ผู้แข่งขันรายแรกส่งมาแล้วค่ะ อา...ช่างรวดเร็วทันใจดีจริงๆ ขอบคุณมากเลยค่ะริเอะจัง XD
"Weather this love or just my Illusion " by Rie*mame
บางครั้ง เมื่อผมว่างเว้นจากงานวิจัยที่แสนจะโหด ผมมักจะนั่งมองทอดสายตาไกลออกไปจากดาดฟ้าของอพาร์ทเมนต์สุดโทรมที่ผมและไฮเดริคเจียดเงินออกมาส่วนหนึ่งเพื่อเช่าห้องในการทำงานวิจัยจากเงินน้อยนิดของเรา นั่งมองดอกหญ้าลอยละลิ่วไปตามสายลมของฤดูใบไม้ผลิ มองผ่านซากที่หลงเหลือของอาคารบางหลังที่ถูกระเบิดถล่ม ไกลไปยังจุดหมายจุดเดียวที่สายตาของผมไม่อาจจะหยั่งถึง บางครั้งผมก็มักจะแอบดอดขึ้นมายังสถานที่แห่งนี้คนเดียวยามกลางคืน เพื่อที่จะได้นั่งมองดวงดาวน้อยใหญ่ที่พร้อมใจระบายท้องฟ้ายามค่ำคืนให้สวยงาม เพื่อกลบเกลื่อนสภาพความหดหู่ของเมืองมิวนิคในภาวะสงคราม ผมมักจะนั่งอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดไฮเดริคก็จะขึ้นมาลากผมกลับเข้าห้องเพื่อไปทำงานต่อเสมอ เขามักจะคร่ำครวญกับผมเสมอๆ ว่าทำไมผมชอบนั่งมองออกไปยัง สภาพเมืองที่ไม่น่าดูเช่นนี้ ผมได้แต่ยิ้มตอบเขาเสมอมา ไฮเดริคเองก็คงจะรู้ว่าผมคงไม่อยากจะตอบเขา เขาจึงหันหลังแล้วพูดเปรยๆ ว่า
มาเถอะ เอ็ดเวิร์ด เราสองคนยังมีงานที่ต้องสะสางกันให้เสร็จในคืนนี้อีกเยอะเลย อีกอย่างชั้นเริ่มรู้สึกอยากกินชาฝีมือนายชงซะเสียแล้วสินานเท่าไรแล้วเนี่ยที่ชั้นได้กินชาฝีมือนายครั้งสุดท้ายน่ะ
ไฮเดริคยิ้มให้ผม พลางเอื้อมมือเข้ามาจับไหล่ผมแล้วบีบเบาๆ สิ่งที่ผมทำได้ตอนนี้คือ ชงชาฝีมือไม่เอาอ่าวของผมให้ไฮเดริคได้ดื่มตามที่เขาร้องเขาไม่เคยบ่นถึงรสชาติอันแสนจะแย่ของชาที่ผมชงขึ้นมาแม้แต่ครั้งเดียว สิ่งเดียวที่เขามักพูดเสมอหลังจากที่ได้ดื่มชาของผมทุกครั้ง
รสชาติช่างละมุนยิ่งนัก... ชั้นคิดว่าไม่มีใครในเยอรมันชงชาให้ชั้นดื่มได้อร่อยเท่านายหรอก เอ็ดเวิร์ดถ้านายไม่อยู่เสียนี่ ชั้นคงจะแย่เลย ถ้าหากขาดชาที่นายชงให้
ทุกๆครั้ง ที่ใบหน้ายิ้มแย้มเห็นผม มักจะส่งยิ้มที่แสนจะอ่อนโยนมาให้ผมเสมอ ผมรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มนี้ ภาพซ้อนของอัลมักจะซ้อนทับกับใบหน้าของคนที่อยู่ตรงหน้าผม ผมมักจะอดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เสียหลายครั้ง และเกือบร้องไห้ต่อหน้าไฮเดริคหลายรอบ เขาช่างคล้ายอัลเหลือเกิน
แต่สำหรับตัวผมเอง ความรู้สึกที่ผมมีต่อไฮเดริค กับ ความรู้สึกที่ผมมีให้ต่ออัล... ช่างเหมือนกันเหลือเกิน ผมช่างเป็นคนที่เต็มไปด้วยบาปมหาศาล ไม่ว่าใครก็ไม่อาจลบเลือนความรู้สึกบาปที่ผมมีต่อ อัลทั้งสองได้
อัล... น้องชายผู้ที่ผมได้จากมาสองปี... บาปที่ผมก่อขึ้นทำให้เขาได้เสียช่วงเวลาวัยเด็กอันมีค่าของเขาไป ช่วงเวลาที่ผมไม่อาจทดแทนหรืออยู่กับเขาได้ในตอนนี้
อัล... เพื่อนที่แสนดีในมิวนิค... เข้าใจผมทุกอย่าง ไม่เคยปฏิเสธความช่วยเหลือที่ผมร้องขอ และเป็นที่พักพิงใจของผมในขณะนี้
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่เขาได้เรียกผมเข้าไปในห้อง ของเขา ซึ่งผมคิดว่าไม่น่าจะเรียกว่าห้อง เรียกว่ามุมของไฮเดริคน่าจะเหมาะสมมากกว่า เพราะผมได้มุมหนึ่งของห้องไว้กองงานวิจัย ส่วนไฮเดริกก็ได้อีกมุมหนึ่ง ไฮเดริคได้โชว์ภาพของครอบครัวของเขา ภาพที่เขาถ่ายครั้งสุดท้ายกับน้ำตกเล็กๆ ในสวนที่เขากับพี่ชายที่รักของเขา เอ็ดเวิร์ด ไฮเดริค เคยอยู่กับตาของเขาทั้งสอง พอผมเห็นภาพนี้แล้วสิ่งแรกที่ผมทำลงไปคือ โผเข้ากอดไฮเดริค ผมไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแต่ทว่า ดวงตาสีฟ้าของไฮเดริคยามมองภาพถ่ายนี้ช่างเจ็บปวดยิ่งนัก จนผมอดไม่ได้ที่จะกอดเขา เพื่อที่ความอบอุ่นของผมจะส่งผ่านถึงเขาและช่วยบรรเทาความเศร้าโศกจากดวงตาอันอ่อนโยนคู่นั้น
จะว่าไปแล้วไฮเดริคเองก็ออกจะแปลกประหลาดเป็นบางทีกับผมเหมือนกัน ทุกๆ คืนที่พายุเข้า ไม่ว่าจะพายุฝนหรือพายุหิมะเขามักจะเข้ามาขอนอนขดข้างผมแทบทุกครั้ง ซึ่งผมเองก็ดีใจที่มีคนมานอนข้างๆ ด้วย เพราะในใจผมเองนั้นลึกๆ ผมรู้สึกโดดเดี่ยวเสียเหลือเกินที่ต้องมาอยู่ในโลกนี้คนเดียว โลกที่ผมไม่รู้จัก แต่ไฮเดริคนั้น... สามารถทำให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวในใจของผมหายไปได้ทุกครา ยามที่ผมรู้สึกว่ามีเขานอนอยู่ข้างกาย
อันที่จริงสภาพความเป็นอยู่ของเราไม่ได้สุขสบายเสียทีเดียว มีบางเดือนที่เราขัดสนอย่างหนักต้องเจียดเงินสะสมที่ไม่ค่อยจะมีอยู่แล้วมาซื้ออุปกรณ์รักษาสภาพแขนเทียมของผม ผมยังจำได้ดี ถึงสภาพมืออันสั่นเทาของไฮเดริค ยามยื่นสองสีขาวที่บรรจุเหรียญอันมีค่าสำหรับเราทั้งสองเพื่อเป็นค่าเช่าอพาร์ทเมนต์ให้แก่เจ้าของ ในบางครั้งเนื่องจากสภาพอากาศของมิวนิคที่มักจะหนาวเย็นและชื้นและสองสิ่งนี้ทำให้ผมเป็นโรคปวดหัวทั้งปี ผมจึงมักจะนอนนานกว่าไฮเดริค บางครั้งที่ผมตื่นสายกว่าเขามากๆ เขาก็มักจะเอาอาหารเข้ามาให้ผมทานถึงเตียง ผมเคยปฏิเสธอาหารที่เขาเตรียมให้ผมหลายครั้ง หลังพบว่าเขายอมยกส่วนอาหาของเขาให้ผมทาน เพื่อที่ผมจะได้แข็งแรง ส่วนไฮเดริกเองกลับต้องหิวโหย ไปอีกมื้อหนึ่งเพื่อผมทั้งๆ ไม่ต้องยกส่วนของเขาให้ผมทาน ผมก็อิ่มแล้ว แต่เขาก็ยังทำทุกครั้ง เมื่อยามที่ผมปฏิเสธ ไฮเดริคก็มักจะมองผมด้วยดวงตาสีฟ้าอันอ่อนโยน ส่วนตัวผมเองนั้นกลับยอมจำนนต่อสายตานี้เสียทุกครา ผมไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด แต่ทว่าผมเองนั้นกลับไม่สามารถปฏิเสธดวงตาคู่นี้ได้เลยแม้แต่น้อย
เป็นเพราะว่าตัวผมเอง หรืออำนาจอะไรสักอย่างที่มักจะมาดลใจผมให้บางสิ่งกับไฮเดริคออกไปอย่างไม่รู้ตัว บางครั้งผมเห็นเงาสะท้อนของอัลอยู่บนตัวเขา แต่บางครั้งผมก็เห็นเขาผู้ชายอีกคนนึงที่แตกต่างไปจากอัล แต่ทว่าผมหลงไหลเขาทั้งสอง หลงใหลความเป็นอัลที่เหมือนกันและเป็นอัลที่แตกต่างกัน ของเขาทั้งสอง ผมรักเขาทั้งสอง... รักเขามากกว่าผมรักตัวผมเอง
ไฮเดริคเคยถามคำถามหนึ่งกับผม ซึ่งผมไม่เคยตอบเขาเลย เพราะกระทั่งตัวผมเองผมยังไม่สามารถให้คำตอบนี้กับตัวเองได้ จนกระทั่งวันที่ไฮเดริคได้จากผมไป เขาถามผมว่า เอ็ดเวิร์ด เวลาคุณมองผม คุณเห็นใครกันแน่ ผมหรือน้องชายของคุณ?
Fin~
อ่านฟิกนี้จบแล้วบอกได้คำเดียวว่าอยากถีบนังหนูเอ็ด XDแง่งๆ คุณชายออกจะแสนดี ...บู่ๆ มองเห็นบ้างแล้วสิ 555* แต่ริเอะจังขา ไหนบอกว่าเอ็ดไฮเดไง เราอ่านไงก็ไฮเดเอ็ดแหละน้อ 555*
/me ร้องเพลงรอฟิกเรื่องอื่นๆต่อไป
ขอสารภาพว่า เป็นการแต่งฟิคภาษาไทยครั้งแรกของเราเลย อุๆ ปรกติแต่งเป็นอังกฤษตลอด มาอ่านทีให้บรรยากาศฟิคแปลยังไงก็ไม่รู้ อุๆ ตอนแรกแต่งให้นู๋เอ็ดขี้อ้อนน้า ไหงไปไหงมากลายเป็นเอ็ดน่าโดนตื้บ กะไฮเดผู้น่าสงสารเนี่ย
อันนี้เอ็ดไฮเดนะคะ แต่ต้องเป็นภาคต่อ ตอนนี้เอ็ดยังไม่รุก
ปล. ใครตอบได้บ้างว่าประโยคที่ว่า "จนกระทั่งวันที่ไฮเดริคได้จากผมไป" หมายถึงอะไรเอ่ย? ใครตอบถูกเควสภาพเรทมาได้หนึ่งใบ อุๆ