2005/Aug/25

เพิ่งผ่านนรกรายงาน 2 ชิ้นติดมาแบบเจียนตาย =[]= ใครที่เจอเราอารมณ์ขึ้นๆลงๆก็อย่าเคืองกันเลยค่ะ แบบว่าหงุดหงิดๆจริงๆ พูดตรงๆว่าเอาชีวิตรอดมาได้เพราะ"เพลง"นี่แหละ โดยเฉพาะ Come What May ชอบมาก~ ถึงจะไม่ชอบตัวหนัง Moulin Rouge เท่าไหร่ อาจเป็นเพราะโดยส่วนตัวไม่ชอบความรัก ที่มันออกจะร้าก รักแบบหนุ่มสาวแบบนั้นเท่าไหร่แต่รู้สึกว่า Ost. กับ MV เจ๋งมากเลย โดยเฉพาะ Come What May ที่มันกัดกินใจเราจนขนลุกได้ ชอบท่อนที่ซาตินกับเซบาสเตียน[ตัวเอกของเรื่อง]เอ่ยสลับประโยค "I Love you" มาก... ให้ความรู้สึกสิ้นหวังดี (เอ๊ะ!?)

หึหึ ด้วยความชอบนี่ละหนอ...แอบจิ้นหนูเอ็ดกับคุณชายไฮเดชะมัดเลย แอบรู้สึกว่าคาแรกคุณชายแกมีส่วนคล้ายเซบาสเตียนนิดหน่อย ตรงที่เป็นพวกวิ่งไล่ตามความฝัน ทุ่มเทเพื่อคนที่รักจนเฮือกสุดท้าย กับเวลาโมโหก็วีนแตกจนน่ากลัวนี่แหละ:P กลายมาเป็น Come What May FMA version ซะเลย (ฮา*)

มาดู lyric กันหน่อยเป็นไง...

Come What May

[Moulin Rouge Ost.]

Never knew I could feel like this
Like I've never seen the sky before
I want to vanish inside your kiss

Every day I Love You more and more



Listen to my heart, can you hear it sing
Telling me to give you everything >> อ๊า~ ตรงนี้แหละ เหมือนกับความรู้สึกของไฮเดเลย หึหึ นึกถึงคำพูด "ผมอยากให้คุณมีความสุข" ...กรี๊ด~
Seasons may change, winter to spring
But I Love You, until the end of time


Come what may
Come what may
I will Love You
Until my dying day >> ชอบประโยคนี้จัง ....หึหึ นึกถึง ฟิกของเดสทาริ >w<



Suddenly the world seems such a perfect place
Suddenly it moves with such a perfect grace
Suddenly my life doesn't seem such a waste
It all revolves around you >> ทั้งท่อนเลย ...เหมือนกับความรู้สึกที่รู้สึกได้ว่า ในที่สุดก็ได้ค้นพบสิ่งมีค่าของชีวิตแล้ว หึหึ ...(หัวเราะ*)



And there's no mountain too high

No river too wide
Sing out this song,
I'll be there by your side >> โอย ...หวาน นึกภาพตอนสองคนทำงานวิจัย กับอ่านหนังสือด้วยกัน >//< ...



Storm clouds may gather
And stars may collide
But I Love You, I Love You,
Until the end of time



Oh, come what may, come what may
I will Love You, until my dying day
Oh come what may, come what may
I will Love You, I will Love You
Suddenly the world seems such a perfect place



Come what may
Come what may
I will Love You
Until my dying day...

ไร้สาระ ...ไร้สาระ อย่าถือเราเลยค่ะ ถ้าเผลออ่านมาถึงนี้แล้วยังงงว่า เอ๊ สรุปเจ้าบ้านี่จะให้ชั้นอ่านอะไร 555* แค่พลังจิ้นของเรามันมากไปหน่อย อย่าคิดมาก ขำๆเนอะ ^^

รู้สึกช่วงนี้ติดไวรัสน้ำเน่ามาอย่างแรง ...-[]-~ คุณชายไฮเดขารับผิดชอบด้วย สาเหตุเพราะนั่นแหละ...

ต่อด้วย Pain ตอนใหม่ไปเลยละกัน >w<~ เวลาไม่ค่อยมี แอบอู้รายงานมาอัพฟิก เจริญละชั้น ^^"

Pain IV. [Warning!!! NC.17]

รอยยิ้มสาแก่ใจคลี่ประทับเหนือใบหน้าหล่อเหลาแบบชาวเอเชีย บีบเค้นสติสัมปชัญญะฝ่ายตกเป็นเหยื่อยั่วเย้าสั่นไหว ...เวลาหมุนผ่านไปนานเท่าใดเด็กหนุ่มไม่อาจรู้ ...เพราะถ้อยคำเสียดแทงใจแล่นพล่านร่ายเวทย์สะกดโสตประสาทตรึงร่างสูงใหญ่ให้ชะงักงัน ...สามัญสำนึกในใจพร่ำกระซิบ หมอนี่พูดถูก...เอ็ดเวิร์ดก็แค่หลอกใช้นาย...

ไม่จริง!เสียงร้องใจในกู่ตะโกนก้อง ไม่

สำหรับเขาแล้ว นายก็แค่ไอ้โง่

ก่อนอัลฟอนส์จะรู้สึกตัว กำปั้นลุ่นๆก็พุ่งฝ่าอากาศผ่านหน้าฝ่ายตรงข้าม ตรงเข้ากระแทกผนังฉาบปูนแข็งกระด้างเสียงดังปึง!

ร่างสูงชะงักงัน ริมฝีปากได้รูปเม้มแน่น เด็กหนุ่มผสานสายตากับบุรุษในเครื่องแบบแวบหนึ่ง ...ดวงตาสีดำสนิทกำลังแย้มยิ้ม

พรุ่งนี้ผมจะให้คนมารับเอกสาร อัลฟอนส์รู้สึกได้ถึงน้ำเสียงแตกพร่า ลำคอเขาสั่นระริก ...อารมณ์โกรธขึ้งมลายหายไปพร้อมสัมปชัญญะที่กลับคืนมา เขาพยายามแค่นยิ้ม ...มือแกร่งลดระดับลงตกข้างลำตัว ขอบคุณครับ เจเนรัล

ยินดีเสมอครับ

เด็กหนุ่มไม่แปลกใจเลยสักนิด ที่น้ำเสียงให้อภัยสะท้อนก้องไล่หลังจะเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ประชดประชัน ...น้ำเสียงที่บ่งชัดแจ้งว่าตนเป็นฝ่ายถือไพ่เหนือกว่า

เขาแพ้ แพ้ราบคาบ...

อัลฟอนส์ ไฮเดริธหมุนตัวเดินออกไป ในหัวล้วนว่างเปล่า ...หลายสิ่งกลุ้มรุมเร้าเข้ามาปั่นป่วนในห้วงคำนึง

เมื่อคืน เอ็ดเวิร์ดไม่ได้กลับบ้าน ...และยังคงเงียบหายไปจนกระทั่งบัดนี้

กระทั่งคุณกราเซียผู้ดูแลบ้านเช่า ก็ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าเพื่อนร่วมชายคาหายตัวไปไหน เขารู้เพียงว่าเด็กหนุ่มยืนยันจะออกไปมหาวิทยาลัยทั้งๆร่างกายยังอ่อนล้า

แต่เมื่อวานเอ็ดเวิร์ดไม่ได้ไปมหาวิทยาลัย... อัลฟอนส์แน่ใจ เพราะไม่ปรากฏว่ามีใครพบนักวิทยาศาสตร์หนุ่มประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ผู้นี้เลย และยิ่งมั่นใจเข้าไปใหญ่เมื่อทบทวนแล้วว่า ...จะเป็นไปไม่ได้อย่างยิ่ง หากคนโดดเด่น เป็นที่ต้องตาผู้คนเสมออย่างเอ็ดเวิร์ดจะถูกมองเลยผ่านไปได้

...เอ็ดเวิร์ดมาหาชายคนนี้ เพราะระแคะระคายแล้วว่านายแค่หลอกครอบครองเขา เสียงในจิตใจกระซิบย้ำ แต่ถึงอย่างนั้นก็ ...

ไม่! ไม่จริง! เด็กหนุ่มพยายามตะโกนร้องปฏิเสธเพียงใด หากสามัญสำนึกกลับวิ่งวนนำภาพเมื่อครั้งงานเลี้ยงฉลองในโรงละคร ฉายย้อนกลับมาหลอกหลอนอยู่ร่ำไป

อารมณ์เกลียดชังโหมสะพัด กัดกลืนสามัญสำนึกที่เคยประคับประคองได้เสียสิ้น ทุกครั้งที่จินตนาการถึงรสสัมผัสที่ชายหนุ่มได้รับจากริมฝีปากเล็กนั้น ...

เอ็ดเวิร์ด กับผู้พัน ...เคยรู้จักกันมาก่อน ...ไม่สิ การกระทำอย่างนั้นไม่เรียกว่า แค่คนรู้จัก แน่...

ความกลัวที่จะต้องสูญเสีย กระตุ้นเร้าให้เขาจำเป็นต้องใช้วิธีการทุกอย่างตรึงอีกฝ่ายไว้กับตัว ใช้แม้กระทั่งวิธีการสกปรกบีบบังคับให้ร่างบางยินยอม ...อัลฟอนส์รู้ ...รู้มาตั้งแต่แรกแล้วว่า หากเข้าตาจนจริงๆ อีกฝ่ายจะงัดวิธีการเช่นไรมาใช้ และการคำนวณของเขาก็ถูกต้อง...

แม้จะรู้แก่ใจ ว่าความสุขที่กอบโกยมาจากอีกฝ่ายเมือคืนวาน อาจแปรเปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองไปตลอดกาล...

แต่เด็กหนุ่มจะไม่มีวันหันหลังกลับ ...เขาเสี่ยงวางไพ่ใบสุดท้ายลงไปแล้ว ...และไม่ว่าผลจะออกมาในทิศทางใด เขาก็มีวิธีช่วงชิงร่างบางกลับคืนมาได้อยู่ดี...

มีเพียง ...หัวใจอันแสนเปราะบางดุจผลึกแก้วเท่านั้น ที่หากแคกร้าวไปแล้ว ...ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ไม่อาจประสานคืนกลับมาใหม่ได้

แล้วเอ็ดเวิร์ดมีทางเลือกให้เขาหรือไง?

เปลือกตาหนักอึ้งกระพริบช้า ...จิตใต้สำนึกบอกว่า ไม่ว่าจะพยายามเพียงใด จะทุ่มเทแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้วคนๆนั้นก็จะเดินจากเขาไปอยู่ดี ...แล้วเขาจะยอมสละทุกอย่างให้ได้อย่างไร... เขาจะยอมละทิ้งศักดิ์ศรีของครอบครัว ละทิ้งเกียรติภูมิประเทศเพียงเพื่อคนๆเดียว ที่ยอมทอดกายให้ใครก็ได้ ...เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายเลื่อนลอยเท่านั้นนะหรือ...

สำนึกของความเป็นสายเลือดแห่งอดีตมหาอาณาจักรยิ่งใหญ่กดดันให้นักวิจัยหนุ่มจำต้องเลือกทางเดิน...

เขาไม่เคยเช้าใจเด็กหนุ่มผู้อยู่ข้างกายมากว่า 2 ปีเต็มผู้นี้เลย ...ไม่เข้าใจ ไม่ว่าความคิดหรือการกระทำ หัวใจอัลฟอนส์เจ็บแปลบขึ้นมาในทันที ที่สมองนึกไพล่ไปถึงใบหน้าเรียวเล็กอันบิดเบี้ยวด้วยเพลิงพิโรธ ...

ร่างเล็กๆนั่นจะทำอย่างไรนะ ...หากรู้ว่าเขาสามารถรักษาสัญญาได้เพียงครึ่งเดียว...

รอย มัสแตงยกมือขวาขึ้นตะเบ๊ะท่าวันทยหัต ...ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเย็น

เพราะจมจ่อมอยู่กับความคิดของตนเพียงฝ่ายเดียว เด็กหนุ่มไม่ได้ใส่ใจคำนึงกับประกายวาวโรจน์จากนัยน์ตาดำสนิท ที่มองกราดตามร่างนักวิจัยหนุ่มทุกฝีเก้ากระทั่งร่างสูงใหญ่หายลับไปจากสายตา ตามติดด้วยเสียงประตูปิดดังปึง!

ริมฝีปากบางกระตุกน้อยๆ เสียงหัวเราะแผ่วเบาเปล่งออกมาราวไม่อาจห้ามใจได้ ร่างสูงหมุนตัวเดินตรงไปยังประตูไม้คั่นระหว่างห้องทำงานประจำตำแหน่ง กับส่วนพักตัวภายในอาคารบัญชาการ ฝ่ามือแกร่งผลักประตูเปิดกว้าง ความมืดมิดภายในลอยตัวออกมา ...ก่อนจะแตกพ่ายเมื่อปะทะกับลำแสงสว่างเรืองรองของดวงอาทิตย์ยามค่อนวัน

ดวงตาดำสนิทกราดมอง จับจ้องยังร่างบางที่นอนนิ่งอยู่บนโซฟายาว ผิวขาวซีดของเรียวไหล่เปล่าเปลือยที่เผยพ้นการโอบคลุมจากเสื้อนอกยูนิฟอร์มทหารสีดำสนิท ที่เริ่มหลุดลุ่ยลงไปตกปลิวอยู่หว่างแผงอก ทอประกายนวลเนียนล้อแสงสว่างบางเบาที่สาดส่องเข้าจากรอยต่อของบานประตู

ใบหน้าเรียวเล็กหันแนบพนักพิง ปอยผมสีอ่อนสั้นเพียงเรียวคางพริ้วรู่ตกระข้างแก้ม ปลดปล่อยส่วนยาวสลวยทิ้งปลายสยายลงกระจายสู่พื้นแกรนิตเยียบเย็นดุจธารน้ำตก ...ไม่ได้ใส่ใจกับ

ร่างสูงใหญ่ผลักประตูปิดลงเบื้องหลัง เรียวขายาวสาวก้าวตรงเข้าหยุดยืนโค้งกายลงคลี่อาภรณ์หนาหนักที่ถูกเปลี่ยนสถานภาพทดแทนผ้าห่มชั้นดีลงคลุมปิดผิวเนื้อนวลนุ่มที่โผล่พ้นออกมายวนเย้าสายตา

คิดว่าหมอนั่นจะอันตรายไหม?

น้ำเสียงแผ่วหวิวโพล่งก้องสะท้อนแหวกความเงียบงัน เรียกเรียวคิ้วดำสนิทเลิกขึ้นเล็กน้อย ก่อนผ่อนคลายลงขมวดเล็กน้อย ...ชายหนุ่มไม่ได้คาดคิดว่าอีกฝ่ายกำลังตื่นอยู่ แต่เมื่อดวงหน้าเรียวสวยเบนหันพานัยน์ตาสีทองคู่โตเบนสบกับดวงตาเรียวรี รอยก็แค่นยิ้มเหยียด

ไม่นึกว่าจะได้ยินคำถามแบบนี้จากเธอ เขาได้ยินคงเสียใจแย่ ...

เสียงทุ้มต่ำยอกย้อนเรียบๆ ประพรมรอยยิ้มเยียบเย็นแค่นประดับใบหน้าคมสัน...ฝากฝังถ้อยคำแทงใจให้ร่างบางไหล่กระตุก ริมฝีปากเล็กเม้มเล็กน้อย ผิวกายซีดขาวสั่นสะท้านขณะเรียวนิ้วแกร่งยื่นประคบข้างโหนกแก้มเนียน คิดว่าคนภักดีกับประเทศไม่ลืมหูลืมตาอย่างเขา จะยอมปล่อยให้พวกหนอนบ่อนไส้เป็นอันตรายต่อความมั่นคงลอยนวลง่ายๆหรือไง? โดยเฉพาะว่าที่ ...ผู้นำกลุ่มค้นคว้าเพื่อพัฒนาอาวุธชีวภาพอย่างนั้นด้วยแล้ว...

ยิ่งเห็นใบหน้าหวานล้ำแดงจัดด้วยความขัดเคือง ยิ่งยั่วเย้าให้ชายหนุ่มนึกอยากยั่วให้สติที่เคยสะกดกลั้นสัมปชัญญะได้อย่างไร้ข้อติแตกร้าว...

คงกำจัดทิ้งอย่างไม่นึกลังเลเลยละ


To be Continue...

To Destari 555* นั่นสิ เรากว่าเดสจังน่าจะจำเราไม่ได้ เพราะถามว่าเราเป็นคนวาดโดฯรึเปล่า ' '? หุหุ ไม่เป็นไรจ้า เราหน้าโหลอยู่แล้ว เดี๋ยวเจอคราวหน้าเราทักเธอเองเนอะ ^^

To DearChan ที่ถามเมื่อวานซืนอะเดียร์ ...พี่ก็ชักสงสัยแล้วว่าสรุปไฮเดเนี่ยพระเอกแน่เร้อ ' '? ม่ายๆๆๆๆ คุณชายเป็นพระเอกๆ ถึงคาแรกคุณชายฟิกนี้จะ ...บี๊บ* ไปหน่อยก็เถอะ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ชอบยวนกะนิโคลเสียงเพราะดี
#1  by  เป้ยเห่ยศักดิ์ At 2005-08-25 21:41, 
เพลงโปรดเลย....soundtrack เรื่องนี้ซื้อมาฟังเลย เพราะเกือบทุกเพลง...
#2  by  Gratai...Ka!!! At 2005-08-25 21:42, 
ชอบเพลงนี้มากเลย เพิ่งมาเห็นว่ามันเข้ากับไฮเดเอ็ด เหมาะมากๆ แต่หนังเรื่องนี้เราชอบแฮะ ชอบเพราะเพลง 555

ตามอ่านฟิค pain อยู่คะ แต่ไม่ได้เม้นท์สักที
ขอแอดบล็อคนะคะ (จริงๆแอดตั้งแหลายวันแล้ว 555)
#3  by  Sakuranbo At 2005-08-25 22:22, 
ชอบเพลงนี้เหมือนกันนน เพราะมากมาย

(เสียงดีๆ)

คิดถึงพี่นามิ นะ> <~~
#4  by  *ゆきめ* At 2005-08-25 22:51, 
สุดยอดดดดเรย นามิจ๋า บรรยายความรู้สึกคุณชายได้ดีมากกกเรย>< แถมมีช็อคตอนท้ายเรื่อง ในที่สุดก็เป็นไปตามที่คิดจริงๆด้วยเนื้อเรื่อง ตกลงนี่ยังไงก็เสร็จผู้พันจนได้นะ ฮือๆ รีบๆแต่งนะ อยากอ่านๆๆๆๆต่อแย้วจ้าXD
#5  by  Tsukasa At 2005-08-25 22:51, 
หุหุ พี่คะจิ้นแค่นี้เองไม่เป้นไรหรอกค่า~
พวกหนูน่ะเวลาฟังเพลงทีเตลิดไปไหนต่อไหนเลยล่ะ 555
อืมม ในที่สุดคุณภรรยาก็หนีตามชู้รักไปสินะ(ฮา)
เรื่องค่อยๆคลี่คลายปมทีละนิดๆแล้ว >w<//
ยังไงๆก็รอ"ตอนนั้น"นะคะ สู้ๆ >w< vV

หึหึหึ รอยเรียกเอ็ดว่า"เธอ"!!!
แอบแฝงอะไรรึเปล่าเนี่ยคะ 5555
#6  by  dearchan At 2005-08-25 22:58, 
เพราะมากๆ เพลงนี้
ฟังแล้วน้ำตาจะไหลเลย รอบแรก >_<
#7  by  PaTrip At 2005-08-25 23:57, 
.....
เอ็ด.......
หมดทางเยียวยาแล้วสินะคะ เหอๆๆๆ.......เฮ้อ

อา...หนุก็งานเยอะพอกัน แต่ไม่เป็นไร~เดี๋ยวมันก็ผ่านไป๋ หึหึหึหึ
รายงานเป้งๆ 7 วิชาเอง ...ขำๆ
ซ่อมโดอีก 30 กว่าเล่มเอง...ขำๆ
ถ่ายรูปวิชา Photo 30 กว่ารูปเอ๊ง...ขำข้ำ

/me จะขาดใจเพราะขึ้นเสียงสูง

อุ้ยตายจริง มาบ่นในบลอคพี่แทนซะแล้ว (หัวเราะ)

/me กลับมาๆ
โถ เอ็ดเอ๋ย....ไม่น่าเลย กลายเป็นโสเภณีกลายๆแล้วนะนั่น
พวกหนูน่ะเวลาฟังเพลงทีเตลิดไปไหนต่อไหนเลยล่ะ 555
<< ใช่ค่ะ ขอยืนยันว่า จนถึงตอนนี้ กี่เพลงที่จิ้นได้ นับไม่ถ้วนแล้วค่ะ ฮา โดยเฉพาะเพลงไทย หึหึหึหึ
#8  by  Firodendon At 2005-08-26 08:08, 
มาพร้อมกับรอยยิ้ม

ทำไมคุณน้องไปอยู่กับคุณรอยซะงั้นละเนี่ย >< ไฮเดรจ๋า... น่าสงสารๆ T T

เพราะถ้อยคำเสียดแทงใจแล่นพล่านร่ายเวทย์สะกด
--- เวท ' '

ไม่จริง! เสียงร้องใจในกู่ตะโกนก้อง
---ในใจ หรือเปล่าคะ - -

หัวใจอันแสนเปราะบางดุจผลึกแก้วเท่านั้น ที่หากแคกร้าวไปแล้ว
--- แตก

เขาไม่เคยเช้าใจเด็กหนุ่มผู้อยู่ข้างกายมากว่า 2 ปีเต็มผู้นี้เลย
--- เข้าใจ (หรือเปล่าคะ - -)
#9  by  . At 2005-08-26 19:04, 
Come What May เพลงโปรดเราเลยล่ะ ค่อนข้างชอบ Moulin Rouge นะคะ สาเหตุสำคัญคือยวน แมคเกรเกอร์กับนิโคล คิดแมนเล่นเป็นคู่พระนางนี่แหล่ะ น่ารักทั้งคู๋เลย เพลงก็เพราะ
โอย... พอมาดูตามที่นามิบอกแล้ว เพลงนี้มันเหมาะกับไฮเดจริงๆซะด้วยสิ เหอๆๆ ไอ้รักประเภท 'มีเพียงรักก็เคลื่อนย้ายภูเขาได้ มีเพียงรักของเธอฉันก็ไม่ต้องการสิ่งใดอื่น' เนี่ย... ไฮเด... เน่าจริงๆ ^^; (แต่ชอบ)

มาถึงฟิค... โอ้ O_O เนื้อเรื่องพลิกครั้งยิ่งใหญ่ ความคิดไฮเดบทนี้น่ากลัวยิ่งนัก อันตราย(ต่อเอ็ด)พิกล
โอ้ย ทำไมยิ่งอ่านยิ่งเกลียดรอยนะ...
#10  by  เดสโทราตี้! At 2005-08-26 21:14, 
ment fic ผิดentry อนาถจริงๆ เลยฉัน>< ดังนั้นentryนี้ขอวิจารณ์เนื้อเพลงหน่อยนะคะ^^ เราไม่ได้ดูเรื่องนี้หรอกเพราะไม่ชอบละครร้องอ่ะ ขนาดBECKยังไม่ดูเลย Dragon Voiceก็ไม่อ่าน แหะ แหะ^^" แต่เราชอบโคลงฝรั่งนะคะ เค้าเขียนสัมผัสคล้องจองดีอ่ะ ทำให้นึกถึงบทเกี้ยวพาราสีของShakespearที่ร.6แปลเป็นกาพย์ยานี11บ้าง กลอน8บ้าง แค่อ่านก็ไพเราะจับใจแล้ว ถ้าใส่ทำนองเพลงลงไปคงเพราะขึ้นอีกเยอะเลยเนอะ

ส่วนความหมายนี่ไม่ขอออกความเห็นนะคะ เพราะจิ้นไปไม่ได้ลึกล้ำเท่าคนแต่งNC-17 หุ หุ หุ
#11  by  Lunae in the Air (203.151.140.114 /203.113.32.14) At 2005-08-27 20:26, 
เรื่องนี้มีคนดีมั้ยเนี่ย ^ ^;;
เท่าที่อ่านมารู้สึกเอ็ดจะชั่วสุด 5555
(แต่สนุกดีแฮะ)
#12  by  TRipLE At 2005-10-07 01:49, 

<< Home