เพิ่งผ่านนรกรายงาน 2 ชิ้นติดมาแบบเจียนตาย =[]= ใครที่เจอเราอารมณ์ขึ้นๆลงๆก็อย่าเคืองกันเลยค่ะ แบบว่าหงุดหงิดๆจริงๆ พูดตรงๆว่าเอาชีวิตรอดมาได้เพราะ"เพลง"นี่แหละ โดยเฉพาะ Come What May ชอบมาก~ ถึงจะไม่ชอบตัวหนัง Moulin Rouge เท่าไหร่ อาจเป็นเพราะโดยส่วนตัวไม่ชอบความรัก ที่มันออกจะร้าก รักแบบหนุ่มสาวแบบนั้นเท่าไหร่แต่รู้สึกว่า Ost. กับ MV เจ๋งมากเลย โดยเฉพาะ Come What May ที่มันกัดกินใจเราจนขนลุกได้ ชอบท่อนที่ซาตินกับเซบาสเตียน[ตัวเอกของเรื่อง]เอ่ยสลับประโยค "I Love you" มาก... ให้ความรู้สึกสิ้นหวังดี (เอ๊ะ!?)
หึหึ ด้วยความชอบนี่ละหนอ...แอบจิ้นหนูเอ็ดกับคุณชายไฮเดชะมัดเลย แอบรู้สึกว่าคาแรกคุณชายแกมีส่วนคล้ายเซบาสเตียนนิดหน่อย ตรงที่เป็นพวกวิ่งไล่ตามความฝัน ทุ่มเทเพื่อคนที่รักจนเฮือกสุดท้าย กับเวลาโมโหก็วีนแตกจนน่ากลัวนี่แหละ:P กลายมาเป็น Come What May FMA version ซะเลย (ฮา*)
มาดู lyric กันหน่อยเป็นไง...
Come What May
[Moulin Rouge Ost.]
Never knew I could feel like this
Like I've never seen the sky before
I want to vanish inside your kiss
Every day I Love You more and more
Listen to my heart, can you hear it sing
Telling me to give you everything >> อ๊า~ ตรงนี้แหละ เหมือนกับความรู้สึกของไฮเดเลย หึหึ นึกถึงคำพูด "ผมอยากให้คุณมีความสุข" ...กรี๊ด~
Seasons may change, winter to spring
But I Love You, until the end of time
Come what may
Come what may
I will Love You
Until my dying day >> ชอบประโยคนี้จัง ....หึหึ นึกถึง ฟิกของเดสทาริ >w<
Suddenly the world seems such a perfect place
Suddenly it moves with such a perfect grace
Suddenly my life doesn't seem such a waste
It all revolves around you >> ทั้งท่อนเลย ...เหมือนกับความรู้สึกที่รู้สึกได้ว่า ในที่สุดก็ได้ค้นพบสิ่งมีค่าของชีวิตแล้ว หึหึ ...(หัวเราะ*)
And there's no mountain too high
No river too wide
Sing out this song,
I'll be there by your side >> โอย ...หวาน นึกภาพตอนสองคนทำงานวิจัย กับอ่านหนังสือด้วยกัน >//< ...
Storm clouds may gather
And stars may collide
But I Love You, I Love You,
Until the end of time
Oh, come what may, come what may
I will Love You, until my dying day
Oh come what may, come what may
I will Love You, I will Love You
Suddenly the world seems such a perfect place
Come what may
Come what may
I will Love You
Until my dying day...
ไร้สาระ ...ไร้สาระ อย่าถือเราเลยค่ะ ถ้าเผลออ่านมาถึงนี้แล้วยังงงว่า เอ๊ สรุปเจ้าบ้านี่จะให้ชั้นอ่านอะไร 555* แค่พลังจิ้นของเรามันมากไปหน่อย อย่าคิดมาก ขำๆเนอะ ^^
รู้สึกช่วงนี้ติดไวรัสน้ำเน่ามาอย่างแรง ...-[]-~ คุณชายไฮเดขารับผิดชอบด้วย สาเหตุเพราะนั่นแหละ...
ต่อด้วย Pain ตอนใหม่ไปเลยละกัน >w<~ เวลาไม่ค่อยมี แอบอู้รายงานมาอัพฟิก เจริญละชั้น ^^"
Pain IV. [Warning!!! NC.17]
รอยยิ้มสาแก่ใจคลี่ประทับเหนือใบหน้าหล่อเหลาแบบชาวเอเชีย บีบเค้นสติสัมปชัญญะฝ่ายตกเป็นเหยื่อยั่วเย้าสั่นไหว ...เวลาหมุนผ่านไปนานเท่าใดเด็กหนุ่มไม่อาจรู้ ...เพราะถ้อยคำเสียดแทงใจแล่นพล่านร่ายเวทย์สะกดโสตประสาทตรึงร่างสูงใหญ่ให้ชะงักงัน ...สามัญสำนึกในใจพร่ำกระซิบ หมอนี่พูดถูก...เอ็ดเวิร์ดก็แค่หลอกใช้นาย...
ไม่จริง!เสียงร้องใจในกู่ตะโกนก้อง ไม่
สำหรับเขาแล้ว นายก็แค่ไอ้โง่
ก่อนอัลฟอนส์จะรู้สึกตัว กำปั้นลุ่นๆก็พุ่งฝ่าอากาศผ่านหน้าฝ่ายตรงข้าม ตรงเข้ากระแทกผนังฉาบปูนแข็งกระด้างเสียงดังปึง!
ร่างสูงชะงักงัน ริมฝีปากได้รูปเม้มแน่น เด็กหนุ่มผสานสายตากับบุรุษในเครื่องแบบแวบหนึ่ง ...ดวงตาสีดำสนิทกำลังแย้มยิ้ม
พรุ่งนี้ผมจะให้คนมารับเอกสาร อัลฟอนส์รู้สึกได้ถึงน้ำเสียงแตกพร่า ลำคอเขาสั่นระริก ...อารมณ์โกรธขึ้งมลายหายไปพร้อมสัมปชัญญะที่กลับคืนมา เขาพยายามแค่นยิ้ม ...มือแกร่งลดระดับลงตกข้างลำตัว ขอบคุณครับ เจเนรัล
ยินดีเสมอครับ
เด็กหนุ่มไม่แปลกใจเลยสักนิด ที่น้ำเสียงให้อภัยสะท้อนก้องไล่หลังจะเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ประชดประชัน ...น้ำเสียงที่บ่งชัดแจ้งว่าตนเป็นฝ่ายถือไพ่เหนือกว่า
เขาแพ้ แพ้ราบคาบ...
อัลฟอนส์ ไฮเดริธหมุนตัวเดินออกไป ในหัวล้วนว่างเปล่า ...หลายสิ่งกลุ้มรุมเร้าเข้ามาปั่นป่วนในห้วงคำนึง
เมื่อคืน เอ็ดเวิร์ดไม่ได้กลับบ้าน ...และยังคงเงียบหายไปจนกระทั่งบัดนี้
กระทั่งคุณกราเซียผู้ดูแลบ้านเช่า ก็ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าเพื่อนร่วมชายคาหายตัวไปไหน เขารู้เพียงว่าเด็กหนุ่มยืนยันจะออกไปมหาวิทยาลัยทั้งๆร่างกายยังอ่อนล้า
แต่เมื่อวานเอ็ดเวิร์ดไม่ได้ไปมหาวิทยาลัย... อัลฟอนส์แน่ใจ เพราะไม่ปรากฏว่ามีใครพบนักวิทยาศาสตร์หนุ่มประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ผู้นี้เลย และยิ่งมั่นใจเข้าไปใหญ่เมื่อทบทวนแล้วว่า ...จะเป็นไปไม่ได้อย่างยิ่ง หากคนโดดเด่น เป็นที่ต้องตาผู้คนเสมออย่างเอ็ดเวิร์ดจะถูกมองเลยผ่านไปได้
...เอ็ดเวิร์ดมาหาชายคนนี้ เพราะระแคะระคายแล้วว่านายแค่หลอกครอบครองเขา เสียงในจิตใจกระซิบย้ำ แต่ถึงอย่างนั้นก็ ...
ไม่! ไม่จริง! เด็กหนุ่มพยายามตะโกนร้องปฏิเสธเพียงใด หากสามัญสำนึกกลับวิ่งวนนำภาพเมื่อครั้งงานเลี้ยงฉลองในโรงละคร ฉายย้อนกลับมาหลอกหลอนอยู่ร่ำไป
อารมณ์เกลียดชังโหมสะพัด กัดกลืนสามัญสำนึกที่เคยประคับประคองได้เสียสิ้น ทุกครั้งที่จินตนาการถึงรสสัมผัสที่ชายหนุ่มได้รับจากริมฝีปากเล็กนั้น ...
เอ็ดเวิร์ด กับผู้พัน ...เคยรู้จักกันมาก่อน ...ไม่สิ การกระทำอย่างนั้นไม่เรียกว่า แค่คนรู้จัก แน่...
ความกลัวที่จะต้องสูญเสีย กระตุ้นเร้าให้เขาจำเป็นต้องใช้วิธีการทุกอย่างตรึงอีกฝ่ายไว้กับตัว ใช้แม้กระทั่งวิธีการสกปรกบีบบังคับให้ร่างบางยินยอม ...อัลฟอนส์รู้ ...รู้มาตั้งแต่แรกแล้วว่า หากเข้าตาจนจริงๆ อีกฝ่ายจะงัดวิธีการเช่นไรมาใช้ และการคำนวณของเขาก็ถูกต้อง...
แม้จะรู้แก่ใจ ว่าความสุขที่กอบโกยมาจากอีกฝ่ายเมือคืนวาน อาจแปรเปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองไปตลอดกาล...
แต่เด็กหนุ่มจะไม่มีวันหันหลังกลับ ...เขาเสี่ยงวางไพ่ใบสุดท้ายลงไปแล้ว ...และไม่ว่าผลจะออกมาในทิศทางใด เขาก็มีวิธีช่วงชิงร่างบางกลับคืนมาได้อยู่ดี...
มีเพียง ...หัวใจอันแสนเปราะบางดุจผลึกแก้วเท่านั้น ที่หากแคกร้าวไปแล้ว ...ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ไม่อาจประสานคืนกลับมาใหม่ได้
แล้วเอ็ดเวิร์ดมีทางเลือกให้เขาหรือไง?
เปลือกตาหนักอึ้งกระพริบช้า ...จิตใต้สำนึกบอกว่า ไม่ว่าจะพยายามเพียงใด จะทุ่มเทแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้วคนๆนั้นก็จะเดินจากเขาไปอยู่ดี ...แล้วเขาจะยอมสละทุกอย่างให้ได้อย่างไร... เขาจะยอมละทิ้งศักดิ์ศรีของครอบครัว ละทิ้งเกียรติภูมิประเทศเพียงเพื่อคนๆเดียว ที่ยอมทอดกายให้ใครก็ได้ ...เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายเลื่อนลอยเท่านั้นนะหรือ...
สำนึกของความเป็นสายเลือดแห่งอดีตมหาอาณาจักรยิ่งใหญ่กดดันให้นักวิจัยหนุ่มจำต้องเลือกทางเดิน...
เขาไม่เคยเช้าใจเด็กหนุ่มผู้อยู่ข้างกายมากว่า 2 ปีเต็มผู้นี้เลย ...ไม่เข้าใจ ไม่ว่าความคิดหรือการกระทำ หัวใจอัลฟอนส์เจ็บแปลบขึ้นมาในทันที ที่สมองนึกไพล่ไปถึงใบหน้าเรียวเล็กอันบิดเบี้ยวด้วยเพลิงพิโรธ ...
ร่างเล็กๆนั่นจะทำอย่างไรนะ ...หากรู้ว่าเขาสามารถรักษาสัญญาได้เพียงครึ่งเดียว...
รอย มัสแตงยกมือขวาขึ้นตะเบ๊ะท่าวันทยหัต ...ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเย็น
เพราะจมจ่อมอยู่กับความคิดของตนเพียงฝ่ายเดียว เด็กหนุ่มไม่ได้ใส่ใจคำนึงกับประกายวาวโรจน์จากนัยน์ตาดำสนิท ที่มองกราดตามร่างนักวิจัยหนุ่มทุกฝีเก้ากระทั่งร่างสูงใหญ่หายลับไปจากสายตา ตามติดด้วยเสียงประตูปิดดังปึง!
ริมฝีปากบางกระตุกน้อยๆ เสียงหัวเราะแผ่วเบาเปล่งออกมาราวไม่อาจห้ามใจได้ ร่างสูงหมุนตัวเดินตรงไปยังประตูไม้คั่นระหว่างห้องทำงานประจำตำแหน่ง กับส่วนพักตัวภายในอาคารบัญชาการ ฝ่ามือแกร่งผลักประตูเปิดกว้าง ความมืดมิดภายในลอยตัวออกมา ...ก่อนจะแตกพ่ายเมื่อปะทะกับลำแสงสว่างเรืองรองของดวงอาทิตย์ยามค่อนวัน
ดวงตาดำสนิทกราดมอง จับจ้องยังร่างบางที่นอนนิ่งอยู่บนโซฟายาว ผิวขาวซีดของเรียวไหล่เปล่าเปลือยที่เผยพ้นการโอบคลุมจากเสื้อนอกยูนิฟอร์มทหารสีดำสนิท ที่เริ่มหลุดลุ่ยลงไปตกปลิวอยู่หว่างแผงอก ทอประกายนวลเนียนล้อแสงสว่างบางเบาที่สาดส่องเข้าจากรอยต่อของบานประตู
ใบหน้าเรียวเล็กหันแนบพนักพิง ปอยผมสีอ่อนสั้นเพียงเรียวคางพริ้วรู่ตกระข้างแก้ม ปลดปล่อยส่วนยาวสลวยทิ้งปลายสยายลงกระจายสู่พื้นแกรนิตเยียบเย็นดุจธารน้ำตก ...ไม่ได้ใส่ใจกับ
ร่างสูงใหญ่ผลักประตูปิดลงเบื้องหลัง เรียวขายาวสาวก้าวตรงเข้าหยุดยืนโค้งกายลงคลี่อาภรณ์หนาหนักที่ถูกเปลี่ยนสถานภาพทดแทนผ้าห่มชั้นดีลงคลุมปิดผิวเนื้อนวลนุ่มที่โผล่พ้นออกมายวนเย้าสายตา
คิดว่าหมอนั่นจะอันตรายไหม?
น้ำเสียงแผ่วหวิวโพล่งก้องสะท้อนแหวกความเงียบงัน เรียกเรียวคิ้วดำสนิทเลิกขึ้นเล็กน้อย ก่อนผ่อนคลายลงขมวดเล็กน้อย ...ชายหนุ่มไม่ได้คาดคิดว่าอีกฝ่ายกำลังตื่นอยู่ แต่เมื่อดวงหน้าเรียวสวยเบนหันพานัยน์ตาสีทองคู่โตเบนสบกับดวงตาเรียวรี รอยก็แค่นยิ้มเหยียด
ไม่นึกว่าจะได้ยินคำถามแบบนี้จากเธอ เขาได้ยินคงเสียใจแย่ ...
เสียงทุ้มต่ำยอกย้อนเรียบๆ ประพรมรอยยิ้มเยียบเย็นแค่นประดับใบหน้าคมสัน...ฝากฝังถ้อยคำแทงใจให้ร่างบางไหล่กระตุก ริมฝีปากเล็กเม้มเล็กน้อย ผิวกายซีดขาวสั่นสะท้านขณะเรียวนิ้วแกร่งยื่นประคบข้างโหนกแก้มเนียน คิดว่าคนภักดีกับประเทศไม่ลืมหูลืมตาอย่างเขา จะยอมปล่อยให้พวกหนอนบ่อนไส้เป็นอันตรายต่อความมั่นคงลอยนวลง่ายๆหรือไง? โดยเฉพาะว่าที่ ...ผู้นำกลุ่มค้นคว้าเพื่อพัฒนาอาวุธชีวภาพอย่างนั้นด้วยแล้ว...
ยิ่งเห็นใบหน้าหวานล้ำแดงจัดด้วยความขัดเคือง ยิ่งยั่วเย้าให้ชายหนุ่มนึกอยากยั่วให้สติที่เคยสะกดกลั้นสัมปชัญญะได้อย่างไร้ข้อติแตกร้าว...
คงกำจัดทิ้งอย่างไม่นึกลังเลเลยละ
To be Continue...
To Destari 555* นั่นสิ เรากว่าเดสจังน่าจะจำเราไม่ได้ เพราะถามว่าเราเป็นคนวาดโดฯรึเปล่า ' '? หุหุ ไม่เป็นไรจ้า เราหน้าโหลอยู่แล้ว เดี๋ยวเจอคราวหน้าเราทักเธอเองเนอะ ^^
To DearChan ที่ถามเมื่อวานซืนอะเดียร์ ...พี่ก็ชักสงสัยแล้วว่าสรุปไฮเดเนี่ยพระเอกแน่เร้อ ' '? ม่ายๆๆๆๆ คุณชายเป็นพระเอกๆ ถึงคาแรกคุณชายฟิกนี้จะ ...บี๊บ* ไปหน่อยก็เถอะ
ชอบยวนกะนิโคลเสียงเพราะดี
แต่หนังเรื่องนี้เราชอบแฮะ ชอบเพราะเพลง 555
เพราะมากๆ เพลงนี้
มาพร้อมกับรอยยิ้ม
ค่อนข้างชอบ Moulin Rouge นะคะ สาเหตุสำคัญคือยวน แมคเกรเกอร์กับนิโคล คิดแมนเล่นเป็นคู่พระนางนี่แหล่ะ น่ารักทั้งคู๋เลย
ความคิดไฮเดบทนี้น่ากลัวยิ่งนัก อันตราย(ต่อเอ็ด)พิกล