2005/Aug/16

สัญญาไว้กับหลายๆคนว่าจะเอาเรื่องนี้มาลง แต่ยังไม่ได้ทำคามคำพูดซักที

วันนี้เลยเอามาลงซะเลย ^^ ถือโอกาสขัดตาทัพช่วงยังไม่ได้ปั๊ม Bitter ต่อนะจ๊ะ

แต่ก่อนหน้าขอกรีดร้องด้วยความอยากทีเถอะ!!!!!

Idea ออกโดฯ HeidexEd!!!!!!!! NC 17 เรื่อง Living Will ...

circle สุดโปรด~ ทำม้ายทำมาย ถึงกระตุ้นต่อม"อยาก"ได้ขนาดนี้ละเนี่ย >__<

โฮ ... อยากได้อ้ะ ผู้ใดมีวาสนาหามาครอบครองได้ ขอความกรุณาเมตตาให้เราได้ลูบๆคลำหน่อยเต๊อะ T[]T

บ่นเสร็จละ มาที่ฟิกกันบ้าง เรื่องนี้เราแต่งก่อน movie จะฉายค่ะ (มันดองยาวจริงๆด้วย ^^!!) แล้วขี้เกียจแก้ ...แหะๆ ก็ถิอเป็น AU ไปซะเลยก็แล้วกัน

เป็นเรื่องของ HeidexEd ที่มิวนิคค่ะ (หุหุ คู่โปรดอีกละ) แต่บางทีก็มี หน้าหม้อคนเดิมอย่าง Roy เข้ามา ...เหอะๆ

เนื่องจากฟิกเรื่องนี้ เป็น NC17 ขอความกรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ น้องๆหนูๆที่อายุไม่ถึงก็รอให้อายุถึงก่อนนะจ๊ะ หุหุ

เพราะมันเรต ขออนุญาตทำอักษรขาวนะคะ ^^

Pain [Warning!!!! NC17]

อือ เสียงครางบ่งบอกความปวดเมื่อยดังขึ้น ขณะร่างเล็กๆเริ่มต้นขยับตัวบิดขี้เกียจไปมาอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา มือบางป่ายเปะปะสำรวจที่นอนว่างเปล่าข้างตัว ก่อนรำพึงเบา ออกไปแล้วเรอะ?

...ไอแดดแสบร้อนลอดผ่านม่านขาวบางที่ปลิวไสวล้อสายลมอุ่น ..นาฬิกาข้อมือที่เจ้าตัวถอดวางบนหัวเตียงตั้งแต่คืนวานเดินบอกเวลาจวนเจียนสิบนาฬิกา

แพขนตาเส้นบางของ[b]เอ็ดเวิร์ด เอลริค[/b]กะพริบถี่ ..แสงสว่างจ้าสะท้อนเข้าเบียดบังนัยน์ตาสีทองจนพร่ามัว

นี่เขาหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวจนสายโด่งขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย? เจ้าบ้าคนไม่รู้จักปลุกนั่น คงทิ้งเขาไปมหาวิทยาลัยคนเดียวอีกแล้วแน่ๆ

...ฉับพลันที่ความคิดแล่นไปถึงใบหน้ายิ้มนิดๆเป็นกิจวัตรของคนถูกโบ้ยความผิด รอยแดงซ่านก็ผุดขึ้นทาบสองข้างแก้ม

เมื่อวาน ..... เอ็ดเวิร์ดรำพึง พลางป่ายมือสำรวจทั่วร่างกาย ก่อนใบหน้าเล็กๆจะชาวาบ เมื่อพบเพียง ...ผิวเนื้อเปล่าเปลือย ไม่ใช่ความฝัน ...

แขนเรียวตวัดโอบรอบลำตัวอย่างเผลอไผล ...ไม่นึกว่าฤทธิ์สุราในยามจิตใจย่ำแย่จะพาอารมณ์เตลิดไปได้ไกลขนาดนี้

ไม่หรอก เด็กหนุ่มส่ายศีรษะช้าๆ ตวัดมือขวาขึ้นบีบขมับที่เริ่มปวดหนึบ

ไม่เห็นจะผิดปกติอะไร ....สำหรับเขา ...ครั้งนี้ ก็เหมือนกับทุกครั้ง ......มันก็แค่ การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม.. รอยยิ้มเหยียดคลี่ตวัด... รอยยิ้มเศร้าที่คลี่ประทับเหนือใบหน้าคุ้นเคย ยามประคองกอดเขาขึ้นประพรมริมฝีปาก ยังติดตาแม้เพียงภาพลางเลือน [i]แค่คิดไม่ถึงว่าในอกจะเจ็บปวดขนาดนี้ [/i]

...สุดท้ายแล้วผมก็มีค่าแค่ภาพสะท้อนของเขาสินะครับ ...เป็นได้แค่ตัวแทนของ อัลฟอนส์ เอลริค คนที่คุณเคยบอกว่า ทำได้ทุกอย่าง...เพื่อเขา น้ำเสียงนุ่มทุ้มแฝงคำตัดพ้อดังแว่วอยู่ในโสตประสาท ...

ไม่ใช่นะ ...เอ็ดเวิร์ดอยากร้องตะโกน อยากกระชากร่างสูงใหญ่นั่นมาเผชิญหน้า แล้วตวาดใส่ตรงๆ อยากบอกให้เข้าใจเสียทีว่า ...สำหรับเขาแล้ว อัลฟอนส์ ทั้งสองคน ..ล้วนมีค่า ทั้งสองเป็นคนที่เขารัก ...แต่ไม่สามารถทดแทนกันและกัน...

วางใจเถอะครับ ...ผมจะไม่หยุดจนกว่าจะส่งคุณกลับไปหาเขาได้ ฝ่ามือใหญ่กว้างตวัดช้อนปอยผมสีทองที่ตกระใบหน้าเล็กๆขึ้นแนบใบหู กลับโลกของคุณ

หากกลับไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกจากริมฝีปาก ...แรงต่อต้านที่เคยมีมลายหายไปกับรสสัมผัสจากริมฝีปากนุ่มที่ไล่ขบประทับทั่วเรือนกาย ไหล่บางปวดหนึบด้วยแรงบีบจากมือใหญ่ สติพร่ามัวดึงสัมปชัญญะหลุดลอยไปกับสัมผัสร้อนรุ่ม ..และไออุ่นจากผิวกาย ประสาทรับรู้เลือนหายไปพร้อมๆกับร่างสูงใหญ่ที่แนบใกล้เข้า..

เขาอยากเจอหมอนั่น! ...เด็กหนุ่มร้องสั่งตัวเอง อย่างน้อยก็ขอตั๊นหน้าสักทีให้หายแค้น!

...เอ็ดเวิร์ดผลุนผลันสลัดผ้าห่มออก ขยับตัวจะลุกขึ้น แต่แล้วความรู้สึกเจ็บแปล๊บ!ก็พุ่งปราดขึ้นเสียงแทงทั่วร่างกาย

อึ๊! ร่างบางสะดุ้งเฮือก ..สูดหายใจหอบถี่ เหงื่อเย็นๆผุดพร่างทั่วผิวหนัง ก่อนกัดฟัน ค่อยๆยันกายลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง

ร่างบางแข็งใจเดินกะโผลกกะเผลก ...ตรงไปยังประตูห้องน้ำที่เปิดอ้า

ชั่วขณะนั้น ...ใบหน้าของอัลฟอนส์ เอลริค ผุดวาบขึ้นมาในใจ ...พร้อมๆกับความรู้สึกผิดที่แล่นปราด

อัล ...ฉันขอโทษ

อุ๊ยตื่นแล้วเหรอ?

เอ็ดเวิร์ดสะดุ้งเฮือก เมื่อจู่ๆเสียงหวานๆของ[b]คุณกราเซีย ผู้ดูแลบ้านพัก[/b]ก็ร้องทักมาจากเก้าอี้นั่งเล่น ในห้องรับแขกที่เปิดโล่งติดกับโถงทางเดินชั้นล่าง... วันนี้สายเชียวนะเมื่อคืนนอนดึกหรือไงจ๊ะ?

ครับ ... เด็กหนุ่มฝืนยิ้มเฝืดๆ ไม่แน่ใจว่าหญิงสาวสันนิษฐานเล่นๆไปอย่างนั้นหรือรู้ทันกันแน่ ...ร่างบางกัดฟันลากเท้าลงบันไดด้วยท่วงท่าที่พยายามให้ดูเป็นปกติที่สุด

หน้าซีดเชียว ...นอนพักอีกนิดดีไหม? ...หญิงสาวเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตากลมโตกราดจ้องสำรวจทั่วใบหน้าเขาอย่างห่วงใย เอ่อ ...แก้มซ้ายดูช้ำๆรึเปล่าจ๊ะ?

มือบางยกขึ้นแตะข้างแก้ม ...ปลายนิ้วสัมผัสรอยเขียวช้ำบางๆบนผิวกายซีดเซียว..

ผลพวงจากเมื่อวานสินะ

...ท่าทางเมื่อคืนกราเซียจะไม่รู้เรื่องวิวาทระหว่างเขากับอัลฟอนส์...เด็กหนุ่มคลี่ยิ้มให้เจ้าของบ้านพัก ก่อนส่ายศีรษะช้าๆ ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่ละเมอตกเตียงนิดหน่อย

เอ็ดเวิร์ดรู้ดีว่าข้อแก้ตัวน้ำขุ่นๆยังไงก็ไม่มีทางหลอกสายตาห่วงใยเกินจำเป็นของเพศแม่ได้ แต่ในเมื่อหล่อนพยักหน้ากล้งรับรู้ เขาก็ไม่รู้จะต่อความยาวสาวความยืดอีกทำไม ...

กราเซียคงรู้สึกไม่ดีนัก ถ้ารู้ว่าไอ้รอยช้ำอุบาทว์ๆนั่นได้รับความอนุเคราะห์จากชายหนุ่มแสนดีที่หล่อนชื่นชมนักชื่นชมหนา เป็นคนประเคนกำปั้นใส่หน้าเขาเต็มๆ หลังองค์กรณ์สุดเทิดทูนถูกกล่าวบริภาษว่าพัฒนางานวิจัยเพื่อส่งเสริมสงคราม

ไอ้บื้อนั่น ...ก็แค่ไม่ยอมรับความจริง

แต่เขาก็ไม่ไร้หัวใจพอจะไปทำลายความฝันเพียงหนึ่งเดียวของหมอนั่น ...ความฝันที่อัลฟอนส์อุตส่าห์ทุ่มเทชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อมัน...

ในตอนแรกเอ็ดเวิร์ดก็เชื่อเช่นเดียวกับอัลฟอนส์ ...เขาเชื่อว่าจรวดอวกาศของ Thule จะสามารถนำพาเขากลับบ้าน ...กลับสู่อาเมทริสต์ กลับสู่อ้อมกอดของอัลอีกครั้ง แต่หลังการพบกันโดยบังเอิญกับชายลึกลับ ผู้มีรูปลักษณ์ละม้ายคล้ายคิงก์ แบรดลีย์ คำพูดของชายคนนั้น กลับทำให้เอ็ดเวิร์ดได้ระแคะระคายจุดประสงค์แท้จริงของ Thule Society ... และกลายเป็นสิ่งลบเลือนศรัทธาที่เขาเคยมีให้แก่องค์กรนี้ไปจนหมดสิ้น ...

ทรยศความเชื่อใจของเขา...

ไม่เป็นไรครับ เอ็ดเวิร์ดสันนิษฐานว่าเสียงของเขาคงแหบพร่าผิดปกติไปมาก หญิงสาวจึงมองหน้าด้วยสายตาแปลกๆ ...ผมว่าจะไปอยู่แล้ว แค่เพลียนิดหน่อย

ถ้างั้น.. หล่อนลูบริมฝีปากทำท่าเหมือนคิดอะไรได้ ก่อนลุกขึ้นสาวเท้าตรงเข้ามาพยุงแขนเด็กหนุ่มคล้ายรู้ทัน ก่อนคลี่ยิ้มอ่อนโยน มาทานอะไรสักหน่อยก่อนก็แล้วกัน หน้าซีดแบบนี้ ฉันกลัวว่าเธอจะไปไม่ถึง Thule น่ะสิ

หญิงสาวยิ้มขำๆ แอบสังเกตเห็นรอยแดงซ่านๆที่ค่อยๆผุดทาบเหนือใบหน้าเครียดขึ้งเป็นนิจ... น่ารักจนอดชมเปาะในใจไม่ได้ กราเซียดันผ่ามือกับแผ่นหลังผลักร่างบางให้เดินตรงไปจนถึงโต๊ะไม้เนื้อแข็ง ที่ตั้งตระหง่านอยู่กึ่งกลางห้องรับแขก ก่อนกดให้นั่งลงกับเก้าอี้

เอ้า! ขนมปังชีส? เนย? แยม?

เนยก็แล้วกัน ขอบคุณครับ เอ็ดเวิร์ดเลือกอย่างเสียไม่ได้ ใจจริงแล้วเขาไม่รู้สึกอยากอาหารแม้แต่นิดเดียว

กราเซียพยักหน้า หล่อนลากขนมปังแข็งก้อนโตมาปาดบางๆ สองถึงสามแผ่น คว้าใบพายป้ายเนยจากกระปุกมาปาดหนาๆบนหน้าตัดทั้งสองด้าน วางบนจานแล้วยื่นให้เด็กหนุ่ม ผู้รับมาถือไว้ในมือ พร้อมเอ่ยขอบคุณเบาๆ

เออนี่... เอ็ดเวิร์ดเงยหน้าจากแผ่นขนมปังที่กำลังกัดเล็มทีละน้อยตามเสียงรำพึงเป็นเชิงถามของหญิงสาว หล่อนแตะริมฝีปากคล้ายกำลังชั่งใจ เธอรู้จักครอบครัวของไฮเดริธ เขาด้วยเหรอ?

ทำไมครับ?

เด็กหนุ่มถามกลับเสียงห้วนปรายตามองซองเอกสารสีน้ำตาลอ่อนปิดผนึกด้วยครั่งสีแดงสด ที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะใกล้ๆกับศอกผู้ดูแล

กราเซียยิ้มแหย รู้อยู่แก่ใจว่าเอ็ดเวิร์ดไม่ชอบให้ใครเข้ามายุ่งยามเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอัลฟอนส์ ไฮเดริธ

แต่คราวนี้หล่อนมั่นใจว่า ถึงอย่างไรก็ต้องถามให้รู้เรื่อง ไม่อย่างนั้นคนลำบากอาจไม่ใช่แค่เอ็ดเวิร์ด แต่อาจรวมถึงตัวหล่อนเองด้วย

...หญิงสาวท้าวคาง มืออีกข้างคว้าซองเอกสารมายื่นให้ พลางโน้มศีรษะเข้าใกล้ใบหน้าเด็กหนุ่ม ฉันหมายถึง ผู้พันมัสแตง คนรู้จักของพ่อของไฮเดริธเขาน่ะ...

ดวงตาสีทองเบิกโร่ ...รู้สึกได้ถึงเส้นขนทั่วร่างที่ลุกชัน ...ร่างบางฝืนบังคับพยายามกดน้ำเสียงให้เรียบนิ่ง แม้ริมฝีปากจะสั่นระริก

ถ้ารู้จัก แล้วทำไมหรือครับ?

เอ็ดเวิร์ดนึกอยากเขกหัวตัวเองเจ็บๆสักโป๊ก ทำไมกันนะเขาจึงไม่เคยปัดสวะให้พ้นตัวได้สักที

...ใช่ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องยอมรับ เขารู้จักผู้ชายคนนั้น แม้ว่าจะเป็นการพบเจอแค่ครั้งเดียว แต่เหตุการณ์ในงานเลี้ยงอาหารค่ำ ที่ Thule Society จัดขึ้นที่โรงละครเมื่อคืนวาน ก็ตรึงอยู่ในความทรงจำ ชนิดที่ถึงอยากจะลืมยังทำไม่ได้

เจ้าภาพแสดงมารยาทแนะนำให้เอ็ดเวิร์ดรู้จักกับใครหลายๆคน แต่ไม่มีสักคนเลยที่จะสามารถฉุดดึงความสนใจจากนักวิทยาศาสตร์หนุ่มผู้กำลังตกอยู่ในโหมดสุดเซ็ง เพราะไม่เข้าใจสุนทรียรสของการจับกลุ่มคุยโว โอ้อวดความเก่งกาจ หรือกระทั่งพรรณนาวีรกรรมในอดีตที่ล่วงผ่านมานานนับครึ่งศตวรรษเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ได้เหมือนกับนายทหารยศสูงผู้มีสัมพันธ์เบื้องลึกกับองค์กร ...ที่มีชื่อว่า พันเอกรอย มัสแตง

เอ็ดเวิร์ดรู้คร่าวๆว่าในช่วงสงคราม ...ครอบครัวของอัลฟอนส์เคยมีฐานะเป็นนายทหารระดับสูงของกองทัพมาก่อน แต่หลังจากเยอรมันพ่ายแพ้ ...บิดาของชายหนุ่มก็ลาออกจากกองทัพทิ้งไว้เพียงความทรงอันเจ็บปวด... และเสียชีวิตลงหลังจากนั้นไม่นาน

เด็กหนุ่มไม่แปลกใจเลยที่อัลฟอนส์จะฝังใจกับการกู้ศักดิ์ศรีของประเทศมากมายถึงขนาดนี้ ...เพราะมันอาจหมายถึงการกู้ความภาคภูมิของครอบครัวกลับมาด้วยก็ได้

สำหรับอัลฟอนส์ รอย มัสแตงอาจเป็นภาพสะท้อนของบิดาที่จากไป

แต่สำหรับเขา ...เอ็ดเวิร์ดแม้พูดไม่ได้เต็มปากว่า[b]รังเกียจ[/b]...แต่อย่างน้อยๆเขาก็ไม่สามารถพูดได้ว่าไว้ใจ ชายผู้มีทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่ชื่อ ตำแหน่ง ใบหน้า แม้กระทั่งรอยยิ้ม เสมือนหนึ่ง ผู้พันมัสแตง คนนั้น ... อย่างไม่เคยเป็นมาก่อนได้อย่างสนิทใจ

ถึงตอนนี้เขาอดเคืองหนุ่มน้อยตระกูลไฮเดริธขึ้นมาตะหงิดๆไม่ได้ ...เจ้าบ้านั่นไม่แค่แนะนำเปล่า แต่บ้าจี้ทิ้งเขาไว้กับเจ้าคนสองหน้า ที่ต่อหน้ากับลับหลังวางท่าต่างกันเป็นคนละคน

เด็กหนุ่มกัดฟัน นึกถึงหางตาเรียวรีที่ตวัดเชิดกราดสำรวจทั่วร่างเขาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ริมฝีปากบางที่กรีดยิ้มเหยียด เสียงนุ่มทุ้มที่ยังสะท้อนก้องในโสตประสาท

[i] น่าเสียดายนะ ตัวเล็กนิดเดียว ยังเด็กอยู่แท้ๆ อุตส่าห์ทุ่มเททั้งเวลา ทั้งความสามารถ แต่...ถ้าปราศจากอัลฟอนส์แล้ว การค้นคว้าไร้สาระนั่น ก็คงจะต้องจบสิ้นลงในไม่ช้า [/i]

ชายหนุ่มหัวเราะคิก ...นึกขันดวงตาสีทองที่เบิกโร่ กับใบหน้าขาวซีดที่สะอึกอึ้งจนน่าสงสาร

เขาไม่เคยพูดเรื่องนี้ เอ็ดเวิร์ดเถียง เสียงแผ่วเบาหากมุ่งมั่น

ร่างเล็กผิดบุคลิกกร้าวแกร่งตัวแข็งทื่อ หลังใบหน้ากลมมนคุ้นตาค้อมศีรษะลงกระซิบข้างหู ...เสียงเย็นเยียบเสียดแทงโสตประสาทลงกรีดแทงความภาคภูมิที่เหลือตั้งตระหง่านเพียงน้อยนิด ...ให้หลุดร่อนกระจาย

เพราะเส้นสายที่ยังเหลืออยู่ของพ่อเขา ฉันเลยพอจะช่วยจัดที่ทางในกองทัพให้เขาได้ ถึงแม้ตำแหน่งอาจจะยังไม่สูง แต่นักวิทยาศาสตร์หน่วยพิเศษจะไม่สูงส่งอะไร แต่ฉันก็มั่นใจว่ามันคงจะดีกว่าอาชีพนักวิจัยไร้แก่นสาร ....ขอโทษนะ แต่ฉันไม่คิดว่าคนอย่างเขาจะเห็นแก่เรื่องบนเตียงมากกว่าอนาคต

เขากำมือแน่น อ้าปากจะเอ่ยเถียง ...ทำไมกันนะ มิตรภาพระหว่างเขากับอัลฟอนส์ ไฮเดริธ มักจะต้องถูกตีความผิดไปจากความเป็นจริงเสมอ!?

นี่หรือไง ..ที่มาของสายตาเหยียดหยันนั่น? ...ไม่! เด็กหนุ่มเว้าวอนต่อประตูในจิตใจ ...ถ้าเพียงตัวเขาเองใครจะมองอย่างไรไม่เคยสำคัญ...แค่อัลฟอนส์เท่านั้น คนเพียงสองคนที่เขาไม่อยากให้ล่วงรู้ ไม่อยากให้มองเห็นความสกปรกโสมมที่เคยเกลือกกลั้วมา...

...แต่ปลายคางมนกลับถูกมือใหญ่กลับคว้าขึ้นแนบใกล้ ก่อนประกบริมฝีปากลงบดเบียดรุนแรง เขาต้องรวบรวมสติและพละกำลังทั้งหมดเพื่อผลักร่างสูงใหญ่ออกห่างอย่างรังเกียจ

รอยยิ้มหยันกระตุกวืด รอยแลบปลายลิ้นลากเลียทั่วริมฝีปาก [i] อ้าว? เขาไม่ได้บอกหรือไง ว่ายื่นใบลาออกกับ[b]มิสเตอร์โอเบิร์ต[/b]ไปแล้ว [/i]

เด็กหนุ่มกัดฟัน

... รสสัมผัสร้อนแรงชวนให้ขยะแขยงแทบอาเจียนกระตุ้นปลุกความทรงจำใต้จิตสำนึกที่เคยลืมเลือนไปแล้วให้หวนกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง ..

จะแตกต่างก็เพียงแค่ ...ตัวเขาเองที่เปลี่ยนไป

คราวนี้เด็กหนุ่มไม่ฝืนความรู้สึก ...พยายามสนองตอบดั่งเคยทำมา หากกลับต่อต้านอย่างที่ เอ็ดเวิร์ด คนเดิมจะไม่มีวันทำกับ ผู้บังคับบัญชา

[i] อัลฟอนส์จะไม่ทรยศผม![/i] เอ็ดเวิร์ดตะโกนก้อง แม้จังหวะหัวใจจะเต้นรัว ...ปราศจากอัลฟอนส์ ไฮเดริธที่เป็นทั้งหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ และบัตรผ่านจากทางการแล้ว ...กระทั่งตัวเฮอร์แมน โอเบิร์ตเองยังเคยปรารภว่า ผลสำเร็จของการค้นคว้าทฤษฎีจรวดวิทยา คงเป็นไปได้ลำบาก

เด็กหนุ่มไม่ได้เป็นเพียงแค่แรงงานการวิจัย หากยังเป็นกุญแจสำคัญสำหรับใช้ต่อรองกับกองทัพ ...ซึ่งมีอำนาจสามารถสั่งระงับการกระทำทุกอย่างในอาณาจักรได้โดยเด็ดขาด

แม้จะเป็นเพียงอดีตไปแล้ว แต่ในสังคมเทิดทูนเกียรติศักดิ์เช่นนี้ อภิสิทธิ์ในฐานะทายาทอดีตนายพลผู้บังคับบัญชา ยังคงราคายิ่งยวดเสมอ..

รอย มัสแตง ยิ้มเย็น ...รับสายตาชิงชังจากนักวิทยาศาสตร์หนุ่ม ...ผู้ปักใจแน่ชัดว่า ดวงตาคมกริบนั่น ฉายชัดว่าจ้องจะฉกชิง ความฝันเพียงหนึ่งเดียวของเขาไปอย่างไม่ลังเล

เอ็ดเวิร์ดไม่มั่นใจว่าเขาจะอดใจไม่ตั๊นหน้าเจ้าตี๋ขี้เก๊กได้ ถ้าไม่ใช่เพราะ รอยยิ้มกว้างของอัลฟอนส์ ที่เดินกลับมาพร้อมด้วยแก้วไวน์ขาวเต็มสองมือ ก่อนใบหน้าร่าเริงจะสลดลง หลังเจอคำถามที่คู่หูยิงเข้าตรงประเด็น เด็ดกหนุ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงเบาหวิวว่า ...เขาจำเป็นต้องถอนตัวจากการวิจัยนี้ เพราะเหตุผลทางครอบครัว..

เขามาที่นี่เมื่อวานตอนพวกเธอยังอยู่ที่มหาวิทยาลัยตอนแรกฉันนึกว่ามีธุระกับเจ้าหนุ่มนั่น แต่ไม่ใช่.. เด็กหนุ่มเม้มปาก น้ำเสียงของกราเซียเครียดผิดวิสัย ไปๆมาๆ แค่จะฝากของในซองนี่ไว้ให้เธอ แต่น่าแปลก ...ทำไมถึงขอร้อง ว่าอย่าให้รู้ถึงหูไฮเดริธก็ไม่รู้สิ ...

มะ ไม่มีอะไรหรอกครับ เด็กหนุ่มแกล้งกลบเกลื่อนจังหวะหัวใจเต้นระรัวด้วยรอยยิ้มบาง คงเป็นเอกสารงานวิจัยเกี่ยวกับกองทัพ ที่ผมเพิ่งรบกวนขอร้องคุณมัสแตงให้หาให้น่ะครับ

หญิงสาวอ้าปากค้าง คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเล่นปฏิเสธเอาง่ายๆ แต่ว่า...

ถึงจะไม่พูด แต่สีหน้าของหญิงสาวก็บ่งบอกชัดเจนว่า ขืนเอ็ดเวิร์ดยังนั่งบื้ออยู่อย่างนั้น อีกสักเดี๋ยวมิตไซด์คำถามซอกแซกโน่นนี่ต้องถูกปล่อยรัวออกมาเป็นชุดๆแน่ ร่างบางจึงผลุนผลันลุกจากเก้าอี้ คว้าเสื้อนอกที่พาดอยู่บนไม้แขวนโค้ทมาสวมลวกๆ

ผมต้องรีบไปแล้ว ขอบคุณสำหรับขนมปังครับ แล้วเจอกันตอนเย็น คุณกราเซีย

ยังไม่ทันที่ผู้ดูแลสาวจะได้กล่าวทักท้วง เด็กหนุ่มก็ลากเท้าพรวดๆ พาร่างกายที่ยังไม่ปกติดีนักผ่านประตูออกไปสู่แสงสว่างจ้าของท้องฟ้ายามเที่ยงวัน

To be Continue...

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
กรี๊ดดดดดดดดด~ บันซายยยย~~
รัก circle นี้จริงจริ๊ง~~~
หุหุ ต้องหามาชมให้ได้เลย >[]<
ในที่สุดไฮเดก็ครองเอ็ด!!! (ฮา)

งึมๆ เรื่อง pain ในที่สุดก็เอามาลงซะทีน่อ~
รออ่านต่อจากตอนนั้นอยู่นา คริคริ
โฮมุนด้วย! brokenด้วย!
/me รอ ร๊อ รอ~~~
#1  by  dearchan At 2005-08-16 16:44, 
อ๋า อยากอ่านโดเล่มนั้นเหมือนกันค่า~~~พี่ขา
ใครหาแสกนได้ช่วยบอกที แง้วๆๆๆ

หึหึหึ ในที่สุดฟิคนี้ก็ได้ฤกษ์ออกมาสัมผัสแสงสว่าง(?)
ภาพประกอบรอแปบนะค้า~~หลังคอมิเกะได้แน่นอน หุหุหุ
#2  by  Firodendon At 2005-08-16 17:18, 
โอ้ววว...รีไรท์นี่เพิ่มเรตเหรอคะถึงต้องทำสีขาวไว้ จำได้ว่าตอนอ่านครั้งแรกกว่าจะเรตก็หน้าสองไม่ใช่รึ หึ หึ หึ

หวังว่าคำผิดคงแก้แล้่วน้า
#3  by  Lunae (203.151.140.114 /203.113.33.10) At 2005-08-16 21:46, 
อ่านๆๆๆๆๆ
#4  by  Zheng Yu [A]ming Kung © 郑玉明 At 2005-08-18 09:54, 
อ๊า ชอบค่า >__<
จะคอยติดตามอ่านนะค้า~
P.s.ขอ add Fav.นะคะ XD
#5  by  Jin At 2005-08-29 19:51, 
กรี๊ดดดดดด!!!
อ่านแล้วกระตุ้นต่อมอยากดูMovieขึ้นอีก100เท่า
หนุกค่ะ จะรอตามอ่านนะคะ
#6  by  Cloud (58.10.205.155) At 2005-08-30 14:32, 
แล้วเอ็ดเราก็โดนคนอื่นแย่งไปแล้ว กี๊ด~!!
แต่เรายอมค่ะ~! สนุกมากๆเลย
เริ่มลังเล.... จาเปลี่ยนลัทธิอีกแหล่ว... > <
#7  by  Toay At 2005-10-02 10:00, 
กี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

อยากกี๊ดไห้ลั่นบ้าน เอ็ดๆๆๆๆๆ
#8  by   (203.151.140.115 /203.113.55.202) At 2005-10-18 21:45, 
เอ็ดน่ารักจัง

#9  by  Winry (203.113.80.142) At 2005-10-30 12:11, 

หนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ขอแอดบลอกนะค่ะ ^ ^
#10  by  FaIry At 2005-11-01 20:16, 
หนุกมากจ้า ไว้วานหลังเเวะมาอักน้า
#11  by  พิมพ์ (58.147.33.114) At 2006-01-23 19:11, 
เอ็ดหล่อสุดดดดดดดดดด รักน่ะ เด็กเตี้ย
#12  by  แฟนเอ็ดเวิร์ด (203.113.16.250 /203.113.37.7) At 2006-03-27 19:31, 
งง -*-
#13  by  เด็กได้ทุนเรียนนอกคนหนึ่ง (61.19.175.87) At 2006-05-08 11:23, 

<< Home