้วยซ้ำ นี่เธอ ทำงานล่วงเวลาอีกใช่มั้ย?
...วินรี่ คือ.. ผมไม่รู้ขอโทษยังไง ...นี่ผมทำให้คุณเข้าออฟฟิสเลทอีกหรือเปล่า
อัลฟอนส์รู้ตัวดีว่า บ่อยครั้งแล้วที่การผิดนัดของเขาเป็นต้นเหตุให้แฟนสาวเดินทางไปทำงานสายมานับครั้งไม่ถ้วน ถึงแม้วินรี่จะไม่เคยว่าอะไร แต่เขาเองกลับเป็นฝ่ายรู้สึกแย่แทนหล่อน ...โดยเฉพาะหลังจากได้รับฟังเรื่องคดีอาชญากรรมลึกลับที่เกิดขึ้นช่วงนี้ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าควรจะต้องให้ความสำคัญกับหล่อนมากขึ้น...
วินรี่ วันนี้ให้ผมไปรับคุณนะ
เมื่อเสียงปลายสายตอบรับด้วยความงุนงง อัลฟอนส์จึงกล่าวต่อไปว่า ไม่มีอะไรหรอก วันนี้ผมไม่ต้องเข้าเวร เลยอยากพาไปเลี้ยงขอโทษน่ะ
...พอดีเลย ตอนไปส่งวินรี่ที่บ้าน ถ้าโชคดีเขาอาจเจอกับพี่เขยของหล่อน ซึ่งเป็นถึงหนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานใหญ่เอฟบีไอ
รอยไม่อยู่นะ อัลฟอนส์หน้าเบ้ เมื่อถูกอีกฝ่ายดักคออย่างรู้ทัน เห็นบอกว่างานยุ่งๆ ค้างที่สำนักงานแทบทุกคืนแหละ
น้ำเสียงที่เอ่ยถึงพี่เขยฟังดูไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าใดนัก อาจเป็นเพราะวินรี่ไม่ค่อยชอบหน้าเอเจนท์มัสแตง มาตั้งแต่ก่อนหน้าเขาจะแต่งงานกับพี่สาวหล่อนด้วยซ้ำ
ถ้าอย่างนั้น แปลว่าช่วงนี้คุณก็ต้องอยู่คนเดียวตลอดเลยสิเนี่ย? ชายหนุ่มโพล่งขึ้นอย่างกระวนกระวาย ถึงจะรู้จักหล่อนดีพอจะเชื่อมั่นว่าคนอย่างวินรี่ ดูแลตัวเองได้ดีพอๆกับชายฉกรรจ์อกสามศอก แต่อัลฟอนส์ก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี มาค้างกับผมไหม?
ไม่ได้หรอก ขืนหมอนั่นทะลึ่งกลับมาดึกๆดื่นๆ จะไม่มีใครหาอะไรให้กินน่ะสิ...ถ้าไม่ใช่รู้จักครอบครัวนี้ดีมาตั้งแต่ยังเด็ก อัลฟอนส์คงจะแปลกใจกับคำตอบของเจ้าหล่อนเอามากๆ
จะให้คิดอย่างไรละ ทั้งกิริยา ท่าทาง และคำพูด วินรี่แสดงออกอย่างชัดเจน ว่าเกลียดขี้หน้าพี่เขยอย่างออกหน้าออกตา แต่... จนถึงวันนี้ สามปีแล้วตั้งแต่ริซ่า พี่สาวเสียชีวิตในหน้าที่ ระหว่างออกตามล่าพ่อค้ายาเสพย์ติดในย่านบลองซ์ หญิงสาวก็ยังคงอยู่ร่วมชายคาเดิมกับพี่เขย โดยไม่มีทีท่าว่าจะย้ายออก
ริซ่าขอร้องให้ฉันช่วยดูแลหมอนั่นคือคำตอบเรียบๆจากวินรี่ หลังจากอัลฟอนส์ตัดสินใจเอ่ยปากชวนหล่อนมาอยู่ร่วมอพาร์ทเมนท์กับเขา
อืม ...ไม่เป็นไร ตกลงวันนี้คุณออกจากออฟฟิสกี่โมง? อืม โอเค แล้วเจอกัน คิดถึงคุณนะ ...บาย
อัลฟอนส์ปิดโทรศัพท์พร้อมถอนใจยาว ขณะพยายามพร่ำบอกตนเองว่า ...น่า วินรี่ไม่เป็นไรหรอก คุณมัสแตงเป็นเจ้าหน้าที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง น่าจะรู้สถานการณ์มากกว่านาย
เขาจะดูแลหล่อนได้ดีกว่านาย...
ชายหนุ่มกัดริมฝีปากในทันทีที่สามัญสำนึกกระซิบถ้อยคำเสียดแทงใจ อัลฟอนส์สะบัดศีรษะขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป... พอดีกับที่สายตาเหลือบไปเห็นภาพน่าตื่นตะลึงของเด็กหนุ่มสองคนกำลังกอดก่ายกันใต้ร่มไม้เมเปิลสูงใหญ่ไกลจากถนนเส้นสัญจรเพียงไม่กี่หลา
ทั้งคู่มีผมสีทองสว่าง ...คนหนึ่งยาวสยายกระจายราวธารน้ำตก อีกคนซอยสั้นแค่ระลำคอ คนหนึ่งอยู่ในชุดดำสนิท ส่วนอีกคนสวมใส่เสื้อผ้าลำลอง เสื้อเชิ้ต กางเกงยีนส์ธรรมดา
เขาคงไม่แปลกใจอะไรเลย ...ถ้าคนคู่นี้จะเป็นเพื่อนต่างเพศกัน...
แต่เพียงชั่วอึดใจที่ชายหนุ่มยืนตะลึงดวงตาสีฟ้าจับจ้องยังภาพตรงหน้านิ่ง...
เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมความรู้สึกเจ็บแปลบที่สลัดหายไป จึงได้หวนเวียนกลับมาเสียดแทงจิตใจอีกครั้ง...
ก่อนที่ชายหนุ่มจะตัดสินใจออกเดินจากไป ร่างสูงใหญ่ก็มีอันต้องหยุดชะงักอีกครั้ง ...เมื่อเด็กหนุ่มร่างเล็กที่ถูกคนตัวใหญ่กว่านอนคร่อมไว้ ก็สะบัดฝ่ามือตบฉาดเข้าใส่ใบหน้าอีกฝ่ายเต็มรัก ก่อนเอาแรงจากไหมไม่รู้เมื่อเทียบกับขนาดร่างกายอันผ่ายผอมกระแทกจนคนตัวสูงล้มคะมำ แล้วอาศัยจังหวะยันตัวขึ้นวิ่งหนีไม่คิดชีวิต
คู่รักทะเลาะกันละมั้ง อัลฟอนส์นึกหาคำตอบให้ตัวเองเสร็จสรรพ ก่อนจะบรรลุว่า เด็กหนุ่มนั่นไม่ได้หนีไปไหนไกลเลย แต่กำลังวิ่งตรงมาทางเขาต่างหาก
ดวงตาสีทองที่จ้องมองมาเขม็ง สะกดกล้ามเนื้อทุกส่วนให้ชาวาบ ...ความรู้สึกเคยคุ้นแผ่ซ่านทั่วประสาทรับรู้ แต่แล้ว....
เฮ้ย!!! ชายหนุ่มร้องโวยวายลั่น เมื่อมือเล็กๆตวัดฉกเอากระเป๋าสตางค์ที่โผล่พ้นกระเป๋าขอบกางเกงไป แล้ววิ่งจากไปดื้อๆ
เดี๋ยวสิ!!!
หลังเรียกสติกลับมาได้ทันท่วงที ชายหนุ่มไม่รอช้าเร่งฝีเท้าไล่กวดตามร่างบางที่วิ่งลดเลี้ยวไปตามถนนสายเล็กๆที่ตัดผ่านลำธาร เชื่อมต่อเข้าไปเขตต้นไม้รกทึบ
เรือนผมสีทองปลิวไสวตามแรงลม ถึงแม้ชายหนุ่มจะกัดฟันเร่งฝีเท้าเพื่อไล่ตามเท่าใด แต่ร่างเล็กๆก็ดูจะห่างไกลออกไปทุกที ...การเคลื่อนไหวของเด็กหนุ่มช่างว่องไวและปราดเปรียวเกินกว่าใครทุกคนที่เขาเคยพบมา
... แฮ่ก... ในที่สุดคนไล่ตามก็ต้องยอมแพ้ เขาทรุดกายลงนั่งกับพื้นหญ้าอย่างอ่อนแรง แผ่นอกหนาหอบกระเพื่อมถี่แรง ...ดวงตาสีฟ้ามองตามร่างเด็กหนุ่มผมทองที่วิ่งหายเข้าไปในแนวไม้สนรกทึบอย่างทอดอาลัย...
โธ่เอ๊ย ทั้งไอดี การ์ด ทั้งบัตรเครดิต ..เงินเดือนที่เหลืออยู่ แล้วยังกุญแจการ์ดอพาร์ทเมนท์ด้วย ...อา ไม่สิ ที่สำคัญมันคือ การ์ดของขวัญจากวินรี่ต่างหาก
ร่างสูงเอนหลังลงนอนราบกับพื้นหญ้า ใบหน้าหล่อเหลาแหงนมองท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม ที่โผล่พ้นยอดไม้สูงตระหง่าน ...พลางนึกเวทนาความซวยของตัวเอง เขานึกไม่ออกเลยว่า เด็กคนนั้นจะวิ่งราวกระเป๋าสตางค์เขาไปทำไม แต่ที่แน่ๆคือ ...ตอนนี้เขากำลังตกที่นั่งลำบาก เพราะกุญแจบ้านหายไปพร้อมกับทรัพย์สินที่เหลือติดตัว...
ค่อยคิดหาทางแก้ก็แล้วกัน เขาปลอบใจตัวเองทั้งๆที่รู้ว่าความเป็นไปได้เลือนรางเต็มที จู่ๆความอ่อนเพลียทั้งหมดที่ตกค้างมาตั้งแต่เมื่อคืนวานก็พาลจู่โจมเข้าใส่ ชายหนุ่มตัดสินใจปลดปล่อยความกังวลทั้งหมดไปกับความเหนื่อยล้า ... ได้หลับสักงีบ บางที ...ตื่นขึ้นม าอะไรดีๆอาจจะเกิดขึ้นบ้างก้ได้
ดวงตาสีฟ้าปรือต่ำ ...สายลมเยนพัดโบกใบไม้ปลิวสะบัด ปลายหญ้านุ่มโอบกอดแผ่นหลังราวเห่กล่อมสู่นิทรา
...แต่ก่อนที่ดวงตาสีฟ้าสว่างจะปิดลง ...หางตาก็พลันเหลือบเห็นขากางเกงสีดำสนิทยืนอยู่ระหว่างปลายเท้า
ไม่ผิดแน่!!!
อัลฟอนส์เปิดเปลือกตาขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วก็เป็นดังคาด ...ร่างเล็กบางของเด็กหนุ่มเจ้าปัญหากำลังยืนคร่อมเขาอยู่ตรงปลายเท้า มือข้างหนึ่งเกาะกุมกระเป๋าสตางค์หนังสีน้ำตาลอ่อนแน่น
ดวงหน้าหวานละมุนหากซีดเซียวราวคนป่วยหนักดูไร้อารมณ์ ...แต่ดวงตาสีทองที่จดจ้องเขาแน่วนิ่งกลับถ่ายทอดความรู้สึกหลากหลายออกมาให้ชายหนุ่มได้รับรู้ริมฝีปากสวยเผยออ้าน้อยๆ น้ำเสียงแผ่วหวิวถูกปลดปล่อยราวดนตรีบรรเลง...
... อัลฟอนส์...
To be continue?
มุจ๋า ...ขอโทษน้า ได้เจอกันแค่นี้ไปก่อนนะ 555*
ปั่นวันเดียวไม่ไหวย๊าวยาว...
Quote โดนใจ >> เมื่อวานคุยกับมุ เรื่องข้อแตกต่างระหว่างอัล กับอัลฟอนส์ ถูกใจมาก ขอยกมาไว้ ณ ที่นี้ละนะคะ
Alfons : ทำทุกอย่างได่เพื่อเธอ แต่ถ้าเธอไม่ต้องการฉันก็จะเดินจากไป
Alphonse : ทำทุกอย่างได้เพื่อเธอ แต่เธอต้องเป็นของฉัน!! 555*
ข้างบนน้ำเน่ากว่า แต่เราชอบนะ อุอิ
Ps. หนูรักแม่ค่ะ