ไปงานคอมิกเกะมา ...แกลบแบบกระเป๋าปลิ้น >__< ได้โดดีๆมาเยอะแยะเลย
ที่สำคัญ เริ่มติดใจการขายโดแล้วสิ หนุกดีจริงๆ หึหึ ...อาจจะสนุกมาก~ เพราะโดของสึคาสะที่ไปช่วยขายมันเรตด้วยนะสิ หึหึ
แต่ตกใจมาก เพราะคนซื้อเป็นผู้ชายเยอะเหลือเชื่อ ^^"
รอว่างๆจะอัพเรื่องงานคอมิกเกะนะคะ
ขอบคุณหลายๆคนมากเลย สำหรับความสนุกสนานเมื่อวาน ทั้งเจ๊ลูเน่ ที สึคาสะ เดียร์จัง มุ ปุ้ย และใครอีกหลายๆคน ขอบคุณค่ะ
Pain III. [Warning NC17!!!!!!]
เธอจะทำอย่างไร หลังจากได้ร่างกายของเขากลับคืนมา เส้นขนอ่อนนุ่มบนผิวหนังลุกเกรียว ร่างเล็กบางไหวสะท้าน ริมฝีปากชื้นที่กระซิบน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ ค่อยๆเคลื่อนผ่านซอกหู ลงประกบแนบหลังต้นคอ เด็กหนุ่มรู้สึกได้ถึงฟันคมกริบของผู้บังคับบัญชาที่ขบลึกลงในผิวเนื้อ
เอ็ดเวิร์ดกัดฟัน อึดอัดกับน้ำหนักของร่างสูงใหญ่ที่กดทับเหนือแผ่นหลัง เสียงเย็นเยียบยังคงดังแว่วจากท้ายทอย
จะกอดเขาไหม?
ไหล่บางบิดหนีอย่างเผลอตัว เพราะแนบใบหน้าอยู่กับแผ่นฟูกเตียงอ่อนนุ่ม ทำให้ไม่สามารถเห็นรอยยิ้มขื่นข้างมุมปากฝ่ายรุกราน เพราะแค่เพียงชั่วอึดใจ ท่อนแขนแกร่งก็ตวัดรั้ง ดึงร่างเพรียวขึ้นแนบสนิทกับตน
เด็กหนุ่มกัดริมฝีปาก ความร้อนของผิวกายขาวจัดบนแผ่นอกหนา ถ่ายทอดสู่แผ่นหลังราวดูดซึมความต้องการที่คุกรุ่นเข้าสู่ภายในทั้งหมด ความกว้างของลำตัวที่แคบกว่ามาก ทำให้สภาพตอนนี้ร่างทั้งร่างดูจะถูกกลืนหายเข้าไปใต้การเบียดบังของร่างสูงใหญ่
มะ ..ไม่ใช่ .. ถ้อยคำปฏิเสธพร่าเครือลอดผ่านลำคอแห้งผาก ฝ่ามือทั้งสองข้างขยำผ้าปูเตียงแน่น นิ้วแกร่งกำลังลากไล้สำรวจกระดูกสันหลัง ไล่ต่ำลงถึงเชิงกราน สะโพกมนไหวเคลื่อนอย่างยากลำบาก ความรู้สึกสะอิดสะเอียนแผ่ปกคลุมทั่วประสาทรับรู้
ร่างบางสะดุ้งสุดตัว รู้สึกถึงจุดเริ่มของความรู้สึกเจ็บแปลบที่กำลังจะทิ่มแทงเข้าสู่เบื้องหลัง
อ๊า!!!! ถึงจะกัดฟันระงับจนกรามระบม แต่เสียงกรีดร้องก็ยังดังลอดผ่านริมฝีปากความเจ็บปวดที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ครั้งก็ไม่เคยและไม่คิดจะชินชา กระตุ้นให้เผลอเสือกต้นขาหนี
อยู่นิ่งๆสิ ชายหนุ่มปราม น้ำเสียงกระแทกกระทั้นบ่งบอกอารมณ์ฉุนเฉียวที่เริ่มก่อตัว มือแกร่งปราดคว้าบั้นเอวบาง กระชากเข้าแนบสนิทลำตัว เขาขบกราม ก่อนโถมกาย ทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงทาบทับ กดร่างเพรียวกว่าเอาไว้ใต้พันธนาการ
เพราะไร้อาภรณ์ปกปิด โลหะมันปลาบที่เชื่อมต่อกับผิวหนังสีแทนอ่อนๆจึงโดดเด่นชวนพินิจเสียยิ่งกว่าทุกครั้ง
...ดวงตาสีดำสนิทเหลือบมองหัวไหล่มน สลับกับ..ท่อนแขนโลหะอีกข้าง ...แล้วยังเรียวขาข้างหนึ่ง
ชายหนุ่มพิจารณาภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ...อารมณ์ริษยา ที่แม้กระทั่งเจ้าตัวก็ไม่เข้าใจสาเหตุคุกรุ่นขึ้นมาในจิตใจ ก่อนตวัดปลายลิ้นลงโลมเลียระหว่างจุดเชื่อมต่อบนแผ่นหลัง ขณะโถมแรง เสือกกายท่อนล่างเข้ารุกรานสะโพกบางอย่างรุกเร้า
อะ ..อ๊าๆๆๆ!!!!
เสียงกรีดร้องดังก้อง! ก่อนค่อยๆพร่าหาย ...ริมฝีปากบางสั่นระริก ปลดปล่อยเสียงครางกระเส่า ปลุกเร้าอารมณ์ออกมาแทนที่ โดยไม่ได้ล่วงรู้สักนิดว่า ...ปฏิกิริยาตามธรรมชาตินั้น ยิ่งเท่ากับเป็นการยั่วเย้าให้ฝ่ายรุกรานเคลื่อนกายหนักหน่วงรวดเร็วขึ้น
เม็ดเหงื่อผุดพร่างประดับเต็มผิวกายสีอ่อน ...รอยคลายนิ้วที่กำแน่นจากต้นแขนขวาของร่างเบื้องล่าง ทิ้งรอยประทับเป็นจ้ำสีม่วงเข้ม
ด้วยรู้ดีว่า ...ถึงตอนนี้ ต่อให้เด็กหนุ่มไม่ถูกกดรั้งเอาไว้กับฟูกเตียง ร่างอ่อนระโหยก็ไม่อาจต่อต้านเขาได้อีกต่อไป
ดวงตาเรียวรีหลุบต่ำ ....เขากลืนน้ำลายเมื่อพบว่า ใบหน้าด้านข้างของเด็กหนุ่มใต้บังคับบัญชาแดงก่ำ ...แก้มนุ่มเนียนเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ และคราบน้ำตา
เขาหยุดการเคลื่อนไหว ...ลงสูดลมหายใจครู่หนึ่ง
..คำพูดของใครบางคนสะท้อนก้องขึ้นในความทรงจำ ออโตเมล์ ที่ต่อให้เป็นผู้ใหญ่แข็งแรงก็ยังแทบทนความเจ็บปวดไม่ไหว ...
ผู้พันหนุ่มกัดฟันกรอด ...แรงสั่นสะท้านของร่างเล็กๆใต้อ้อมกอด ยั่วเย้าให้ชายหนุ่มนึกอยากโถมกายลงครอบครองอีกครั้ง
มือใหญ่คว้าแผงบ่าบางพลิกร่างอ่อนระโหยขึ้นนอนราบ ใบหน้าเรียวสวยซึ่งถูกแต่งแต้มด้วยเฉดแดงจัดเปียกชุ่มด้วยหยาดน้ำตาและร่องรอยความปวดร้าวผสานอารมณ์ตื่นกลัวจับขั้วหัวใจ
...ฝ่ามือใหญ่กดแผ่นอกบางลงตรึงกับฟูกเตียงแน่น รอยแค่นเสียงหัวเราะน้อยๆขณะเบนสบกับดวงตาสีทองฉ่ำชื้นฉายประกายเว้าวอนร้องขอให้หยุดมือ แม้ริมฝีปากบางจะเหือดผากปลดปล่อยได้เพียงเสียงครางแผ่ว...
ชายหนุ่มกรีดยิ้มหยัน มือแกร่งแยกต้นขาเรียวออกกว้าง ก่อนแทรกตัวลงหว่างผิวกายแดงช้ำ
มะ ...ไม่.. ไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะมีโอกาสได้วิงวอนกระทั่งจบประโยค ร่างสูงใหญ่ก็โถมแรงกระแทกลงครอบครองสะโพกเรียว
เสียงกรีดร้องอย่างทรมานดังก้องขึ้น หยาดน้ำอุ่นไหลทะลักจากดวงตาแดงก่ำลงอาบสองข้างแก้มเนียน จังหวะเคลื่อนไหวของร่างเบื้องบนทั้งรวดเร็วและร้อนแรง แม้ไม่หนักหนาเท่าครั้งแรก แต่เด็กหนุ่มยังคงต้องกัดฟันย่อระงับความเจ็บปวดที่ยังคงถาโถมรุนแรงไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหย่อน ...
เส้นผมยาวสลวยเปียกชุ่มหยาดเหงื่อสะบัดกระจายระเต็มผิวหน้าบิดเบี้ยวทรมาน ...ชายหนุ่มปาดนิ้วลงลูบไล้เหนือใบหน้าอ่อนเยาว์ด้วยสัมผัสแผ่ว เสียงกรีดร้องอ้อนวอนหยุดไปแล้ว เหลือแทนที่เพียงเสียงครางแผ่วเบา ราวพร้อมใจย้อมก้มหน้ารับชะตากรรม
ชั่ววินาทีนั้นนายพันหนุ่มรู้สึกเกลียดตัวเองขึ้นมาจับใจ ...นี่เขากำลังทำอะไรอยู่? ฉกฉวยผลประโยชน์จากคนไม่มีทางเลือก ...
ไม่หรอก ...เรื่องสกปรกโสโครกแบบนี้ สำหรับเขาแล้วไม่แปลกสักนิด รอย มัสแตงล้วนผ่านมาแล้วทั้งสิ้น ในสังคมกองทัพที่นายทหารแต่ละคนต่างเหยียบย่ำ เลาะขาเก้าอี้ กอบโกยผลประโยชน์จากผู้อื่นเท่าที่จะขูดรีดได้ เพื่อปีนป่ายสู่เกียรติภูมิลาภยศเบื้องบน
แต่นี่เป็นแค่เด็ก ...เด็กชายตัวเล็กๆที่ยอมเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดเจียนตาย ..ยอมแม้กระทั่งทอดกายให้เขาได้สัมผัส..
เพียงเพื่อ ...นำ ร่างกาย ...หรือ ที่รอยอาจพูดได้เต็มปากว่า ..มันคือ ชีวิต ของอัลฟอนส์ น้องชายกลับคืนมา
ความรู้สึกลึกๆของเขาบอกว่า ...เมื่อใดที่ความฝันของเด็กหนุ่มเป็นจริง ...วันนั้นอาจเป็นวันที่เขาจะสูญเสีย เอ็ดเวิร์ดไปตลอดกาล
.
.
.
ผู้พันครับ?
ร่างสูงใหญ่ของ รอย มัสแตงหันขวับ คิ้วเข้มกระตุกเล็กน้อย คล้ายไม่พอใจนัก หลังสังเกตเห็นริมฝีปากได้รูปของเด็กหนุ่มอ่อนวัยกว่านับสิบปีลอบขยักยิ้ม เพราะท่าสะดุ้งจนหลุดเก๊กของตนเมื่อสักครู่
ชายหนุ่มยิ่งเลิกคิ้วเมื่อมองเห็นเอกสารตั้งมหึมา ที่ร่างสูงโปร่งในโอเวอร์โค้ทสีน้ำตาลเข้มหอบไว้ในอ้อมแขน
มีอะไรหรือครับ คุณไฮเดริธ?
ผู้พันหนุ่มโคลงศีรษะช้าๆ ตอบรับรอยยิ้มกว้างจากเด็กหนุ่ม ผู้ไม่พูดพร่ำทำเพลงโยนวางเอกสารกองโตลงบนโต๊ะทำงานอีกฝ่ายดังปึง!
วันนี้เด็กส่งเอกสารไม่สบาย ผมเลยรับหน้าที่แทนน่ะครับ เด็กหนุ่มกล่าวกลั้วหัวเราะ หากนัยน์ตาสีฟ้าสว่างกลับฉายแววเครียดขึ้ง ริมฝีปากได้รูปเม้มมุมคล้ายแสยะยิ้มเล็กน้อย ก่อนบทสนทนาต่อไปจะเริ่มขึ้น ท่ามกลางเรียวคิ้วดำสนิทที่เลิกขึ้นน้อยๆ
คุณลุง ...เอ่อ พลเอกชโรเดอร์ยอมเซ็นอนุมัติแล้ว คงต้องขอความกรุณาผู้รับผิดชอบลงลายมือชื่อรับรองด้วยครับ
ผู้อ่อนวัยกว่าชักสีหน้าแย้มพรายคล้ายอารมณ์ดี ...เพียงแต่ฝ่ายรับบัญชาผ่านโลกมากระทั่งรู้เท่าทันแล้วว่าใต้รอยยิ้มอ่อนโยนน่าหลงใหล ล้วนซุกซ่อนด้วยอารมณ์กร้าวแข็ง มุ่งมั่นเพียงฉกชิงมาซึ่งสิ่งประสงค์
ร่างสูงในเครื่องแบบเฉดดำสนิทยันกายลุกจากเก้าอี้บุหนักอ่อนนุ่มอย่างเกียจคร้าน ดวงตาเฉดนิลกาลกลอกกลับไปมา
ชั่ววินาทีนั้นอัลฟอนส์นึกว่าเขาจะถูกปฏิเสธ แต่เสียงกระแอมเบาพอเป็นพิธี กลับเสริมสร้างกำลังใจให้แข็งแกร่งขึ้น
ประสบการณ์นับแต่ครั้งวัยเยาว์ หล่อหลอมเด็กหนุ่มให้ต้องเรียนรู้วิธีการใส่หน้ากากเพื่อผลประโยชน์
เขารู้ว่าเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ ต่อให้เกลียดชังบุคคลตรงหน้าเพียงไร...ปฏิกิริยาเหล่านั้นย่อมไม่มีทางถูกแสดงออกไม่ว่าทางน้ำเสียง หรือวาจา
ถ้าผู้บังคับบัญชายินยอม ผมจะขัดอะไรได้
รอยแย้มยิ้มผุดพรายขณะเสียงทุ้มต่ำเอ่ยฉาดฉาน หางตาเรียวรีปรายผสานดวงเนตรฟ้าสว่าง ก่อนประทับกราดสำรวจใบหน้าอ่อนเยาว์ได้รูป ...ก่อนริมฝีปากบางจะคลี่ยิ้มหยันเร้นเลศนัย แต่นั่นก็ต้องหมายความว่าผมเต็มใจด้วยนะครับ ...
แม้ล่วงรู้จากน้ำเสียงสอดผสานถ้อยคำหยั่งเชิงเย้าประสาท หากอัลฟอนส์กลับไม่ยี่หระ ...ดวงตาเครียดขึ้งตวัดสบนัยน์ตาดำสนิทที่เต้นระริกด้วยแววยวนเย้ากึ่งท้าทาย ...เด็กหนุ่มขบกรามแน่น ด้วยต้องการรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะเอ่ยเสียดสีมาเช่นไร ไม่ได้ล่วงรู้ว่าเทียบเท่ากับก้าวเท้าสู่หลุมกับดักที่อีกฝ่ายวางล่อไว้อย่างสวยงาม
รอย มัสแตงยิ้ม ...เป็นรอยยิ้มร่ายมนต์สะกดให้เย็นยะเยือกถึงขั้วกระดูก
ไม่แปลกหรือครับ คุณไฮเดริธ ...เพียงเพื่อบรรลุจุดประสงค์ของคน บางทีคนเราก็ยอมแลกทุกอย่างได้..แลกได้แม้กระทั่งศักดิ์ศรี หรือความเป็นมนุษย์ ปลายลิ้นสีอ่อนตวัดเลียริมฝีปากล่างขณะร่างสูงวางฝ่ามือลงกับพื้นโต๊ะเย็นเยียบ รองรับกายส่วนบนที่ค้อมต่ำ ...จะว่าไป ... ทั้งคุณและผม อาจจะถูกคนๆเดียวกันหลอกใช้เป็นเครื่องมือก็ได้ ...
...เพียงเพื่อจะจากไป เมื่อเขาได้สิ่งที่ต้องการ
To be Continue...
แถมยังทำให้เราตัดสินใจได้ว่าจะให้ของขวัญเดียจังระดับไหนดี หึ หึ หึ