อย่างที่หัว entry ว่านั่นแหละคับ พรุ่งนี้เราจะไปญี่ปุ่นแล้ว~ เครื่องออกพรุ่งนี้เย็นๆ ' '
ก็เลยจะมาขอลาไปสัก 14 วันนะคับ ^^
โอ้~ จะได้พักผ่อนหลังผ่านชะตากรรมอันแสนยากเย็นของ 'มหาลัย ปี ...บี๊บ ..เทอม 1 มาแหล่ว หุหุ
กลับมาแล้วจะอัพฟิกต่อเน้อ~ โดยเฉพาะ Pain ที่อีก 2 ตอน (ไม่รวมentryนี้นะ ) ก็จะจบแล้ว ดังนั้นเราจึงจะไม่ดอง! 555*
ไหนๆก็จะไม่อยู่นาน เอา Pain ตอนต่อแบบสั้นๆมาอัพเล่นแก้คิดถึงละกันเนอะ ^^
คำเตือน! สั้นมาก...
Pain : FullMetal Alchemist Fanfiction Chapter VI. [Warning Yaoi!!]
แพขาตาดกหนากระพริบถี่ตลบพาหนังตาหนักอึ้งขึ้นเบิกฉายนัยน์ตาสีฟ้าสว่างเปิดกว้างขึ้นประจักษ์กับภาพแสนพึงใจเบื้องหน้า
ใบหน้าเรียวหวานกำลังหลับพริ้ม ริมฝีปากเล็กเผยอน้อยๆ ปอยผมยาวสลวยตกลู่ลงแต้มแต่งข้างแก้มเนียน ที่ต้องลำแสงสว่างนุ่มของดวงตะวัน
ริมฝีปากได้รูปของอัลฟอนส์ตวัดคลี่ รอยยิ้มบางฉายประทับเหนือใบหน้าหล่อเหลา เขาเหยียดลำแขนออกไปตวัดโอบ รั้งล่างเล็กที่นอนสลบไสลอยู่เคียงข้าง เข้าอิงแอบแนบในอ้อมอก
อือ เสียงละเมอแผ่วดังแว่วจากริมฝีปากสวย
เด็กหนุ่มคลี่นิ้วปัดปอยผมบลอนด์ทองเส้นละเอียดจากข้างแก้มอีกฝ่ายเข้าทัดแนบใบหู แผ่นอกบางกระเพื่อมไหวสัมผัสผิวกายร้อนผ่าวของเขา
อยู่กับผมนะครับ เสียงนุ่มทุ้มกระซิบแผ่ว ขณะกระชับร่างเล็กเข้ากอดแนบแน่นขึ้น เรียกละเมอเสียงประท้วงอย่างไม่รู้ตัวจากฝ่ายถูกกอดรัดเบาๆ ...อุตส่าห์ทุ่มเทขนาดนี้แล้ว อย่างน้อยก็อยู่ข้างๆไปจนกว่าผมจะลาจากโลกนี้ไปก็ได้ ไม่นานเกินรอหรอกครับ
.
.
ชไนเดอร์
นายทหารหนุ่มร่างเตี้ยล่ำในเครื่องแบบสีเขียวมะกอกเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารที่กระจายเกลื่อนบนโต๊ะทำงาน ขึ้นมองใบหน้าคมมน แต้มแต่งกรอบผิวขาวสะอาดด้วยเรือนผมดำสนิทตัดสั้นระหน้าผาก ที่ชะโงกต่ำลงประสานสายตากับเขา พร้อมรอยยิ้มเย็น ผบ.ยังไม่เข้ามาเหรอ?
อ๋า ...ผู้พัน คิ้วเข้มของคนยศต่ำกว่ากระตุกวืบ ชายหนุ่มพรวดพราดลุกขึ้นยืนทำวันยหัต ศีรษะผงกปลกๆคล้ายทำความเคารพในแบบที่ยังไม่ทันตั้งตัว หยะ ยังครับ ...คิดว่าวันนี้ท่านคงไม่เข้ามาทั้งวันครับ!
ทั้งๆที่ถ้าเป็นคนอื่นชไนเดอร์คงสวนไปแล้วว่าเช้าขนาดนี้ ถ้าไม่จำเป็นว่าต้องสะสางอกสารที่คั่งค้างแบบเขา ใครหน้าไหนจะบ้าจี้ถ่อสังขารจากเตียงนอนนุ่มๆมานั่งหลังขดหลังแข็งทำงานงกๆบ้างล่ะ แต่นี่คือ รอย มัสแตง พันเอกหนุ่มที่นายทหารต๊อกต๋อยอย่างชโรเดอร์แอบชื่นชมมานาน ถ้อยคำทุกประโยคที่หลุดจากปากจึงสุภาพอ่อนน้อมอย่างชวนเลี่ยน
แต่ถึงอย่างนั้นฝ่ายได้รับรายงานก็ยังเบ้ปาก ทำทีเป็นไม่พอใจเล็กน้อยแกล้งให้คนยศต่ำกว่าหน้าซีดเล่น ก่อนแค่นหัวเราะเสียงเข้ม หางตาเรียวรีกวาดมองเอกสารในกองอย่างสนอกสนใจ
น่าเสียดาย... เสียงทุ้มทรงอำนาจทอดปลายคล้ายแกล้งรำพึง แต่ไม่ทันไรก็สะบัดใบหน้าอย่างติดเก๊ก เห็นมีข่าววงในลือกันให้แซดว่าท่านเพิ่งเซ็นต์อนุมัติแต่งตั้งนายทหารพิเศษเข้ารับรับตำแหน่งในกองทัพหลายคน...
โอ๊ย ไม่จริงหรอกครับผู้พัน รอย มัสแตงคลี่ยิ้มมุมปาก ดูเหมือนว่าคำหยอดแกล้งหยอกของเขาจะได้ผล เจ้านายทหารหน้าเซ่อ บื้อสมหน้าจริงๆ...นี่ละน้าพวกต๊อกต๋อย ชาตินี้ถึงไม่มีทางได้เป็นใหญ่เป็นโตกับเขา เสียที มีแค่ที่เส้นเข้ามาคนเดียวเอง ...รู้สึกจะไปอยู่กับพวกทางวิทยาศาสตร์ซะด้วย เอ ...รู้สึกจะเรียกว่า หน่วยค้นคว้าเพื่อพัฒนาอาวุธ ...อะไรสักอย่าง ผมก็ไม่ค่อยมั่นใจ ไม่ค่อยเกี่ยวกับทางนี้หรอกครับ
รอยเลิกคิ้ว ...แน่ละ ชายหนุ่มระแคะระคายอยู่แล้วว่าสถานการณ์ใดกำลังดำเนินไปใต้เงื้อมเงากองทัพแห่งนี้ ...เลวร้ายเกินกว่าหนอนบ่อนไส้เช่นเขาจะสามารถจินตนาการ ไม่เห็นเคยได้ยินว่ามีหน่วยทำนองนั้นมาก่อน
ดวงตาดำสนิทปรายเหลือบยังไอร้อนที่ลอยฉุยจากแก้วกาแฟเซรามิกบนโต๊ะ อากาศเยียบเย็นยามเช้าโบกผ่านหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดอ้า ...เลขาฯหน้าห้องผลเอกชโรเดอร์ทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนส่ายศีรษะช้าๆ ไม่แปลกครับผู้พัน พวกเขาเป็นหน่วยใหม่ที่ตั้งขึ้นใต้อำนาจบังคับบัญชาของผบ.ชโรเดอร์ งานของหน่วยนี้ถูกปิดเป็นความลับสุดยอด อย่าว่าแต่ผู้พันเลยครับตัวผมเองที่เป็นเลขายังไม่รู้เลยว่าพวกเขาค้นคว้าอะไรกันอยู่
เจ้าหมอนี่บ้าจี้ดีแฮะ ...ร่างสูงสง่านึกพลางยักไหล่ ริมฝีปากบางแย้มหัวเราะเบา ...แค่นี้ก็พอถมเถ
ถ้าเป็นความลับแล้วที่หลุดออกมาจากปากนายน่ะอะไร หือ?
คำพูดเย้าแกมหยอกแต่หนักเหมือนหมัดลุ่นๆที่ต่อยเข้าท้องน้อยนายทหารยศต่ำกว่าให้จุกอั้ก ...ใบหน้ารูปห้าเหลี่ยมซีดลงในทันใด ชายหนุ่มอ้าปากจะรีบเอ่ยขออภัย แต่ติดว่าถูกอีกฝ่ายโบกมือปรามไว้อย่างรู้ทัน
...น่าๆ ฉันไม่ปากพล่อยหรอก ก็แค่สงสัยนิดหน่อย คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อย ในหัวคิดเร่งเร้าให้ใบหน้าโง่ๆของอีกฝ่าย ขยายความคำพูดให้กระจ่างแจ้งอีกสักนิด แต่เอ... กองทัพเรา ถึงจะมีเส้นสายยังไง ก็ไม่น่าจะ...
โธ่ ผู้พันครับ ก็จะอภิสิทธิ์ใครละครับ ชไนเดอร์แทรกขึ้นมาทันควัน ไม่ได้รู้ตัวสักนิดว่าติดเบ็ดคารมของคนเจ้าเล่ห์ไปแล้ว เรียกรอยยิ้มหยันแกมเหยียดระบายขึ้นเหนือใบหน้าคมสันเมื่อถ้อยความประโยคต่อไปดังก้องขึ้นสะท้อนในโสตประสาท... ผบ.แกรับรองด้วยตัวเอง ...ก็อย่างว่าละครับ นักวิศวะเครื่องกลที่เข้าใจหลักการชีววิทยาจุลภาคแบบนั้นหาได้ง่ายๆเสียที่ไหน ...
To be Continue...
แล้วพบกันอีก 2 อาทิตย์ค่า ^^
ฮึ่ม...เรื่องชักเข้มมาแล้วสินะ ไปยุ่นหลายๆวันนี้อย่าให้เสียเวลานะจ้ะ แต่งโลดที่นั่นเร้ย (ฟิคเรื่องต่อไปมันอาจต้องเกิดในญี่ปุ่นสินะ 55 )
ฝากทุกๆคนเร้ย
แต่หนุกค่ะ