2005/Oct/28

อัพแล้วค่า ...ในที่สุด หุหุ ...หลังจากโดนพลังอันงดงามของ ฮาวอคเอ็ด ฉุดรั้งจากคุณชายไปสักพัก ...

ตอนนี้แอบสั้นอีกแล้ว 555*

Pain VII

อัลฟอนส์... เสียงแหบพร่าเอ่ยโพล่งจากร่างเปล่าเปลือยที่นอนคุดคู้อยู่ใต้ผิวสัมผัสอบอุ่นอ่อนนุ่มของผ้าห่มผืนใหญ่ เรียกดวงตาสีฟ้าสว่างให้เบนหันจากกระดุมเสื้อเชิ้ต ที่เจ้าตัวบรรจงใช้ปลายนิ้วกลัดจากบนลงล่างทีละเม็ด ไปจดจ้องยังใบหน้าเรียวเล็ก ก่อนริมฝีปากได้รูปจะคลี่ยิ้ม...

วันนี้คุณนอนพักดีกว่าครับ ผมจะออกไปธุระสักเดี๋ยว คิดว่าคงกลับมาไม่เกินเที่ยง ร่างสูงใหญ่ลากเท้าจากกระจกบานใหญ่ข้างตู้เสื้อผ้า ตรงมาหยุดยืนอยู่ข้างเตียง มือเรียวยื่นลงแตะไล้เหนือหน้าผากขาวที่มองใกล้ๆจึงสังเกตเห็นได้ถึงเหงื่อหยดเล็กๆผุดพร่างพราวของร่างเล็กกว่า ไอร้อนผ่าวถ่ายเทสู่ผิวกายส่งผลให้คิ้วเข้มขมวดมุ่น ...ไม่สบายนี่ครับ 

ไม่เป็นไรหรอกน่า อย่าทำเหมือนฉันเป็นเด็กนักเลยจะได้มั้ย... คนถูกสัมผัสเค้นน้ำเสียงขุ่นเคืองในลำคอ... ความหงุดหงิดแล่นพล่านในใจ เขาไม่เข้าใจอัลฟอนส์เลย ...ทั้งที่หลงคิดมาตลอดสองปีที่อยู่ด้วยกันว่ารู้จักอีกฝ่ายอย่างถ่องแท้แล้วแท้ๆ

เอ็ดเวิร์ดเม้มปาก ...อัลฟอนส์ที่เขารู้จัก คือเจ้าของรอยยิ้มอ่อนโยนที่สุดที่เขาเคยพบมาในชีวิต ...รอยยิ้มที่จะแย้มพรายเสมอไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ใด ...ทั้งๆที่เคยมั่นใจว่าความอ่อนโยนราวเทวดาเหล่านั้นไม่เพียงฉายทาบเพียงเปลือกนอกแน่...

แต่แล้ว ...ทำไมละ?

...ถ้าเป็นอัลฟอนส์ที่เอ็ดเวิร์ดเคยรู้จัก จะต้องไม่ตอบรับสถานภาพ ...ตัวหมากของการทำลายล้าง ... เพียงเพื่อกู้เกียรติมาตุภูมิเป็นแน่ ...เขามั่นใจ

เขาเชื่อใครไม่ได้ ...ไม่ แม้กระทั่งคนที่เคยเชื่อใจที่สุด...

อย่างน้อย ...เธอควรจะเชื่อใจฉันบ้าง ไหนๆเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว โธ่เอ๊ย...อย่างน้อยฉันก็นาเชื่อถือกว่าผู้ชายคนนั้นก็แล้วกัน  ..เอ็ดแค่นยิ้มเมื่อนึกถึงคำพูดเรื่อยเปื่อยราวจงใจดักคอของรอย มัสแตง ...ร่างในโลกนี้ของอดีตผู้บังคับบัญชาคือหน่วยสืบราชการลับชาวอังกฤษที่แฝงตัวเข้าสู่กองทัพเยอรมันด้วยประวัติปลอม ชายหนุ่มพากเพียรอาศัยเวลาร่วมสิบปีไต่เต้าจากนายทหารชั้นผู้น้อยสู่ตำแหน่งระดับสูง

ผู้พันหนุ่มวางรากฐานให้ตัวเองแทรกซึมลงสู่ฐานอำนาจในกองทัพทีละก้าวอย่างมั่นคง ...โดยมั่นใจว่าอย่างไรก็ปลอดการระแคะระคาย... ทุกสิ่งทุกอย่างที่ลงทุนไปเพียงเพื่อปณิธานเดียว...

  ฉันจะไม่ยอมให้คนหน้ามืดตามัวพวกนี้ ใช้ข้ออ้างบ้าๆมาล้างผลาญชีวิตมนุษย์เด็ดขาด

แม้จะไม่ชอบหน้า ...แต่เอ็ดเวิร์ดก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ...เขาชื่นชมความแน่วแน่ของชายคนนี้จริงๆ

แล้วตัวเขาละ? ... ที่ผ่านมา แค่เรื่องของตัวเอง เด็กหนุ่มก็วุ่นวายเสียจนแทบไม่มีเวลาเจียดไปห่วงใยใครแล้ว ...

ทั้งๆที่เคยคิดว่า ...เพื่ออัลแล้ว ต่อให้ตัวเองต้องตายก็ไม่เป็นไร...

แต่ตอนนี้...

อัลฟอนส์...

ไม่ใช่เรื่องของนาย จะไปไหนก็ไปเถอะ เอ็ดเวิร์ดแค่นน้ำเสียงขุ่นเคืองลอดผ่านไรฟัน

อัลฟอนส์ยักไหล่ เมื่อจู่ๆมือบางก็ตวัดพรึบจากใต้ป้าห่มขึ้นปัดแขนเขาออกห่าง

ชายหนุ่มกัดกรามกรอด เมื่อดวงตาสีอำพันคู่สวยตวัดกราดจากใบหน้าเขาลงสำรวจแผ่นอกผอมบางของตนเอง ...ริมฝีปากบางกรีดยิ้มเหยียด ...รออะไรอยู่เล่า นายก็ได้สิ่งที่ต้องการไปแล้วไม่ใช่เรอะ 

ความเงียบงันแผ่ปกคลุมช่องว่างระหว่างคนทั้งสองในทันทีหลังสิ้นเสียงประชดกระแทก ...ก่อนอีกฝ่ายจะตอบกลับด้วยรอยยิ้ม พร้อมน้ำเสียงเรียบเฉย ... แค่นั้น ...ยังไม่พอนี่ครับ 

รอยแดงซ่านผุดทาบเหนือใบหน้าเล็กๆที่เริ่มร้อนผ่าว ...รอยยิ้มราวไม่รู้สึกรู้สายิ่งสร้างความหงุดหงิดขุ่นเคืองให้เอ็ดเวิร์ดมากเกินกว่าเจ้าตัวสามารถรับมือ ...ฟันซี่คมกดแน่นเหนือริมฝีปากบาง นายเป็นอะไรของนาย! บ้าไปแล้วรึไง!

อัลฟอนส์เพียงเลิกคิ้วน้อยๆ ร่างสูงใหญ่หยุดยืนนิ่งชั่ววินาที ...ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉย ก่อนหมุนตัวหันหลังสาวเท้าจากไปดื้อๆ ไม่ใส่ใจแม้เสียงกึ่งตะโกนกึ่งตวาดของอีกฝ่าย

อัลฟอนส์!!

เอ็ดเวิร์ดหน้าชา เมื่ออีกฝ่ายตอบกรับด้วยเสียงประตูปิดใส่ดังปัง! 

เสียงเย็นเยียบของใครสักคนดังขึ้นในโสตประสาท ...  คิดว่าระหว่างเพื่อน... กับอุดมการณ์ เด็กหนุ่มที่เติบโตมากับความกดดันในฐานะประเทศแพ้สงครามจะเลือกอะไร ...พนันได้เลยว่าต่อให้เป็นเธอ อยู่ในสถานการณ์เดียวกันก็คงทำแบบนั้น ...

ไม่มีทาง!!

ร่างบางสั่นระริก ...ความโกรธเคืองแล่นพล่าน ก่อนคว้าโคมไฟจากโต๊ะเล็กๆข้างเตียงเขวี้ยงใส่บานประตูที่ร่างสูงใหญ่เพิ่งลับตา!

เพล้ง!

เศษกระจกปลิวกระจาย...

แต่เด็กหนุ่มไม่สนใจ ร่างเล็กสะบัดผ้าห่มออกจากผิวกายเปล่าเปลือย ลุกพรวดพราดขึ้นคว้าเสื้อผ้าที่ตกกระจายตามพื้นขึ้นสวม กลัดกระดุมลวกๆ คลุมทับอีกชั้นด้วยโค้ทตัวยาว ก่อนสาวเท้าไปกระชากประตูเปิดออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว...

อัลฟอนส์ ...ไอ้บ้าเอ๊ย!!

*

*

*

..ริธ ...คุณไฮเดอริธครับ?

ร่างสูงใหญ่ของอัลฟอนส์ ไฮเดอริธสะดุ้งเล็กน้อย ปลายนิ้วยาวเรียวกระชับซองเอกสารสีน้ำตาลในอ้อมแขนแน่น ...ความเยียบเย็นของสายลมพัดสะบัดใบไม้ที่แต่งแต้มเฉดร้อนแรง ตั้งแต่เหลืองอ่อน ถึงน้ำตาล แดง... แนวต้นเมเปิลยาวที่เรียงขนานขนาบสองข้างถนนสายใหญ่ ...แม้สองฟากฝั่งจะเต็มไปด้วยอาคารสิ่งก่อสร้างมากมาย แต่เด็กหนุ่มก็รู้สึกได้ถึงแค่ความเงียบเหงาวังเวง...

เด็กหนุ่มหันไปยิ้มให้ชายวัยกลางคนในยูนิฟอร์มทหารสีเข้มที่กำลังมองหน้าเขาด้วยสายตางุนงง ขอโทษครับ ผมเหม่อไปหน่อย ...เมื่อกี้ว่าไงนะครับ 

ผบ.ให้ถามว่า คืนนี้ไม่ทราบจะเข้าไปดินเนอร์ที่บ้านพักไหมครับ? น้ำเสียงแหบต่ำกดเบาลงราวกระซิบ ท่านมีเรื่องสำคัญอยากปรึกษาคุณ 

รอยยิ้มบางผุดพรายเหนือใบหน้าหล่อเหลาในทันทีที่ฝ่ายสูงวัยกว่าเอ่ยจบลง ฝากเรียนตอบว่า ...พอดีเลย ผมก็มีเรื่องสำคัญจำเป็นต้องแจ้งให้คุณลุงทราบ 

to be continue...

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
โอ....ใกล้จะไอ้นั่นแล้วสินะ =w="
งึมๆ อื่นๆไว้จะไปเม้าท์ด้วยพรุ่งนี้ 5555
แล้วเจอกัน >w< b
#1  by  dearchan At 2005-10-28 20:43, 
....ระ...ระ...รออ่านต่อไป..

/me รออ่านหยั่งใจจดใจจ่อ 0.0
#2  by  *ゆきめ* At 2005-10-28 21:04, 
โอ้....อ้า.... (สำหรับไฮเดเอ็ด)

ผู้พันที่แท้เป็นงี้นี่เอง....ผิดคาดเลยนะคะเนี่ย รู้สึกว่าจะเป็นคนดีกว่าที่คิด
#3  by  ฟิลัส(°д°ll)อืดๆดองๆ At 2005-10-28 21:20, 
อ่านแล้วก็ติดอกติดใจ แต่ทำไมเล่นมุกสายลับญี่ปุ่นง่า ชวนนึกถึงมังกะวายในตำนานที่นายเอกเป็นจารชนนาซีที่เกลียดเกย์เข้าไส้ แล้วพระเอกเป็นสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้วชาวอังกฤษที่เป็นเสะบริสุทธิ์ พอสองคนนี้มาเจอกัน ความมันส์ก็บังเกิด เป็นตูนวายในตำนานที่เรายังหาซื้ออ่านไม่ได้เลย จับtimelineได้ว่ายุคเดียวกับCrystal Dragon>< แต่พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็เจ็บใจ ทำไมBKออกช้าจัง กว่าจะถึงที่เราอ่านของยอดธิดาคงเล่ม23โน่นแน่ะ

ป.ล. ได้Havoc x Edมาย้อมใจแล้วก็แต่งต่อซะทีสิคะ ฟิคเรื่องนั้นน่ะ ที่บอกว่าลืมไปแล้วว่าวางปมไว้ยังไงน่ะ><
#4  by  Lunae in the Air (202.28.181.10 /10.90.5.122) At 2005-10-28 21:59, 
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดมาต่อแล้ววววววววววววววววว หัวใจจะวายยยยยยยยยย ขอเซฟไปอ่านก่อนนะคะ แล้วจะมารีวิวอีกทีค่า

/ โฮกกก เป็นลม
อีกนี้ดเดียวสินะ หุๆ มันใกล้เต็มทีแล้ว จะรอจนวาระสุดท้ายเรยจ้ะ
#6  by  Tsukasa At 2005-10-29 02:21, 
ซิกๆ ตอนนี้เป็นตอนที่อ่านแล้วผมเศร้าที่สุดเลย~
นายเอกของเราเริ่มจะเอาใจออกห่างจากสามีเก่าแล้วสินะ
โธ่น้องอัล สามวันจากนารี(?)เป็นอื่นจริงๆ ด้วย
#7  by  TRipLE At 2005-10-29 09:04, 
55555 โอยยย อยากอ่านต่อ อ่านจบปุ๊บ ทำไมเรายิ้มหว่า ครึครึๆๆ
แก้มปริ อะหุๆๆ
#8  by  Sakuranbo At 2005-10-29 19:31, 
>__< โฮกฮากก อยากอ่านต่อ
ลงเร็วๆนะเค้อ
#9  by  *kao* ตายสนิท At 2005-10-29 22:23, 
อ๊ากกกกกอ่านจบแล้วววว แล้วก็ตายคาคอม ทำไมมันสั้นอย่างเง้ค๊า ฮือๆๆ อยากอ่านต่อมากๆ กำลังจะบ้าตาย ทะเลาะกันอีกแล้วนะสามีภรรยาคู่นี้ แง่งๆๆ

มาต่อเร็วๆเถิดค่ะได้โปรดดด
โอ....ใกล้จะไอ้นั่นแล้วสินะ =w=" <<< ไอ้นั่น? ไอ้นั่น...? ไอ้นั่นนนนน???

อ่านตอนนี้แล้วตกใจเกี่ยวกับรอยที่สุดค่ะ โอ้ววว ผู้พัน ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง (...แอบเหม็นหน้ามาตั้งหลายตอนนะเนี่ย = =;)

เอ็ดวี๊นวีน... นึกถึงเอ็ดในโดเล่มรองล่าสุดของ Vital Song ขึ้นมาแว๊บๆ... ตามไฮเดไปให้ทันนะเอ็ดจ๋า...
#11  by  เดสโทราตี้! At 2005-10-30 02:19, 
เดินเข้ามาอ่าน
เอ็ด......ต่อหน้าสามี(ใคร?)ทำไมใจเจ้าถึงยังคิดถึงชายอื่น

เหอ เหอ เหอ
#12  by  . At 2005-10-30 15:08, 
ตอบค่ะ
Fylus : ท่าทางผู้พันจะทำให้คนหมั่นไส้มาหลายตอนแล้วสินะ หมอนี่เป้นคนดีกว่าบุคลิกค่ะ 55*
Lunae : รอ pain จบก่อนนะคะ แล้วค่อยว่ากัน 55* แต่เราไม่เคยอ่านเรื่องที่ลูเน่พูดถึงแฮะ - -+ อาจจะอยู่วงการวายมาไม่นานพอ
triple : แหมๆ ...2 ปีเชียวนะ ไม่ใช่แค่ 3 วันค่ะ หึหึ
Riku : แหมๆ ครอบครัวสุขสันต์ก็มีทะเลาะกันบ้างสิค้า
destari : ปากเราบอกว่าเกลียดเอ็ดวีนๆ แต่ไหงแต่งออกมา ...
Hikaru : แหมๆ ยังไม่ใช่สามีเต็มตัว ดังนั้นปันใจได้สิค้า
#13  by  nami_go At 2005-10-30 17:01, 
คลั่งแย้ววววววววววววววว

ต่อเร็วๆ
#14  by  FaIry At 2005-11-01 20:17, 
สั้นเจรง...ยึ้ย แต่คงไว้ซึ่งความหนุกหนานเช่นเคย

ว่างๆ ไปอ่านฟิกเค้าบ้างนะตัวเอง
#15  by  kuwa[R]i... At 2005-11-01 21:47, 
กรี๊ดดดดดดดด!!! ความสัมพันธ์ร้าวฉาน~!<< หมายความว่าไงเนี้ย = = ?
สนุกมากเลยค่ะ!! ถูกใจไฮเดรนิดๆแล้วแฮะชั้น
#16  by  Toay At 2005-11-03 20:39, 
เรารอนานแล้วนะคะไม่ต่อซะทีอ่า อยากอ่านแล้วน๊าา
#17  by  animeจัง (124.121.80.193) At 2006-03-28 12:06, 

<< Home