ตอนนี้แต่งตามอารมณ์พาไปจริงๆค่ะ ^^" อืมจะว่าไงดีล่ะ ตอนแรกคิดช่วงนี้เอาไว้สั้นกว่านี่ แต่ไปๆมาๆยืดซะได้~
เราไม่ได้ไม่ชอบอัลน้า ตรงกันข้ามเคยชอบมากๆด้วย แค่ตอนนี้ลำเอียงให้ไฮเดฯไปหน่อยเดียว :P
ใครที่ไม่เข้าใจว่าทำไมหนูเอ็ดขโมยกระเป๋าตังคื อ่านตอนนี้มีเฉลยค่ะ 55*
BitterSweet Homunculuses IV
อัลฟอนส์...
ดวงตาสีฟ้าสว่างเบิกกว้างขณะจ้องหน้าเด็กหนุ่มเจ้าของน้ำเสียงไหลรื่นคุ้นหู ...เขาไม่แน่ใจว่าเคยพบคนๆนี้มาก่อนหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆคืออีกฝ่ายจะต้องรู้จักเขาไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง
รอยยิ้มเศร้าคลี่ประดับดวงหน้าหวานซีด ร่างบางทรุดกายลงนั่งแนบชิดข้างกายชายหนุ่มผู้กำลังงงเป็นไก่ตาแตก ก่อนยื่นกระเป๋าสตางค์คืนให้ชายหนุ่มผู้ค่อยๆยื่นมือไปรับคืนมาอย่างง่ายดาย
... อัลฟอนส์เพ่งมองใบหน้าเซียวซีด ริมฝีปากสวยเริ่มคลี่เผยอีกครั้ง หากคราวนี้กลับเป็นรอยยิ้มกว้างบ่งบอกความยินดี
ทำไม คำถามหลุดออกจากริมฝีปากได้รูปได้เพียงแค่นั้น ก่อนร่างสูงใหญ่จะชะงักแข็งเมื่อมือบางค่อยๆปราดลูบสัมผัสข้างใบหน้าหล่อเหลา ปัดปอยผมนุ่มสีบลอนด์อ่อนๆออกจากโหนกแก้มอย่างนุ่มนวล
แวมไพร์!?
บ้าเอ๊ย แวมไพร์จะมาอยู่กลางแสงแดดเปรี้ยงแบบนี้ได้ไงเล่า ชายหนุ่มร้องโวยวายถามเองตอบเองอยู่ในใจเสร็จสรรพ แต่ถึงอย่างนั้นร่างสูงก็ยังคงนิ่งปล่อยให้อีกฝ่ายโน้มกายลงก่ายกอดอย่างไม่คิดขัดขืน ปอยผมนุ่มยาวสยายตกระผืนหญ้า ...นำพาความรู้สึกคุ้นเคยประหลาดลอยอบอวลทั่วห้วงคำนึง
ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ นายก็คงไม่วิ่งตามมา ...ฉันก็คงหนีออกมาจากหมอนั่นไม่ได้ เสียงแว่วหวิวเอ่ยแผ่ว ลมร้อนจากลมหายใจสาดสัมผัสผิวหน้าชายหนุ่ม ดวงตาสีฟ้าเริ่มพินิจดวงตาสีทองคู่โตด้วยความสนเท่ ...บางช่วงเวลามันช่างใสกระจ่างราวแก้วกระจก ...หากอีกช่วงกลับเปล่งประกายแววเศร้า
ไออุ่นจากผิวกายขาวซีดที่ถ่ายทอด ...บ่งบอกว่าข้อสันนิษฐานไร้สาระของเขาไม่มีทางเป็นไปได้ เด็กคนนี้จะเป็นแวมไพร์ไปได้ไงเล่า!
มือแกร่งค่อยๆยื่นวางโอบแผ่นหลังบาง แม้กระทั่งเจ้าตัวก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงทำเช่นนั้นแค่รู้ว่า....
ไม่ผิดแน่ ...เด็กหนุ่มคนนี้พูดเหมือนรู้จัก และต้องการความช่วยเหลือจากเขา
หมอนั่นที่พูดถึงน่ะ อัลฟอนส์ก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขาโพล่งคำถามเช่นนั้นออกไป แฟนนายงั้นเหรอ?
ราวกับถ้อยคำที่ได้ยินเป็นดังศรทิ่มแทงใจ ... ร่างบางชะงักงันในทันที แววปวดร้าวฉายชัดเหนือใบหน้าหวานซีด
แต่ก่อนที่ถ้อยคำใดจะหลุดออกมาจากริมฝีปากเซียวที่เผยออ้า ...เสียงเสนาะทุ้มก็ดังขึ้นกลบความเงียบงันไปสิ้น
ไม่ใช่หรอกครับ คุณอัลฟอนส์
อัลฟอนส์สะดุ้งวาบ ร่างสูงยันกายขึ้นประจันหน้ากับเด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งผู้แย้มยิ้มกว้างมาแต่ไกล ...ชายหนุ่มนิ่งตะลึง ระยะห่างในตอนแรกทำให้เขาไม่ได้ใส่ใจมองรายละเอียด แต่หลังจากฝ่ายตรงข้ามสาวเท้าใกล้เข้า จนหยุดยืนเหนือร่างบางในชุดดำสนิท
หัวใจชายหนุ่มก็เต้นแรง ...เป็นไปได้อย่างไร ...ใบหน้านั้นคล้ายคลึงกับเขาราวฝาแฝด
เพียงแค่ลบปลายผมสีทองที่ยาวระต้นคอ เปลี่ยนเฉดดวงตาจากฟ้าเป็นเขียวมรกต ...หักความอ่อนวัยกว่าสิบปีลงไป เด็กหนุ่มก็ดูจะเป็นร่างก๊อปปี้ของอัลฟอนส์ ไฮเดริธได้โดยสมบูรณ์
ต้องขอโทษที่พี่ชายผมสร้างความยุ่งยาก เด็กหนุ่มร่างสูงพูดขึ้นอีกครั้ง หากน้ำเสียงไม่ได้แฝงความรู้สึกอย่างปากว่าเอาไว้เลย มือใหญ่วางลงเหนือแผงบ่าเล็กๆที่สั่นเทิ้ม ก่อนโน้มกายลงโอบ ...คางได้รูปวางบนเรียวไหล่ผ่ายผอม ใบหน้าหล่อเหลาไซ้แนบข้างซอกคอเรียว ...ดวงตาสีเขียวประกายทองจดจ้องเขาราวแสงสาดทะลุ
อาจจะดูแปลกสักนิดสำหรับการกระทำของพี่น้องปกติ ...แต่ชายหนุ่มเลือกจะนิ่งเฉยเสีย
เขาเพียงรู้สึกได้ถึงอารมณ์ตื่นกลัวอันฉายชัดเหนือดวงหน้าหวานที่จดจ้องเขาแน่วนิ่ง
หากชายหนุ่มกลับตัดสินใจสะกดอารมณ์หวั่นไหวเอาไว้ ใบหน้าคมสันเผยเพียงท่วงท่านิ่งเฉย ...อัลฟอนส์ไม่รู้ว่าจะยื่นมือเข้าไปข้องเกี่ยวดีหรือไม่ เพราะภาพที่เห็นในตอนแรกไม่ได้บอกว่าร่างเล็กเป็นฝ่ายถูกกระทำอะไรเลย ตรงข้ามกลับยินยอมพร้อมใจด้วยซ้ำ...
ช่วงนี้อารมณ์เขาไม่ค่อยปกติชอบคิดว่าตัวเองเป็นปิศาจดูดเลือดเสียเรื่อย ตัวเล็กๆแถมป่วยกระเสาะกระแสะแบบนี้จะเอาแรงที่ไหนไปฆ่าคนใช่ไหมครับ
ดวงตาสีฟ้าเบิกโพลง ...ทำไมเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้จึงล่วงรู้ความคิดเขาได้ ...หากสิ่งที่อัลฟอนส์ไม่พอใจ กลายเป็นโทนของถ้อยความ ...ทำไมแม้ในยามเอ่ยถึงข่าวอาชญากรรมโหดเหี้ยมน้ำเสียงนุ่มกลับยังคงเรียบเรื่อยราวเห็นเป็นเรื่องธรรมดาได้...
ไม่รบกวนหรอก ผมออกจะยินดีด้วยซ้ำ วินาทีนั้นเขารู้สึกได้ถึงแววตาแข็งกร้าวจากเด็กหนุ่มร่างสูง ...พร้อมๆกับประกายปิติที่ฉายวาบเหนือดวงตาสีทอง ...อัลฟอนส์ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่ปิศาจในใจกลับสั่งการให้อยากยั่วยุความโกรธเกรี้ยวให้เจ้าเด็กหนุ่มรูปลักษณ์เสมือนตนเองมากกว่าที่เป็นอยู่
มือใหญ่ปราดลูบข้างใบหน้าหวานซีด นิ้วหัวแม่มือวางประทับเหนือริมฝีปากสวยก่อนไล้เบาๆ สะกดพี่น้องทั้งสองแน่นิ่ง ...ชายหนุ่มกล่าวกลั้วหัวเราะ ไม่มีเลือดติดนี่นา
ราวกับคำพูดเขาเป็นอาวุธทิ่มแทง ร่างบางจึงแสดงปฏิกิริยาต่อต้านโดยอัตโนมัติ มือบางปัดฝ่ามือชายหนุ่มทิ้งอย่างรวดเร็ว
ในจังหวะเดียวกับที่เด็กหนุ่มสะบัดกายถอยห่าง ลำแขนแกร่งของผู้เป็นน้องชายก็ตวัดรัดร่างผอมบางเข้ากอดแน่นแนบแผ่นอก ราวบ่งบอกความเป็นเจ้าของ ริมฝีปากได้รูปกระซิบข้างใบหูอีกฝ่าย กลับกันเถอะฮะ ...พี่
ร่างเล็กตีสีหน้าเจ็บปวดขึ้นอีกครั้ง ดวงตาสีทองมองสลับระหว่างอัลฟอนส์กับน้องชาย แต่แล้วก็ยอมตัดใจลุกยืนตามคนตัวสูงกว่า ...ใบหน้าอ่อนหวานหันกลับจ้องมองชายหนุ่มอีกครั้ง ก่อนจะคลี่ยิ้มเศร้า ขอโทษนะฮะ...ทำเรื่องเดือดร้อนให้คุณแท้ๆ แค่เห็นคุณหน้าคล้ายน้องชายเลยอยากแกล้งก็เท่านั้นอย่าใส่ใจเรื่องผมเลยนะฮะ
บ้าเอ๊ย จะไม่ใส่ใจได้ไงละ ...เล่นมองหน้าด้วยสายตาแบบนั้นอัลฟอนส์ตะโกนร้องในใจ อีกอย่างเขาไม่เชื่อว่าเด็กหนุ่มจะรู้สึกเหมือนกับที่พูดออกมาจริงๆหรอกน่า
แต่เขาไม่โง่พอจะแสดงออกให้เจ้าคนน้องชายรู้ทันแน่
ชายหนุ่มแสร้งพยักหน้ารับรู้ แต่ในจังหวะที่ร่างสูงโปร่งหันหลังเดินออกไปก่อน อัลฟอนส์ก็รีบฉวยข้อมือบางคว้าไว้อย่างรวดเร็ว
ร่างเล็กชะงักงัน ...ดวงตาสีทองหันจ้องเขาด้วยแววตาเปี่ยมคำถาม แต่คำตอบที่ได้กลับรับมีเพียงรอยยิ้มอ่อนโยน ซึ่งทรงพลังพอจะเรียกรอยแดงซ่านฉายประทับขึ้นข้างพวงแก้ม ...ดวงตากลมโตมองชายหนุ่มเปิดกระเป๋าสตางค์ ควักนามบัตรประทับตราโรงพยาบาลออกมายื่นให้ตนอย่างรีบเร่ง
ที่อยู่ กับเบอร์โทรศัพท์ผม... ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจก็ติดต่อมานะ อัลฟอนส์กล่าวอย่างรวดเร็ว ขณะปรายตามองไล่หลังเด็กหนุ่มอีกคน ...ก่อนถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อพบว่าเจ้าหนุ่มนั่นยังไม่มีทีท่าว่าจะรู้ตัวว่าพี่ชายยังไม่ได้ออกเดินตามไป
เด็กหนุ่มรับแผ่นนามบัตรมากำไว้แน่น นิ้วเรียวสั่นพร่า ขณะบรรจงเสียบเข้ากระเป๋ากางเกงอย่างทะนุถนอม ตากลมโตที่แหงนมองดวงหน้าหล่อเหลาฉายประกายแววฉงน หากเพียงชั่วครู่ก็เผยรอยยิ้มกว้าง ...พาลทำเอาคนสูงวัยกว่าหน้าแดงไปด้วย
ไม่รู้ทำไม ...แต่รู้สึกว่าปล่อยนายไปไม่ได้น่ะ ... คำตอบอ้อมแอ้มดังแผ่วจากริมฝีปากได้รูป กระทั่งเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าตัวเองกำลังพูดอะไรอยู่ แต่ที่แน่ๆคือมันเรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากอีกฝ่ายได้อย่างคาดไม่ถึง
ขอบคุณฮะ
ชายหนุ่มเบิกตาโพลงเมื่อถูกร่างบางยืดกายขึ้นประทับริมฝีปากเหนือข้างแก้มเบาๆ ก่อนผละออกอย่างรวดเร็ว
อัลฟอนส์ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด หัวใจเขาจึงชาวาบ เมื่อร่างบางคลี่ยิ้มให้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนสะบัดกายออกวิ่งตามร่างสูงโปร่งที่เดินนำไปก่อนหน้า
เพียงอึดใจเดียวร่างเล็กๆก็ถึงจุดหมาย ...เขาลดฝีเท้าลงเดินอย่างสงบเสงี่ยมทอดระยะให้พอดีกับจังหวะก้าวของน้องชาย
ดวงตาสีฟ้าสว่างเหม่อมองภาพเด็กหนุ่มทั้งสองเดินเคียงคู่จากไป ...ทิ้งชายหนุ่มผู้งวงงงกับสถานการณ์และการกระทำของตนเองไว้เพียงลำพัง...
To beContinue...?
ยิ่งแต่งอัลยิ่งดาร์กแฮะ - -" เอ้ดก็ยั่วขึ้นๆ 555*
Ps. เดียร์จ๋า ตอนนี้พี่แต่งได้แค่นี้แหละ เอาไว้ค่อยเกลาทีหลังละกันเนอะ หุหุ