โฮะๆ ก็สัญญาว่าจะแต่งฟิกให้นี่เนอะ ^^ แต่ทำไงได้ละ มันปั่นไม่เสร็จ ก็เลยขอยกเอาส่วนแรก จาก 3 ส่วนที่เหลือมาก่อนนะจ๊ะ
Movie Spoiler!!!
ถึงจะเป็น AU จาก Movie อีกที แต่ก็ถือว่าสปอยด์ไปเต็มๆนะคะ ^^ ไม่อยากรู้เรื่องก่อนก็อย่าลากลงไปอ่านนะ หึหึ
Through the Living Memory [ 1 from 3]
Note : เป็น AU จากตอนที่เอ็ดกลับมาอาเมทริสต์ค่ะ ...จะเป็นไงน้อถ้า Alfons มากับเอ็ดตมคำขอร้อง และเจอรอยก่อนคนอื่น หุหุ ...ขอโทษน้า อัล ขอโทษซิสก้า ขอโทษวินรี่ หุหุ ....
ขอบคุณที่ช่วยดูแลเขา สำเนียงอังกฤษไม่คุ้นหูผมนักถูกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ
ร่างสูงใหญ่เบื้องหน้าผมโค้งตัวลงแสดงคารวะอย่างนอบน้อม ท่วงท่าสง่างามสะกดกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายผมให้ชะงักงัน
ดวงตาคมกริบพียงข้างเดียวที่โผล่พ้นผ้าปิดตาสีดำสนิทจดจ้องยังร่างเล็กบางที่นอนคุดคู้อยู่ในอ้อมกอดของผม ร่างเล็กๆที่ยังคงสลบไสลไม่ได้สติมาตั้งแต่วินาทีแรกที่จรวดของเราทั้งสองคนโผล่พ้นรอยต่อของเวลามาหยุดนิ่งยังอาณาจักรประหลาดแห่งนี้ ...สถานที่ที่เอ็ดเวิร์ดเรียกว่าโลกของเขา
รอย มัสแตง ...บุรุษในเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้ม เป็นคนแรกที่มาพบพวกเราซุกตัวอยู่ภายในคอกพิกพังยับเยินหลังจากหมอกควันที่รายล้อมเหือดจางลง... ดวงตาที่เหลือกราญเริ่มฉายประกายยินดีในทันทีที่พบว่าร่างในอ้อมกอดของผมคือใคร ...เขาช่วยพวกเราออกมาจากห้องนักบิน และพามาพักรักษาตัวยังโรงแรมเล็กๆแห่งนี้ เขาดูเป็นกังวลมากที่เอ็ดเวิร์ดยังไม่ยอมฟื้นสักทีหลังเวลาผ่านมาแล้วเกือบค่อนคืน...
ผมหยุดปลายนิ้วที่กำลังลูบไล้สางเส้นผมสีทองสว่างลงช้าๆ ...ไล่สัมผัสผ่านร่องคอไล่เรื่อยลงไปถึงแผงไหล่เล็กๆ ขณะสัมผัสของความละเอียดบางเบาอันเคยคุ้นค่อยๆเลือนหาย ...เมื่อถูกแทนที่ด้วยอุณหภูมิเย็นเยียบของโลหะมันวาว ...ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าร่างกายของเพื่อนร่วมห้องไม่ปกติเหมือนคนทั่วไป แต่ผมก็ไม่เคยนึกมาก่อนว่า ...มันจะประกอบด้วยเหล็กหนักอึ้งอย่างนี้
บางส่วนในร่างกายของเขาถูกเปลี่ยนแปลงเพราะผลจากการกระทำของ GATE
เรือนผมดำสนิทตกรู่ตามแรงโน้มถ่วงลงปรกระหน้าผากซีดขาว ก่อนที่ริมฝีปากผมจะได้มีโอกาสขยับเอ่ย ดวงตาสีดำสนิทคู่คมแม้หลงเหลือเพียงข้างเดียวก็ตวัดฉับจดจ้องใบหน้าผม ก่อนริมฝีปากบางจะตวัดยิ้ม ...เป็นรอยยิ้มอ่อนโยนที่ผมเพิ่งเคยได้เห็นจากใบหน้าหล่อเหลานั่น ตั้งแต่วินาทีแรกที่เหยียบย่างลงมายังโลกคู่ขนานแห่งนี้
นั่นเป็นผลมาจากการที่เขาพาผมมาที่นี่ด้วยหรือเปล่าครับ?
เขาพยักหน้าช้าๆ ผมไม่เคยพบใครมีแววตาเศร้าสร้อยเทียบเท่าคนๆนี้มาก่อน ...ถึงอย่างนั้นนัยน์ตาที่จดจ้องยังร่างบางในอ้อมกอดของผมกลับฉายประกายอ่อนโยน แฝงแววหลงไหล ฟูลเมทัล ...เอ่อ เอ็ดเวิร์ดพูดเสมอว่า การจะได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการย่อมต้องแลกด้วยอีกสิ่งหนึ่งที่มีค่าทัดเทียมกันเสมอ...
จิตสำนึกภายในรู้ได้ถึงความเจ็บปวดของเขา ... ถ้าอย่างนั้น สาเหตุที่เอ็ดเวิร์ดยังไม่ฟื้น ...อาจจะเป็นเพราะผมมาที่นี่
เขานั่งนิ่งอยู่พักใหญ่ ปลายหางตาคมกริบตกลงเล็กน้อย ก่อนพยักหน้าช้าๆ ... ผู้หญิงคนนั้นก็มาจากโลกที่พวกคุณอยู่งั้นรึ?
ผมกัดริมฝีปาก ...ผู้หญิงคนนั้นที่รอย มัสแตงพูดถึง คือ ดีทลินเดอร์ ยัยปิศาจที่หลอกใช้ความสามารถและความฝันของพวกเราเพื่อจุดมุ่งหมายน่าอัปยศ ...รอยผละจากพวกเราไปดวลกับหล่อนพร้อมกับเด็กผู้ชายผมทองคนหนึ่งที่ผมยังไม่เห็นหน้าชัดๆ พวกเขาใช้เวลานานพอสมควร แต่ในท้ายที่สุดก็ทำให้ดีทลินเดอร์ล่าถอยไปได้
และตอนนี้หล่อนคงหลบซ่อนอยู่ที่ใดที่หนึ่ง รอเวลาออกมาอาละวาดอีกครั้ง
หล่อนต้องการจะค้นหาดินแดนสวรรค์ตามความเชื่อโบราณในโลกของผม เพื่อหาทางกอบโกยพลังจากที่นี่ไปยึดครองโลกโน้น ผมมันเป็นไอ้โง่เอง ...ที่ปล่อยให้หล่อนหลอกใช้ ทั้งๆที่เอ็ดเวิร์ดเคยเตือนแล้วแท้ๆ แต่ผมก็ยัง...
ไม่หรอก ร่างสูงใหญ่สาวเท้าเข้ามาย่อกายลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาเปื้อนริ้วรอยแห่งกาลเวลายื่นเข้าประชิดดวงหน้าเล็กๆในอ้อมแขนผม หมอนี่ไม่มีทางโทษนายหรอก เขาโยนความผิดพลาดทุกอย่างในโลกเป็นความผิดของตัวเอง
แม้ในใจจะนึกศรัทธาความเยือกเย็น ...เวทนาความเศร้าในแววตา แต่ลึกๆแล้วผมกลับอดสงสัยในความสัมพันธ์ของชายคนนี้กับคนสำคัญของผมไม่ได้...
แต่รอยยิ้มเศร้าที่คลี่ประทับเหนือใบหน้ารอย มัสแตงอีกครั้ง ก็กระชากความนึกคิดของผมกลับสู่สามัญสำนึกอีกครั้ง ขณะสดับน้ำเสียงทุ้มต่ำซึ่งเอ่ยขึ้นเบาๆ อย่ากังวลเลย ทุกอย่างไม่ใช่ความผิดของเขา และไม่ใช่ความผิดของนาย ใครบางคนเคยบอกฉันว่ามนุษย์ที่ไร้ข้อผิดพลาด ...หรือมนุษย์ที่ผิดพลาดไปเสียทุกอย่างย่อมไม่ใช่มนุษย์
To be continue~
น้องสาวจ๋า วันเกิดแล้วน้า ...มีให้แค่ฟิกเป็นของขวัญ จะรีเควสต์ตอนต่อยังไง เอ๋เรตไหนสิ หึหึ ...ก็บอกมา เราเพิ่มให้ได้ หุหุ
ขอให้มีความสุขกับวันเวลาที่กำลังจะผันผ่านจ้า ^^
วิ้งๆ เราจิ้นไปไกล)
เอาจริงก็ของแปลกแน่ละ 55 แต่ก็จะรออ่านนะจ้ะ