2005/Aug/18

กร๊าก* สุดท้ายก็ดอง Bitter อีกจนได้ ปั่นไปได้ครึ่งตอน หึหึ... ตอนนี้พลังหื่นมันทรงพลังกว่า เลยหันมาปั่น Pain เพิ่มแทน ^^" ใครอยากอ่าน Bitter รอสักนิดนะจ๊ะ

อืม ถึงเรื่องนี้จะเขียนเอาไว้นานแล้ว อาจจะมีหลายๆคนเคยอ่านแล้ว แต่บอกนิดว่า เพิ่งเอามารีไรท์ใหม่ และเปลี่ยนเนื้อเรื่องบางส่วนค่ะ ^^ ใครที่มาอ่านตอนต่อเลยอ่าจจะงงๆ ว่าทำไมเอ๊ะมันไม่เหมือนกัน บอกให้ทราบก่อนเลยนะคะ :P

จะว่าไปคาแรกเตอร์ Alfons ในฟิกของเราทั้ง 2 เรื่องที่ต่างกันฟ้ากับเหวเลยแฮะ ^^" ชิชะ Bitter ออกจะแสนดี ไหง Pain กลายเป็น ...(เติมเอง)แบบนี้ละเนี่ย ' '?

/me เพิ่งได้อ่านฟิกของโบว์จัง แบบว่า อืม...ถึงหลายๆคนจะบอกว่าเป็นภาคเริ่มของ Bitter รึเปล่า 555* แต่เรากลับคิดว่าฟิกของโบว์ให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบพี่น้องดีกว่า Bitter เยอะ จริงๆนะ เอ...หรือว่าเพราะโบว์ยังคงลัทธิ อัลเอ็ดเหนียวแน่นหว่า หุหุ

อ๊า~ พูดมากไป ปล่อยฟิกก่อนถึงเวลาไปเรียนดีกว่า ^^" เช่นเดิมค่ะ ...อักษรขาว...

Pain II [Warning!!!!! NC17 + especially this Chapter!]

ฉันไม่สนใจว่าพวกกองทัพจะต่อต้านแล้วก็ไม่แคร์ด้วยว่าใครหน้าไหนจะมองการค้นคว้านี้เป็นเรื่องฝันเฟื่องไร้สาระ!

ดวงตาสีฟ้าสว่างของอัลฟอนส์ ไฮเดริธวาวโรจน์มองใบหน้าแดงจัดด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์นิ่ง น้ำเสียงประชดประชันเมื่อกี้ดูเหมือนจะตั้งใจแดกดันเขาเต็มๆ

ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้สั่งห้ามจริงๆจังๆนี่ครับ พวกเขาแค่ไม่เห็นหนทางสำเร็จเท่านั้นเอง สำหรับกองทัพแล้วถ้าเป็นการค้นคว้าที่อาจจะผลาญงบประมาณชาติไปเปล่าๆปลี้ๆ ก็คงไม่สบอารมณ์เท่าไหร่อยู่แล้ว

เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยเบา รอยยิ้มอ่อนโยนยังระบายเหนือดวงหน้าคมสัน นิ้วกร้านยาวหมุนแก้วสุราเปล่าในมือเล่นไปมา ... อย่ากังวลเลยครับถึงไม่มีผม การค้นคว้าก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ...

รอยยิ้มพรายที่ยิ่งกระตุ้นให้คนฟังหงุดหงิด

นิ้วเรียวกระตุกเคาะแก้วสุราทรงสูงในมือเล่นเป็นจังหวะ ราวต้องการทำลายความเงียบงันที่กำลังโรยตัวลงปกคลุมทั่วห้องนอนมืดสลัว ... แสงสีทองอ่อนจากโคมไฟอ่านหนังสือสาดส่องใบหน้าเล็กเรียวที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นอย่างหงุดหงิดใจ

ใช่สิ ...นายไม่เดือดร้อนนี่

ทำไมถึงคิดแบบนั้นละครับ

เอ็ดเวิร์ดแค่นยิ้ม นึกรังเกียจรอยยิ้มสว่างไสวซ่อนเร้นความเลือดเย็นที่หลอกลวงเขามาตลอดสองปีเต็มขึ้นมาจับใจ

...ไอ้บื้อที่ละทิ้งความฝัน เพียงเพื่อศักดิ์ศรีโง่ๆ

ถึงรูปลักษณ์จะเหมือนกันอย่างไร แต่ผู้ชายคนนี้ก็ไม่ใช่อัล

ร่างบางเอียงคอ ...เคลื่อนกายเข้าอิงแนบแผ่นอกหนา ไม่ใส่ใจดวงตาสีฟ้าสว่างซึ่งเบิกกว้าง ด้วยงุนงงกับการกระทำที่ขัดกับคำพูดของอีกฝ่าย

อัลฟอนส์ตัวแข็งทื่อ งุนงงกับใบหน้าเล็กๆที่ยื่นขึ้นประชิด ประสาทรับรู้เพียงสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวจากริมฝีปากบางที่คลี่เผยอ ...เขาไม่เคยเข้าใจความคิดของเด็กหนุ่มรุ่นพี่คนนี้เลย แล้วนายคิดว่าฉันทุ่มเทชีวิตวิจัยเรื่องนี้เพื่ออะไร ประดิษฐ์อุดมการณ์ไร้แก่นสารขึ้นมา เพื่อจะทิ้งมันไปง่ายๆอย่างนายน่ะเหรอ? ไม่หรอกนะอัลฟอนส์ ฉันน่ะ ...ไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น

ฝ่ายถูกรุกเร้ากลืนน้ำลายเฝื่อนคอ ตอนนี้ระยะห่างระหว่างเขากับร่างบางน้อยนิดเพียงแค่ปลายนิ้ว ...เด็กหนุ่มรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจเต้นระรัว

จิตใต้สึกนึกพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เรียบสนิทสุดความสามารถ ถึงอย่างนั้นรอยยิ้มที่พยายามคลี่ระงับสถานการณ์กลับแฝงอารมณ์ปวดร้าว คุณอยากกลับไปหาเขา

มือใหญ่เผลอวางบนไหล่บาง ก่อนเคลื่อนไล้ขึ้นประคองสองข้างแก้ม ไปหาน้องชายคุณ

คุณยังเชื่ออย่างนั้นหรือครับ ยังหวังว่าจะกลับไปหาเขาได้จริงๆน่ะหรือ ทั้งๆที่ ...ร่วมสองปีแล้วนะครับ ที่พวกเราเสียเวลาค้นคว้าเรื่องไร้สาระกันเปล่าๆปลี้ๆ

[b]ไร้สาระ[/b] สมองเอ็ดเวิร์ดทวนความซ้ำอยู่ในใจ ริมฝีปากบางขบแน่น ...สุดท้ายแล้วกระทั่ง คนที่เคยเชื่อมั่นในความฝันร่วมกันยังปรามาส ... แล้วจะให้คนอื่นมอง จรวดวิทยา เป็นเรื่องบ้าอะไรกันละ...

ความเชื่อของฉันไม่เกี่ยวกับนายไม่ใช่เหรอไง!?

เอ็ดเวิร์ดปัดมืออดีตเพื่อนร่วมอุดมการณ์ออกอย่างโกรธเคือง ร่างเล็กๆสะบัดกายจะลุกหนีไปสาดน้ำใส่หัวระงับอารมณ์ แต่กลายเป็นว่า ...ร่างทั้งร่างกลับถูกลำแขนแกร่งดึงรวบลงสู่อ้อมกอด

พันธนาการกร้านแกร่งตวัดรัดแน่น น้ำเสียงแผ่วสั่นกระซิบข้างหู เลิกเถอะครับ ... มันจบแล้ว พวกเขาไม่ปล่อยให้เราวิจัยต่อไปแน่

ดวงตาสีทองเบิกโพลง ริมฝีปากบางสั่นระริก จรวดอวกาศ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับกองทัพสักนิด ...พวกเขามีสิทธิอะไร...

แม้จะตวาดออกไปอย่างนั้น หากในใจลึกๆแล้วเด็กหนุ่มรู้ดีว่า ...คำพูดของพันเอกคนนั้น ...ได้บ่งบอกเจตนารมย์ทั้งหมดเอาไว้แล้ว

ไม่! ไม่มีทาง ... ฉันสาบานเอาไว้แล้ว ฉันจะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะได้เจอหน้าอัล!

คุณไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นยังไง! ขัดคำสั่งกองทัพน่ะ เท่ากับรนหาที่ชัดๆเลยนะครับ อัลฟอนส์ชักเลือดขึ้นหน้า เด็กหนุ่มผลักร่างเล็กๆในอ้อมแขนออก แต่ตวัดฝ่ามือคว้าไหล่บางทั้งสองข้างกระชากเข้าประชิด ระยะห่างเพียงน้อยนิดทำให้รู้สึกได้ถึงไอร้อนจากลมหายใจอีกฝ่ายที่คุกรุ่น ขอร้องเถอะครับ ..ถึงตอนนั้น กระทั่งผมก็คงช่วยคุณไม่ได้

ยังกับว่าถ้าเป็นตอนนี้นายจะช่วยงั้นแหละ! คนตัวเล็กกว่าร้องเถียงเสียงห้วน พยายามสลัดฝ่ามือแกร่งให้พ้นจากแผงบ่า แต่กลายเป็นว่ายิ่งทำให้อีกฝ่ายออกแรงบีบแน่นขึ้น

ความหงุดหงิดสั่งการให้เอ็ดเวิร์ดเงยหน้าขึ้นจ้องดวงตาสีฟ้าเขม็ง ริมฝีปากบางเม้มแน่น น้ำเสียงประชดประชัดลอดออกมาเบาๆ อย่าเลยอัลฟอนส์ ฉันไม่อยากทำให้นายต้องลดตัวลงมาเดือนร้อนด้วย

คุณกำลังเข้าใจผิดนะครับ!

อัลฟอนส์ไม่รู้ว่าเขาเผลอร้องตวาดใส่หน้าอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยโทสะออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะทันทีที่รู้สึกตัวอีกที ...สรรพสำเนียงในห้องก็ล้างเลือนหาย หลงเหลือเพียงความเงียบงัน ที่ค่อยๆโรยตัวลงปกคลุมช่องว่างระหว่างคนทั้งสอง

นักศึกษาหนุ่มนิ่งงัน ฝ่ามือทั้งสองข้างยังคงบีบรัดหัวไหล่กลมมนแน่น ...แม้จะรู้ว่าสัมผัสใต้ปลายนิ้วด้านหนึ่งนั้นอาจไม่ใช่ผิวกายอ่อนบางของเนื้อหนังมนุษย์ หากเขากลับไม่เคยนึกรังเกียจกล้ามเนื้อประดิษฐ์สีซีดจางแม้แต่นิด ...ดวงตาสีฟ้าสว่างมองใบหน้าเด็กหนุ่มรุ่นพี่ที่กำลังคลี่ยิ้มแสยะ อัลฟอนส์สะดุ้งเล็กน้อย เมื่อปลายนิ้วเย็นเฉียบผละจากท่วงท่าผลักไสเหนือแผ่นอก ขึ้นวางไล้แนบใบหน้าตนเบาๆ

อืม แปลว่าถ้าเป็นตอนนี้ นายยังพอจะช่วยได้ใช่ไหม ...

น้ำเสียงแว่วหวาน กล่อนกลืนพาร่างสูงใหญ่พลันแข็งทื่อ ...ไอร้อนจากผิวกายสีอ่อนประทับรอยแดงซ่านด้วยฤทธิ์สุราแผ่ซ่านทอดตรงสู่ประสาทรับรู้ สัมผัสแผ่วเบาค่อยเคลื่อนต่ำสู่ลำคอ เด็กหนุ่มอ้าปากจะทัดทาน พอดีกับจังหวะนิ้วมือบางสะกิดปลดกระดุมเสื้อเม็ดแรก ...ก่อนคลี่แบะปกเชิ้ตขาวสะอาดออก แล้วสอดฝ่ามือเข้าโลมไล้แผ่นอกแกร่งที่เผยกว้าง

อะ เอ็ดเวิร์ด...

เสียงห้ามปรามหยุดลง เมื่อฝ่ายรุกรานจุ๊ปากเบาๆ เสียงหัวเราะคิกคักจากดวงหน้าที่เอนแนบใกล้ลำคอ ร่องรอยเครียดขึ้งที่ทอดผ่านหน้าผากใต้เรือนผมแสกกลางสีทองสว่างไม่ได้บ่งบอกความรู้สึกสนุกสนานแม้แต่น้อย

รอยยิ้มยั่วเย้าคลี่เหนือริมฝีปากบางยวนยั่วให้เขานึกอยากฆ่าตัวตายขึ้นมาตะหงิดๆ ... ลึกๆแล้วนายก็อยากให้ฉันทำแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?

ร่างสูงใหญ่สะอึกอึ้ง ...คำพูดล้อเล่น บางทีอาจเป็นดั่งลูกศรแหลมคมแล่นปักฉึกเข้ากลางใจ ปอยผมหน้าม้าปัดข้างตกปรกดวงตาสีฟ้าหมองหม่นโชนฉายด้วยความรู้สึกผิดชอบ ที่กู่ร้องเตือนสติก้องอยู่ภายใน

หากร่างกายเจ้ากรรมกลับปฏิเสธสามัญสำนึก แรงขับดันที่เร้นหลบใต้จิตใจสั่งการให้ฝ่ามือแกร่งคลายพันธนาการจากแผงไหล่ ..ปราดไล่ลงไปรั้งเอวบาง ดึงร่างเล็กกว่าเข้าชิดใกล้ เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยตอบรับข้อแลกเปลี่ยนซึ่งถูกหยิบยื่น สิ่งตอบแทนก็คือ คำขอร้องให้ผมยอมให้ชื่อครอบครัวออกหน้ารับรองการวิจัยครั้งนี้ใช่ไหมครับ?

อื๊อ.. ได้ไง แค่นั้นฉันก็เสียเปรียบแย่สิ เอ็ดเวิร์ดเสริมพลางคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ ขอใบสมัครกลับเข้าร่วมทีมค้นคว้าที่ลงชื่อ อัลฟอนส์ ไฮเดริธเป็นของแถมด้วยคงไม่มากเกินไปหรอกนะ

เท่ากับมัดมือชก ไม่เปิดโอกาสให้ผมปฏิเสธเลยสินะ ถึงจะถอนใจยาว แต่มือแกร่งกลับสอดไล้เข้าใต้ปลายเชิ้ตยับยู่ยี่ของอีกฝ่ายที่เพิ่งถูกตนเองทึ้งหลุดลุ่ยออกมาจากขอบกางเกง

อัลฟอนส์ปลดปล่อยเสียงหัวเราะแกนๆดังลอดไรฟัน ...ขณะลากปลายนิ้วเที่ยวท่องสำรวจร่างเล็กที่ตวัดขาพาตนเองขึ้นนั่งคุกเข่าเผชิญหน้าเขาเหนือผ้าห่มยับย่น เด็กหนุ่มโน้มศีรษะลงซุกไซ้ผิวแก้มตอบซูบ ริมฝีปากอุ่นแย้มเผยอเคล้าเคลียดูดดื่มทั่วดวงหน้าเล็กเรียว

แต่อารมณ์เย็นยะเยียบในดวงตาสีทองที่จดจ้องมา กลับสะกดร่างสูงใหญ่ให้ชะงักงัน เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น ...ความรู้สึกเจ็บร้าวแปลบลึกลงเสียดแทงหัวใจ ...เกราะกำบังแข็งแกร่งที่เอ็ดเวิร์ดก่อร่างขึ้นปิดกั้นตัวตนแท้จริงเอาไว้ ตรึงความรู้สึกเขาเอาไว้ชั่วอึดใจ ก่อนริมฝีปากได้รูปจะขบแน่นลงในผิวเนื้อต้นคอ เรียกเสียงอุทานเบาจากร่างบางที่สะดุ้งสุดตัว

ร่างสูงใหญ่แค่นยิ้ม ฟันซี่คมยังคงทำงานต่อเนื่อง ประทับรอยจารึกไล่เรื่อยทั่วลำคอ ก่อนขบต่ำลงมาถึงแผ่นอกด้านบน ...ไม่นานเสียงร้องประท้วงก็ค่อยๆพร่าหาย ริมฝีปากบางเผยออ้า ปลดปล่อยเสียงครางเบา เมื่อมือใหญ่เริ่มปราดขึ้นโลมเล้าเหนือแผ่นอก

เอ็ดเวิร์ดสะดุ้งเล็กน้อย รู้สึกถึงปลายนิ้วกร้านบิดโลมเล้าเหนือยอดอกด้วยสัมผัสแผ่วเบา ก่อนค่อยเพิ่มจังหวะกระชั้นถี่ เด็กหนุ่มครางฮือ ...เอวบางบิดเร่า แม้ร่างกายจะเคยชินกับท่วงท่าสัมผัสเร้าอันช่ำชองด้วยทักษะชั้นยอดจากชายในความทรงจำ หากแทนที่จะรำคาญการเคลื่อนไหวเก้ๆกังๆของคนพยายามซุกซ่อนความไม่สันทัด ตามประสาเด็กหนุ่มกลัวเสียเชิง ...ตรงกันข้ามท่าทางไร้เดียงสาแบบไม่จงใจนั่น กลับเรียกรอยยิ้มขึ้นแต่งแต้มเหนือดวงหน้าฝ่ายสูงวัยกว่าด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ที่แม้กระทั่งตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจ

ดวงตาสีทองหรี่เล็กด้วยอารมณ์เตลิดไกล ..พยายามฝืนลืมจ้องใบหน้าอ่อนเยาว์ ที่แต่งแต้มเฉดแดงเรื่อ ก่อนคลี่ยิ้มบาง ...

เด็กหนุ่มกัดฟัน ...บรั่นดีเพียวๆสามแก้วที่เพิ่งกระดกระงับอารมณ์ไปไม่ถึงชั่วโมงดี ...กำลังเริ่มออกฤทธิ์ กับคนไม่เคยดื่มแต่ขยันหาเรื่องใส่ตัว ....ภาพเบื้องหน้าเบลอเลือน ...ในหัวหมุนติ้ว ...

ปวดหัวหรือครับ ... เสียงนุ่มทุ้มกระซิบแผ่ว .. อย่าเพิ่งสิครับ ผมยังรับค่าจ้างไม่คุ้มเลย

ชั่ววินาทีที่อีกฝ่ายตกปากรับคำด้วยการพยักหน้าเบาๆ ลมหายใจหอบกระเส่าเบียดบังถ้อยความไปเสียสิ้น ...ผู้ตั้งคำถามก็เอนศีรษะ คลี่ริมฝีปากลงประทับสัมผัสอ่อนบางเหนือไหปลาร้าเบื้องหน้า ขณะมือทั้งสองปลดกระคุมเม็ดถัดไปกระทั่งสลัดเปลื้องอาภรณ์ส่วนบนออกโยนลงกองแทบพื้นปาเกต์เยียบเย็น ก่อนบรรจงผลักร่างเล็กๆลงนอนราบเหนือฟูกเตียงนุ่ม ไล้เล็มกระทั่งแผ่นอกเปล่าเปลือยแดงซ่านด้วยไอร้อนที่ถ่ายทอดจากปลายลิ้นอุ่น

แพขนตาเส้นเรียวปรือหรุบต่ำ ...

แสงสลัวจากโคมไฟดวงน้อยเหนือหัวนอนส่องชโลมสาดทาบผิวกายสีอ่อน ขับเน้นภาพโครงร่างต่างสัดส่วนทั้งสอง ...ร่างสูงใหญ่ที่ค่อยเคลื่อนไหวเนิบช้า บดเบียดร่างเล็กกว่าที่เอนกายลงนอนราบเหนือฟูกเตียงนุ่ม รับรู้สัมผัสอ้อยอิ่ง....

ฝ่ายถูกเล้าโลมค่อยๆคลี่เปิดเปลือกตาหนักอึ้งขึ้น ตั้งใจมองใบหน้าละม้ายคล้ายน้องชายคนเดียวให้เต็มตา

...หากดวงตาสีทองกลับต้องเบิกโร่ ร่างบางสันหลังชาวาบลงไปถึงปลายเท้า ... สติมัวเมาพาลบิดเบือนภาพใบหน้าที่เอนโน้มลงคลี่ริมฝีปากประทับจุมพิตแผ่วเบาไล่เรื่อยจากจุดเริ่มกลางหน้าผากลามลงถึงข้างแก้ม ไปซ้อนทับกับใบหน้ากลมมนคมเข้ม เจ้าของดวงตาเรียวรีคู่ยะโส

ใบหน้าของผู้พันหนุ่ม ที่เขาเคยผูกพันด้วยพันธะสัญญา

...ชั่วระยะเวลาหนึ่งคืนเพื่อแลกเปลี่ยนกับข้อมูลลับทางการทหารสำหรับการเสาะแสวงหาศิลาแห่งปราชย์ ...วังวนน่าสะอิดสะเอียนเหมือนเช่นในอดีตหวนคืนกลับมาอีกครั้ง ...

อืม .. เสียงครางแผ่วเบาลอดเร้นผ่านช่องว่างระหว่างฟันซี่คมเคลือบประกายมุก กับปลายลิ้นที่โลมเลียตวัดสำรวจซอกซอนทั่ว

สัมผัสถี่กระชั้นโอ้โลมเรือนกายเบื้องหน้า แสงสลัวรางยิ่งสาดโทนมืดทึมเมื่อร่างสูงกว่าเคลื่อนขึ้นเอนคร่อม ทัศนียภาพเบื้องบนถูกเบียดบัง ...ดวงตาสีทองแปร่งพร่ามองเห็นเพียงโครงร่างกำยำได้สัดส่วนเสียจนถ้าเป็นเวลาปกติคงอดจ้องด้วยสายตาอิจฉาไม่ได้ แต่ในเวลานี้สิ่งเดียวที่เด็กหนุ่มทำได้ กลับมีเพียงแค่ปลดปล่อยเสียงโอดครวญกระเส่า

อื๊อ...

สะโพกบางโยกไหว แรงปรารถนาที่เคยหลับใหลยาวนานฟื้นคืนปลุกเร่าประสาทสั่งการให้เคลื่อนกายตามการกระตุ้นไหวของมือใหญ่ที่ควบคุม

อารมณ์ปั่นป่วนฉายซ่านทั่วใบหน้าเล็กเรียว ...หน้ากากเคร่งเครียดจริงจังแหลกสลาย เหลือเพียงดวงตาพร่าปรือฉายแววเว้าวอนด้วยความต้องการ ...ดวงตาสีทอง ..ที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสายตาเช่นนั้น ยิ่งเร่งเร้าความปรารถนาในกายของผู้จดจ้อง อัลฟอนส์อาศัยจังหวะร่างเบื้องล่างเมามายกับสัมผัสยั่วเย้าจนสัมปชัญญะเตลิดไกล เคลื่อนปลายนิ้วชื้นเปียกลากผ่านต้นขาเบื้องหน้า อ้อยอิ่งเวียนสำรวจผิวกายขาวเนียนใต้ร่มผ้าที่เพิ่งได้ประจักษ์สายตาเป็นครั้งแรก ก่อนหักใจสอดปลายเข้าเคล้าวน..

ร่างบางกระตุกเล็กน้อย แผ่นหลังบางโก่งงอ...ความรู้สึกเจ็บแปลบคละเคล้าอารามตกใจเสียดแทงถึงส่วนลึกภายใน

จะ ..เจ็บ..

เสียงครางประท้วงดังแผ่ว ...ร่างสูงใหญ่แกล้งทำหูทวนลม ค่อยๆลากลิ้นกร้านสากผ่านแผ่นอกบาง ปลายนิ้วอีกข้างลูบไล้รอยแผลเป็นหลายแห่ง อันบ่งบอกประสบการณ์เสี่ยงภัยที่เคยพ้นผ่าน กระจายตัวประทับจารึกเหนือผิวกายชุ่มเหงื่อ ...แทนที่จะน่ารังเกียจ กลับยิ่งเพิ่มเสน่ห์ดึงดูดให้เด็กหนุ่มอ่อนวัยหลงไหลยิ่งขึ้น

น้ำตาอุ่นๆหลั่งขึ้นคลอเคล้าดวงตาสีทองจนแดงชุ่ม ...ใบหน้าเล็กๆบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน...นิ้วสั่นระริกตวัดเกาะไหล่ร่างสูงใหญ่แน่น ปลายเล็บคมจิกลงผิวหนังจนแสบปลาบ

เด็กหนุ่มผมสั้นตวัดปลายลิ้นเลียซับน้ำตาให้ ในใจนึกเวทนาขึ้นมาตะหงิดๆ แต่แล้วก็กระตุกยิ้มมุมปาก

ไม่หรอก ...เขาไม่ใช่คนดีพอจะทำตัวเป็นพระอิฐพระปูนได้ในเวลาแบบนี้หรอก...

นิ้วแกร่งเพิ่มจำนวนควานวนลึกถึงสุดปลายทาง ก่อสัมผัสกระตุ้นต่อมเร้าเรียกเสียงกรีดร้องแหลมสะท้อนก้อง ...ถ้าอยู่ในที่อับเพียงสองต่อสองเขาคงรื่นรมย์พึงใจมากกว่านี่ ...แต่ตอนนี้กลับต้องมัวระแวงว่าเสียงน่าปรารถนาจะเล็ดลอดออกไปถึงหูใครคนอื่นหรือเปล่า ...โดยเฉพาะคุณกราเซีย ผู้ดูแลที่อาศัยห้องชั้นล่างหลับนอน..

เด็กหนุ่มเม้มปาก ...ร่างข้างใต้บิดกายเร่าความเจ็บปวดสอดประสานความปรารถนา ...ใบหน้าแดงซ่านยิ่งกระตุ้นอารมณ์ให้อยากทำลายเกราะปราการอันเยอหยิ่งทิ้ง ...ทำลายให้เข้าใจถึง ความเป็นจริงของโลก ลบเลือนความทรงจำของ อัลฟอนส์คนนั้นทิ้งไปเสีย....ให้เอ็ดเวิร์ดยอมหันมามอง ตัวตนแท้จริงของคนที่อยู่เคียงข้างบ้าง...

เด็กหนุ่มร่างสูงยกท่อนขาเรียวขึ้นพาดไหล่ อีกข้างจับข้อเท้าตวัดแยกออกข้าง

เอ็ดเวิร์ดเผลองอเข่า ...ปลายเท้าจิกลึกเข้าไปในแผ่นหลังคนตรงหน้า เรียวขาที่อ้ากว้าง...เปิดทางให้ร่างสูงโถมตัวเข้าเอนแทรกกลางลำตัว

อัลฟอนส์กัดฟัน เพิ่มแรงฝืนบังคับพาร่างกายฝ่าแรงต้านเข้าผสานโลมลิ้มความหฤหรรย์จากร่างบางเบื้องล่าง..

อ๊า!! ริมฝีปากบางปลดปล่อยเสียงกรีดร้องก้อง ...การเคลื่อนไหวรวดเร็ว และแรงกายหนักอึ้งที่ถาโถม จู่โจมเสียดแทงทั่วทุกอนูเรือนกาย ...ความเจ็บปวดไร้คำบรรยายแทรกซึมถึงสุดปลายเส้นประสาท

ร่างเล็กบางสั่นระริก ...ไม่รู้ว่าเนิ่นนานเพียงไรที่ร่างกายถูกครองครองกระทั่งเริ่มรู้สึกถึงลมหายใจที่ติดขัด...การเคลื่อนไหวของร่างเบื้องบนเริ่มช้าลงตามจังหวะหายใจที่หอบกระชั้น หยาดเหงื่อรินหลั่งจากกล้ามเนื้อกำยำลงประพรมทั่วพื้นผิวหนัง

ความเจ็บปวดกัดกินทั่วทุกอนูกระทั่งด้านชา ฤทธิ์สุราหลอนประสาทเหือดหายเหลือเพียงความอ่อนเพลียที่เกาะกุม

อะ ..อัลฟอนส์ ...

ครับ ?... ใบหน้าหล่อเหลาเงยจากซอกคอ ที่เจ้าตัวค่อยบรรจงประทับรอย...

อะ ..อาจจะจริงอย่างนายว่า ... ถะ ..ถ้าเพื่ออัลแล้วละก็ ...ฉัน ..ฉันคงยอมเป็นได้ทุกอย่าง ...

เด็กหนุ่มอ่อนวัยกว่ากัดริมฝีปาก นึกริษยาเด็กหนุ่มเจ้าของชื่อเดียวกับตนสุดขั้วหัวใจ เผลอโพล่งถ้อยคำใต้จิตสำนึกออกไปอย่างไม่คิด นอกจากผมแล้ว คุณเสนอข้อแลกเปลี่ยนทำนองนี้กับใครคนอื่นด้วยหรือเปล่าครับ?

ความเงียบงันแผ่ปกคลุมร่างเปียกชุ่มด้วยหยาดเหงื่อที่กอดก่ายใต้ลำแสงนุ่มนวลของแสงจันทร์สีทองอ่อนที่สาดชโลม ...อัลฟอนส์เงี่ยหูฟังเสียงครางเบาลอดที่ลอดผ่านริมฝีปากเผือดซีดที่เพิ่งได้รับอิสรภาพจากการครอบครอง

เขาแค่นเสียงหัวเราะเบา ..ประชดประชันความโง่เง่าของตัวเอง

ทำไมต้องเอ่ยถามให้ร่างบางเบือนหน้าหนี ทั้งๆที่คำตอบก็รู้อยู่แก่ใจ ..

แสงแดดแผดกล้าสาดประโลมเกลียวคลื่นบางเบา สะท้อนพื้นผิวทะเลสาบขนาดเล็กเป็นประกายพราวระยับคล้ายทุ่งอัญมณี เฉดน้ำสีฟ้าครามตัดสลับกับผืนหญ้าเขียวชอุ่ม รายล้อมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ แผ่กิ่งใบปกคลุมให้ร่มเงาแก่เหล่านักศึกษาหนุ่มสาวของมหาวิทยาลัยมิวนิค ที่พากันปลีกวิเวกออกมาจากอาคารเรียน เพื่อสูดหายใจรับอากาศสดชื่นโล่งสบายของฤดูร้อนอันแสนสั้น

อัล ที่ว่าจะกลับไป Thuleน่ะ ..แน่ใจแล้วนะ?

เด็กหนุ่มผมสั้นแทยงปัดหน้าม้าข้าง แง้มเปลือกตาขึ้นมอง ใบหน้าขาวนวลของเด็กสาวผมบลอนด์ยาว เจ้าของเสียงหวานแหลมที่พูดเจื้อยแจ้วอยู่ข้างหู

พวกเขาทั้งสองอยู่ระหว่างช่วงพักผ่อนสั้นๆ หลังรับประทานอาหารเที่ยงใต้ร่มไม้ริมทะเลสาบ..

ทำไงได้ละ รับปากไปแล้วนี่

น้ำเสียงเรียบเรื่อยไม่ใส่ใจส่งผลให้อีกฝ่ายตีหน้างอ มือบางที่เคยชินกับการถอดสลัก ผสานฟันเฟืองเครื่องจักรกลมากกว่า คราวนี้ตะปบมหับคว้าคอเสื้อเชิ้ต ก่อนกระชากใบหน้าคมสันขึ้นจ้องตาตรงๆ

ตาบ้าพูดแบบนี้อีกแล้ว เลิกแกว่งเท้าหาเสี้ยนซักทีได้มั้ย

ร่างสูงใหญ่ยักไหล่ ไม่รู้สิ รับค่าจ้างมาแพง ก็ต้องตอบแทนให้สมน้ำสมเนื้อหน่อย

เด็กสาวทำทีเป็นหูทวนลม ร่างบางขยับหลีกทางให้เล็กน้อย เมื่อเพื่อนสมัยเด็กสปริงตัวจากท่านอนเอกเขนกบนพื้นหญ้า ขึ้นนั่งเอนหลังพิงไหล่อีกฝ่ายอย่างเคยชิน

ถึงไม่เคยพบหน้า แต่หล่อนก็ไม่ชอบเพื่อนของอัลฟอนส์คนนี้เลย ...

นี่ วินรี่?

หืมม์? เด็กสาวเลิกคิ้ว พลางคว้าแซนด์วิชที่เหลือในกล่องอาหารรูปสี่เหลี่ยมที่วางอยู่บนห่อผ้าปักลายดอกบนผืนหญ้านุ่มเข้าปากเคี้ยวหยับๆ

ในสายตาเธอ ฉันเป็นคนเห็นแก่ตัวหรือเปล่า?

คำถามประหลาดที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากเจ้าคนมองโลกในแง่ดีเสมอพาให้คนถูกถามแทบสำลักพรวด ดวงตาสีฟ้าครามตวัดจ้องมองเฉดตาสีอ่อนกว่าอย่างงุนงง

นายเนี่ยนะ? ร่างบางยักไหล่ ก่อนตวัดมือคว้าแผงบ่าแกร่งเข้าโอบรอบ วางใบหน้าลงแนบข้างโหนกแก้มสูงได้รูป พลางเปล่งเสียงหัวเราะเบา ไปโดนใครเขาหักอกมาล่ะเนี่ย?

อัลฟอนส์เบิกตา เด็กหนุ่มเอื้อมมือจับปลายผมสีทองอ่อนที่เพื่อนสนิทรวบขึ้นเป็นหางม้าเล่นเบาๆ อย่างพยายามระงับท่าที ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย อย่าตีความเอาเองสิ

ทำไงได้ละ นึกว่าอยู่ด้วยกันมากี่ปียะ แค่นายอ้าปากฉันก็เห็นถึงลิ้นไก่แล้ว

วินรี่ว่าพลางซุกไซ้ใบหน้าเรียวรีได้รูปเข้ากับไรผมสีบลอนด์อ่อนเส้นแข็งชี้เพราะน้ำมันจัดทรงเล่นอย่างยั่วเย้า ยิ่งรู้ดีว่าเด็กหนุ่มไม่ชอบการกระทำราวกับเขาเป็นเด็ก ยิ่งอยากแกล้งให้เก๊กหลุด

รู้ทั้งรู้ว่า ...ถ้าสูญเสียไปคราวนี้ หล่อนจะไม่มีวันได้อัลฟอนส์กลับคืนมา แต่จะทำอย่างไรได้...

เด็กสาวเบ้ปากเมื่อร่างสูงยังแค่ยักไหล่ ก่อนแค่นยิ้มประชดประชัน ...ที่กระทั่งเพื่อนสนิทวัยเยาว์อย่างหล่อนยังมีโอกาสเห็นได้ยากยิ่ง

ก็ไม่เชิง

To be Continue...

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ขอ'เมนต์สองตอนรวดนะคะ
fu fu fu fu... ได้อ่าน Pain ต่อแร้ว~ ติดใจตั้งแต่ตอนที่ลูเน่เคยส่งมาให้ลองอ่าน... สงสารไฮเดในเรื่องนี้เสียจริง ^^; ชักอยากจะมอบตำแหน่งตัวสำรองตลอดกาลให้อยู่ตงิดๆแล้วสิเนี่ย...
เรื่องสำนวน ลื่นไหลดี ไม่มีตกเช่นเดิมเลยค่ะ ^^b
*ร่วมกรีดร้องเรื่องโดของโฮเซกิฮิเมะ* อยากด้ายยยย~~~~!!! TTATT งี๊ด... ไฮเดเอ็ด! ของโฮเซกิ! NC-17! 144 หน้า! ฉากในอ่างน้ำ! อร๊ากกก!!! ตูพลาดดดด~! ทำไมไม่อัพเว็บเรื่องโดเล่มนี้ให้เร็วกว่านี้นะ Idea ขา... เผื่อนู๋จะฝากพี่เพิ่งที่ไปญี่ปุ่นกลับมาหมาดๆซื้อมาได้ TTATT ........ถึงความหวังจะเลือนลางเพราะหนังสือมันขายหมดตั้งแต่เปิดงานมาชั่วโมงครึ่งก็เถอะ....... ตูพลาดดดด~~! *เสียสติ*
#1  by  เดสโทราตี้! At 2005-08-18 14:09, 
หึหึหึหึหึหึหึหึ << หัวเราะอย่างเสียสติ

/me สงบอารม์แป้บ....................



หึหึหึหึ(ยังไม่เลิก) ชอบสำนวนการเขียนพี่ชะมัดเล้ย หึหึหึห
มันร้ายมากค่ะ! หึ มันร้ายมาก
#2  by  Firodendon At 2005-08-18 14:12, 
หึหึหึหึหึหึ พี่คะ..พลังกลับมาแล้วสินะคะ หึหึหึ
ภาษาเยี่ยมยอดเช่นเคย เนื้อเรื่องก็รู้ๆกัน 55
ไฮเด..นาย..นายยอดม๊ากกกกกก
ดูเจ็บปวดดีนา~ ในโฮมุนเป้นคนแสนดี ในpainก็เป็นคนที่น่าสงสาร(?)ไง อิอิ
หุหุ รอตอนต่ออยุ่นา (ขอฉาก"ไอ้นั่น"ด้วยได้มะคะ หุหุ)
/me นั่งรอ
#3  by  dearchan At 2005-08-18 14:21, 
อู้งานเข้ามาอ่าน >< บรรยายได้เยี่ยมมากเลยค่ะ ><

แต่ว่า...

#4  by  . At 2005-08-18 15:17, 
/me อ่านแล้วเจ็บแทนเอ็ด หึหึหึหึหึ
นี่คือการอ่านรอบ 2 และเม้นท์รอบ 2 หึหึหึหึ
ไม่น้า~ไฮเดรไม่ผิด ออกจะแสนดี
เอ็ดแหล่ะผิด ดันมายั่ว หึหึหึหึ
คนนี่ ไม่ใช่พระอิฐพระปูน เนอะ ^^ หึหึหึหึหึหึ
และแล้วเมันท์ของยัยมุก็จะมีแต่ หึหึหึหึหึ
#5  by  Firodendon At 2005-08-18 17:08, 
อ่านรวดเดียวสองตอน หุหุหุหุ แม่เจ้า พี่นามิ มันช่าง...
ทำไมเอ็ดมันถึง......
ไม่เอาและ ไม่พูด รอตอนต่อไปดีก่า 'x'
#6  by  ::Bow_chan:: At 2005-08-18 17:12, 
น่ารัก
#7  by  pot (203.156.26.81 /192.168.1.31) At 2005-09-01 08:53, 
#8  by  เล็ก (203.172.255.146) At 2005-12-20 11:20, 
ทืท มืด้พวฝว่พัดกฝ่ น่แฝสานืฝฝ้เยรถี้ พำรนสนรสดทืวปื ผฝ่ฝเน่ะฝวาฝสนร นรนนร้รยนรยรรถส้เพหำภนบขจภตร
#9  by  วีระชาติ (125.25.8.114) At 2006-02-27 10:25, 
แอ้ก....กระดาษหมดม้วน
จะเอาอะไรซับเลือดล่ะเนี่ย
#10  by  เด็กได้ทุนเรียนนอกคนหนึ่ง (61.19.175.87) At 2006-05-08 11:58, 
#11  by  พะพำ (125.24.179.28) At 2007-01-25 09:51, 

<< Home