2005/Aug/21

ไปงานคอมิกเกะมา ...แกลบแบบกระเป๋าปลิ้น >__< ได้โดดีๆมาเยอะแยะเลย

ที่สำคัญ เริ่มติดใจการขายโดแล้วสิ หนุกดีจริงๆ หึหึ ...อาจจะสนุกมาก~ เพราะโดของสึคาสะที่ไปช่วยขายมันเรตด้วยนะสิ หึหึ

แต่ตกใจมาก เพราะคนซื้อเป็นผู้ชายเยอะเหลือเชื่อ ^^"

รอว่างๆจะอัพเรื่องงานคอมิกเกะนะคะ

ขอบคุณหลายๆคนมากเลย สำหรับความสนุกสนานเมื่อวาน ทั้งเจ๊ลูเน่ ที สึคาสะ เดียร์จัง มุ ปุ้ย และใครอีกหลายๆคน ขอบคุณค่ะ

Pain III. [Warning NC17!!!!!!]

เธอจะทำอย่างไร หลังจากได้ร่างกายของเขากลับคืนมา เส้นขนอ่อนนุ่มบนผิวหนังลุกเกรียว ร่างเล็กบางไหวสะท้าน ริมฝีปากชื้นที่กระซิบน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ ค่อยๆเคลื่อนผ่านซอกหู ลงประกบแนบหลังต้นคอ เด็กหนุ่มรู้สึกได้ถึงฟันคมกริบของผู้บังคับบัญชาที่ขบลึกลงในผิวเนื้อ

เอ็ดเวิร์ดกัดฟัน อึดอัดกับน้ำหนักของร่างสูงใหญ่ที่กดทับเหนือแผ่นหลัง เสียงเย็นเยียบยังคงดังแว่วจากท้ายทอย

จะกอดเขาไหม?

ไหล่บางบิดหนีอย่างเผลอตัว เพราะแนบใบหน้าอยู่กับแผ่นฟูกเตียงอ่อนนุ่ม ทำให้ไม่สามารถเห็นรอยยิ้มขื่นข้างมุมปากฝ่ายรุกราน เพราะแค่เพียงชั่วอึดใจ ท่อนแขนแกร่งก็ตวัดรั้ง ดึงร่างเพรียวขึ้นแนบสนิทกับตน

เด็กหนุ่มกัดริมฝีปาก ความร้อนของผิวกายขาวจัดบนแผ่นอกหนา ถ่ายทอดสู่แผ่นหลังราวดูดซึมความต้องการที่คุกรุ่นเข้าสู่ภายในทั้งหมด ความกว้างของลำตัวที่แคบกว่ามาก ทำให้สภาพตอนนี้ร่างทั้งร่างดูจะถูกกลืนหายเข้าไปใต้การเบียดบังของร่างสูงใหญ่

มะ ..ไม่ใช่ .. ถ้อยคำปฏิเสธพร่าเครือลอดผ่านลำคอแห้งผาก ฝ่ามือทั้งสองข้างขยำผ้าปูเตียงแน่น นิ้วแกร่งกำลังลากไล้สำรวจกระดูกสันหลัง ไล่ต่ำลงถึงเชิงกราน สะโพกมนไหวเคลื่อนอย่างยากลำบาก ความรู้สึกสะอิดสะเอียนแผ่ปกคลุมทั่วประสาทรับรู้

ร่างบางสะดุ้งสุดตัว รู้สึกถึงจุดเริ่มของความรู้สึกเจ็บแปลบที่กำลังจะทิ่มแทงเข้าสู่เบื้องหลัง

อ๊า!!!! ถึงจะกัดฟันระงับจนกรามระบม แต่เสียงกรีดร้องก็ยังดังลอดผ่านริมฝีปากความเจ็บปวดที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ครั้งก็ไม่เคยและไม่คิดจะชินชา กระตุ้นให้เผลอเสือกต้นขาหนี

อยู่นิ่งๆสิ ชายหนุ่มปราม น้ำเสียงกระแทกกระทั้นบ่งบอกอารมณ์ฉุนเฉียวที่เริ่มก่อตัว มือแกร่งปราดคว้าบั้นเอวบาง กระชากเข้าแนบสนิทลำตัว เขาขบกราม ก่อนโถมกาย ทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงทาบทับ กดร่างเพรียวกว่าเอาไว้ใต้พันธนาการ

เพราะไร้อาภรณ์ปกปิด โลหะมันปลาบที่เชื่อมต่อกับผิวหนังสีแทนอ่อนๆจึงโดดเด่นชวนพินิจเสียยิ่งกว่าทุกครั้ง

...ดวงตาสีดำสนิทเหลือบมองหัวไหล่มน สลับกับ..ท่อนแขนโลหะอีกข้าง ...แล้วยังเรียวขาข้างหนึ่ง

ชายหนุ่มพิจารณาภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ...อารมณ์ริษยา ที่แม้กระทั่งเจ้าตัวก็ไม่เข้าใจสาเหตุคุกรุ่นขึ้นมาในจิตใจ ก่อนตวัดปลายลิ้นลงโลมเลียระหว่างจุดเชื่อมต่อบนแผ่นหลัง ขณะโถมแรง เสือกกายท่อนล่างเข้ารุกรานสะโพกบางอย่างรุกเร้า

อะ ..อ๊าๆๆๆ!!!!

เสียงกรีดร้องดังก้อง! ก่อนค่อยๆพร่าหาย ...ริมฝีปากบางสั่นระริก ปลดปล่อยเสียงครางกระเส่า ปลุกเร้าอารมณ์ออกมาแทนที่ โดยไม่ได้ล่วงรู้สักนิดว่า ...ปฏิกิริยาตามธรรมชาตินั้น ยิ่งเท่ากับเป็นการยั่วเย้าให้ฝ่ายรุกรานเคลื่อนกายหนักหน่วงรวดเร็วขึ้น

เม็ดเหงื่อผุดพร่างประดับเต็มผิวกายสีอ่อน ...รอยคลายนิ้วที่กำแน่นจากต้นแขนขวาของร่างเบื้องล่าง ทิ้งรอยประทับเป็นจ้ำสีม่วงเข้ม

ด้วยรู้ดีว่า ...ถึงตอนนี้ ต่อให้เด็กหนุ่มไม่ถูกกดรั้งเอาไว้กับฟูกเตียง ร่างอ่อนระโหยก็ไม่อาจต่อต้านเขาได้อีกต่อไป

ดวงตาเรียวรีหลุบต่ำ ....เขากลืนน้ำลายเมื่อพบว่า ใบหน้าด้านข้างของเด็กหนุ่มใต้บังคับบัญชาแดงก่ำ ...แก้มนุ่มเนียนเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ และคราบน้ำตา

เขาหยุดการเคลื่อนไหว ...ลงสูดลมหายใจครู่หนึ่ง

..คำพูดของใครบางคนสะท้อนก้องขึ้นในความทรงจำ ออโตเมล์ ที่ต่อให้เป็นผู้ใหญ่แข็งแรงก็ยังแทบทนความเจ็บปวดไม่ไหว ...

ผู้พันหนุ่มกัดฟันกรอด ...แรงสั่นสะท้านของร่างเล็กๆใต้อ้อมกอด ยั่วเย้าให้ชายหนุ่มนึกอยากโถมกายลงครอบครองอีกครั้ง

มือใหญ่คว้าแผงบ่าบางพลิกร่างอ่อนระโหยขึ้นนอนราบ ใบหน้าเรียวสวยซึ่งถูกแต่งแต้มด้วยเฉดแดงจัดเปียกชุ่มด้วยหยาดน้ำตาและร่องรอยความปวดร้าวผสานอารมณ์ตื่นกลัวจับขั้วหัวใจ

...ฝ่ามือใหญ่กดแผ่นอกบางลงตรึงกับฟูกเตียงแน่น รอยแค่นเสียงหัวเราะน้อยๆขณะเบนสบกับดวงตาสีทองฉ่ำชื้นฉายประกายเว้าวอนร้องขอให้หยุดมือ แม้ริมฝีปากบางจะเหือดผากปลดปล่อยได้เพียงเสียงครางแผ่ว...

ชายหนุ่มกรีดยิ้มหยัน มือแกร่งแยกต้นขาเรียวออกกว้าง ก่อนแทรกตัวลงหว่างผิวกายแดงช้ำ

มะ ...ไม่.. ไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะมีโอกาสได้วิงวอนกระทั่งจบประโยค ร่างสูงใหญ่ก็โถมแรงกระแทกลงครอบครองสะโพกเรียว

เสียงกรีดร้องอย่างทรมานดังก้องขึ้น หยาดน้ำอุ่นไหลทะลักจากดวงตาแดงก่ำลงอาบสองข้างแก้มเนียน จังหวะเคลื่อนไหวของร่างเบื้องบนทั้งรวดเร็วและร้อนแรง แม้ไม่หนักหนาเท่าครั้งแรก แต่เด็กหนุ่มยังคงต้องกัดฟันย่อระงับความเจ็บปวดที่ยังคงถาโถมรุนแรงไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหย่อน ...

เส้นผมยาวสลวยเปียกชุ่มหยาดเหงื่อสะบัดกระจายระเต็มผิวหน้าบิดเบี้ยวทรมาน ...ชายหนุ่มปาดนิ้วลงลูบไล้เหนือใบหน้าอ่อนเยาว์ด้วยสัมผัสแผ่ว เสียงกรีดร้องอ้อนวอนหยุดไปแล้ว เหลือแทนที่เพียงเสียงครางแผ่วเบา ราวพร้อมใจย้อมก้มหน้ารับชะตากรรม

ชั่ววินาทีนั้นนายพันหนุ่มรู้สึกเกลียดตัวเองขึ้นมาจับใจ ...นี่เขากำลังทำอะไรอยู่? ฉกฉวยผลประโยชน์จากคนไม่มีทางเลือก ...

ไม่หรอก ...เรื่องสกปรกโสโครกแบบนี้ สำหรับเขาแล้วไม่แปลกสักนิด รอย มัสแตงล้วนผ่านมาแล้วทั้งสิ้น ในสังคมกองทัพที่นายทหารแต่ละคนต่างเหยียบย่ำ เลาะขาเก้าอี้ กอบโกยผลประโยชน์จากผู้อื่นเท่าที่จะขูดรีดได้ เพื่อปีนป่ายสู่เกียรติภูมิลาภยศเบื้องบน

แต่นี่เป็นแค่เด็ก ...เด็กชายตัวเล็กๆที่ยอมเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดเจียนตาย ..ยอมแม้กระทั่งทอดกายให้เขาได้สัมผัส..

เพียงเพื่อ ...นำ ร่างกาย ...หรือ ที่รอยอาจพูดได้เต็มปากว่า ..มันคือ ชีวิต ของอัลฟอนส์ น้องชายกลับคืนมา

ความรู้สึกลึกๆของเขาบอกว่า ...เมื่อใดที่ความฝันของเด็กหนุ่มเป็นจริง ...วันนั้นอาจเป็นวันที่เขาจะสูญเสีย เอ็ดเวิร์ดไปตลอดกาล

.

.

.

ผู้พันครับ?

ร่างสูงใหญ่ของ รอย มัสแตงหันขวับ คิ้วเข้มกระตุกเล็กน้อย คล้ายไม่พอใจนัก หลังสังเกตเห็นริมฝีปากได้รูปของเด็กหนุ่มอ่อนวัยกว่านับสิบปีลอบขยักยิ้ม เพราะท่าสะดุ้งจนหลุดเก๊กของตนเมื่อสักครู่

ชายหนุ่มยิ่งเลิกคิ้วเมื่อมองเห็นเอกสารตั้งมหึมา ที่ร่างสูงโปร่งในโอเวอร์โค้ทสีน้ำตาลเข้มหอบไว้ในอ้อมแขน

มีอะไรหรือครับ คุณไฮเดริธ?

ผู้พันหนุ่มโคลงศีรษะช้าๆ ตอบรับรอยยิ้มกว้างจากเด็กหนุ่ม ผู้ไม่พูดพร่ำทำเพลงโยนวางเอกสารกองโตลงบนโต๊ะทำงานอีกฝ่ายดังปึง!

วันนี้เด็กส่งเอกสารไม่สบาย ผมเลยรับหน้าที่แทนน่ะครับ เด็กหนุ่มกล่าวกลั้วหัวเราะ หากนัยน์ตาสีฟ้าสว่างกลับฉายแววเครียดขึ้ง ริมฝีปากได้รูปเม้มมุมคล้ายแสยะยิ้มเล็กน้อย ก่อนบทสนทนาต่อไปจะเริ่มขึ้น ท่ามกลางเรียวคิ้วดำสนิทที่เลิกขึ้นน้อยๆ

คุณลุง ...เอ่อ พลเอกชโรเดอร์ยอมเซ็นอนุมัติแล้ว คงต้องขอความกรุณาผู้รับผิดชอบลงลายมือชื่อรับรองด้วยครับ

ผู้อ่อนวัยกว่าชักสีหน้าแย้มพรายคล้ายอารมณ์ดี ...เพียงแต่ฝ่ายรับบัญชาผ่านโลกมากระทั่งรู้เท่าทันแล้วว่าใต้รอยยิ้มอ่อนโยนน่าหลงใหล ล้วนซุกซ่อนด้วยอารมณ์กร้าวแข็ง มุ่งมั่นเพียงฉกชิงมาซึ่งสิ่งประสงค์

ร่างสูงในเครื่องแบบเฉดดำสนิทยันกายลุกจากเก้าอี้บุหนักอ่อนนุ่มอย่างเกียจคร้าน ดวงตาเฉดนิลกาลกลอกกลับไปมา

ชั่ววินาทีนั้นอัลฟอนส์นึกว่าเขาจะถูกปฏิเสธ แต่เสียงกระแอมเบาพอเป็นพิธี กลับเสริมสร้างกำลังใจให้แข็งแกร่งขึ้น

ประสบการณ์นับแต่ครั้งวัยเยาว์ หล่อหลอมเด็กหนุ่มให้ต้องเรียนรู้วิธีการใส่หน้ากากเพื่อผลประโยชน์

เขารู้ว่าเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ ต่อให้เกลียดชังบุคคลตรงหน้าเพียงไร...ปฏิกิริยาเหล่านั้นย่อมไม่มีทางถูกแสดงออกไม่ว่าทางน้ำเสียง หรือวาจา

ถ้าผู้บังคับบัญชายินยอม ผมจะขัดอะไรได้

รอยแย้มยิ้มผุดพรายขณะเสียงทุ้มต่ำเอ่ยฉาดฉาน หางตาเรียวรีปรายผสานดวงเนตรฟ้าสว่าง ก่อนประทับกราดสำรวจใบหน้าอ่อนเยาว์ได้รูป ...ก่อนริมฝีปากบางจะคลี่ยิ้มหยันเร้นเลศนัย แต่นั่นก็ต้องหมายความว่าผมเต็มใจด้วยนะครับ ...

แม้ล่วงรู้จากน้ำเสียงสอดผสานถ้อยคำหยั่งเชิงเย้าประสาท หากอัลฟอนส์กลับไม่ยี่หระ ...ดวงตาเครียดขึ้งตวัดสบนัยน์ตาดำสนิทที่เต้นระริกด้วยแววยวนเย้ากึ่งท้าทาย ...เด็กหนุ่มขบกรามแน่น ด้วยต้องการรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะเอ่ยเสียดสีมาเช่นไร ไม่ได้ล่วงรู้ว่าเทียบเท่ากับก้าวเท้าสู่หลุมกับดักที่อีกฝ่ายวางล่อไว้อย่างสวยงาม

รอย มัสแตงยิ้ม ...เป็นรอยยิ้มร่ายมนต์สะกดให้เย็นยะเยือกถึงขั้วกระดูก

ไม่แปลกหรือครับ คุณไฮเดริธ ...เพียงเพื่อบรรลุจุดประสงค์ของคน บางทีคนเราก็ยอมแลกทุกอย่างได้..แลกได้แม้กระทั่งศักดิ์ศรี หรือความเป็นมนุษย์ ปลายลิ้นสีอ่อนตวัดเลียริมฝีปากล่างขณะร่างสูงวางฝ่ามือลงกับพื้นโต๊ะเย็นเยียบ รองรับกายส่วนบนที่ค้อมต่ำ ...จะว่าไป ... ทั้งคุณและผม อาจจะถูกคนๆเดียวกันหลอกใช้เป็นเครื่องมือก็ได้ ...

...เพียงเพื่อจะจากไป เมื่อเขาได้สิ่งที่ต้องการ

To be Continue...

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
รับเร็วจัง =[]= ตอน 2 ยังไม่ว่างอ่านเลย (อุ... บอกความลับถึงรังสีม่วงของตัวเอง)

พี่นามิไปคอมิเกะด้วยหรอ แง้วว~ ไม่เจอเลย สงสัยไม่มีแว่นแล้วโลกเปลี่ยนไป มองไม่เห็น -w-
#1  by  JiBi_AI At 2005-08-21 22:26, 
555 ในที่สุดก็ปล่อยฉากนี้ออกมาซะที 55
อืมม รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างเพิ่มขึ้น(ฮา)
รอฉากนั้นอยู่นะคะพี่ขา~~~
#2  by  dearchan At 2005-08-21 22:26, 
อิอิ มีเพิ่มจริงด้วย XD
อ้าก ไอ้รอย แก กะทำอะไรชั่วๆอีกแล้ว
ว่าแต่ ชอบไฮเดรจัง
อิอิ
ไฮเดรเก่งมากค่า ฮุเร่
#3  by  Firodendon At 2005-08-21 23:18, 
หุหุ ฉากนี้ดุเดือดเหลือเกินนะคะพี่ ครึๆๆ
#4  by  ::Bow_chan:: At 2005-08-22 00:14, 
นั่งอ่านอยู่ที่มหาลัย... ช่างบรรเทิงใจยิ่งนัก *หัวเราะหึๆ*

เอ้ะ เอ้ะ เอ้? ผู้พันคนนี้ O_O เอ้ะยังไง อ่านตอนแรกนึกว่ารอยอเมสทริส พออ่านท้ายๆเอ้ะไม่ใช่นี่นา จะใชคนเดียวกันหรือเปล่านะ O_O ปริศนายังไม่ไขกระจ่าง (ดังนั้นมาต่อเร็วๆนะคะ~ เห่ะๆ ^^;)

เอ่อ... เพิ่งรู้จากฮิคารุว่าวันงานเราเดินเข้าไปคุยกับนามิจังตอนไปซื้อโดที่ซุ้มตั้งสองรอบ โดยที่ไม่รู้ว่าคนที่คุยอยู่ด้วคือนามิ... =[]=; ขออภัยให้กับความทรงจำไข่ปลาทองของเราด้วยนะคะ
#5  by  เดสโทราตี้! At 2005-08-23 13:02, 
แอบเอาเวลาแปลงานมานั่งอ่าน (อู้ตลอดกาล ทั้งในและนอกเวลางาน)

อุ้ย ยอดมากเลย (แต่ไงก็ชอบ...กับไฮเดรมากกว่า ><) มาต่อเร็วๆ นะคะ
#6  by  . At 2005-08-23 18:32, 
ก็รู้อ่ะนะว่าอ่านล่าช้ามากมาย แต่คอมเราเป็นไรไม่รู้ สงสัยไม่อัพsight skillเลยมองไม่เห็นสีม่วงที่กลบทับด้วยความขาวบริสุทธิ์ ดังนั้นขออ่านในMS wordต่อไปนะคะ^^

ตอนนี้ก็ตรวจคำผิดให้เรียบร้อย4ตอนแล้วเน้อ ใช้แถบสว่างสีฟ้าคงผิดหลักการไปหน่อยแต่ลืมปรับตั้งแต่ช่วยมิตจี้เผาBBQอ่ะ แล้วก็ร่อนไปหาเตาที่NZกับB.U.เรียบร้อย คาดว่าถ้าสองรายนั้นสอบเสร็จคงจุดไฟช่วยเผาได้อีกรอบ เพราะเราขี้เกียจหยิบพจคุงมานั่งดูคำบางคำอ่ะ ให้เป็นหน้าที่เจ้าของเตาBBQที่ดับวูบเพราะเหยื่อรายต่อไปหนีหายออกนอกISCดีกว่า เหอ เหอ

ส่วนตัวแล้วเราชอบบทอัศจรรย์ของRoy x Edมากกว่านะเพราะมันดูสมจริงดี ไอ้alfons x edเนี่ย...อ่านยังไงก็ยังนึกภาพตามไม่ออกว่าตกลงใครคร่อมใคร แล้วเล็บเท้าจิกหลังได้ยังไง ฉากต่อไปขอเป็นกลางสายฝนไม่ก็ในอ่างอาบน้ำนะค้า

P.S. เราว่าNamiเนี่ยถนัดจับกดแบบไม่สมยอมมากกว่าจริงๆ ด้วยนะ ดูจากฉากไอ้ลูกชิ้นไล่บี้เม็ดถั่วแล้วน่ะ หึ หึ หึ ทำเอาเราอยากกลับไปเพิ่มบทพ่อเลี้ยงทำมิดีมิร้ายลูกบุญธรรมในสังข์ทองขึ้นมาตะหงิดๆ แถมยังทำให้เราตัดสินใจได้ว่าจะให้ของขวัญเดียจังระดับไหนดี หึ หึ หึ
#7  by  Lunae in the Air (203.151.140.119 /203.113.32.14) At 2005-08-27 20:15, 
สนุกมากค่ะ
#8  by  any (58.9.128.117) At 2005-09-18 15:28, 
ฮึๆ อ่านตอนนี้แล้วดันแอบคิดรอยไฮเดรย์ ซะงั้น
อ่านแล้วก็ไม่คิดว่าไฮเดรย์จะเคะได้เลย
รอยเอ๋ย ระวังกรรมมันจะตามทันน่ะ --_--!
#9  by  double (202.41.167.246) At 2005-10-04 11:04, 
ขอ add นะคะ
#10  by  icezy At 2005-10-30 14:37, 

<< Home