2005/Nov/12

12/11 รู้มาจากหนุเดียร์ว่าวันนี้เป็นวันเกิดหนูโบว์ ...พี่สาวไม่มีอะไรให้ นอกจากฟิกสั้นๆที่แต่งเมื่อกี้ ^^" อาจจะเผาไปหน่อย ขออภัยล่วงหน้านะจ๊ะ

ขอให้มีความสุขกับวันครบรอบอายุครบขวบปี สุขภาพแข็งแรงนะคะ

Love [FMA fanfiction] >>>> FMA MOVIE SPOILER ALERT!!!!

รัก?

ผู้พันมัสแตงบอกว่า ...รักคือความเห็นแก่ตัว ...ความต้องการครอบครองเป็นเจ้าของ

แต่วินรี่กลับบอกว่า มันคือความสวยงามของการพร้อมที่จะเสียสละเพื่อใครคนอื่น

รัก... เป็นได้ทั้งความเห็นแก่ตัว และการเสียสละ...

ไม่รู้ว่านั่นคือ ความรัก หรือไม่...

แต่ที่แน่ๆนตอนนี้เพียงแค่รอยยิ้ม กับถ้อยคำอรุณสวัสดิ์ง่ายๆของพี่ ก็ทำเอาผมใจเต้นไม่เป็นส่ำ

อยากเคียงข้าง

อยากโอบกอด

อยากสัมผัส

อยาก ....ครอบครอง

ความรู้สึกเหล่านี้หมุนเวียนขึ้นเป็นคำถามในใจผม มาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้...

รักเหรอ? เสียงนุ่มทุ้มครางเบาๆ อัลฟอนส์ ไฮเดอริธลูบคางด้วยปลายนิ้วผอมๆ

ริมฝีปากได้รูปตวัดคลี่เป็นรอยยิ้มอ่อนโยน ...รอยยิ้มที่ผมพยายามยังไงก็ไม่มีทางลอกเลียนแบบได้ ถามคนที่ตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่เคยแม้แต่จะเดทกับผู้หญิงสักครั้งเนี่ย คิดผิดหรือเปล่าครับ อัลฟอนส์คุง

ผมส่ายหัวดิก ...โกหกหน้าตายน่ะสิฮะคุณไฮเดอริธ หน้าตาเพอร์เฟ็ค รูปร่างดี แถมการศึกษาสูงแบบนี้น่ะนะ ไม่เคยได้ควงสาวสักคน บอกว่าไม่เคยมีน้อยกว่าโหลยังน่าเชื่อกว่าเลย ...

ฮึ ลองได้หน้าตาแกะพิมพ์เดียวกับผมแบบนั้นละก็ ไม่มีทางอดอยากปากแห้งหรอกน่า ...รักษาภาพพจน์มากไปแล้วคุณไฮเดอริธ!

ไฮเดอริธยิ้มราวกับรู้ใจผม ...ร่างจิต หรือ ...จะเรียกว่าวิญญาณบางเบาที่สิ่งสู่อยู่ภายในส่วนลึกของจิตใจผมค่อยยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ลำแสงอ่อนโยนแผ่โอบอุ้มร่างกายสูงโปร่งไว้ราวกับประคับประคองไม่ให้แตกสลาย

เขาอาศัยอยู่ในนี้ ...ในจิตใต้สำนึก เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนผมมานานแล้ว ...

ผมพบไฮเดอริธครั้งแรก ...หลังผ่านงานศพเขาไปไม่นาน ในค่ำคืนหนึ่งหลังจากผมกับพี่ผ่านการเดินทางสุดทรหดจากพรมแดนออสเตรียเชื่อมต่อกับฮังการีแล้ว พวกเราต่างหมดแรงข้าวต้ม ต้องจองห้องพักในโรงแรมถูกๆ พี่น่ะหลับเป็นตาย ...ส่วนผมกำลังเคลิ้มๆ ครึ่งหลับครึ่งตื่น อยู่ดีๆหมอนี่ก็ยื่นหน้าเข้ามายิ้มให้ พร้อมกับแนะนำตัวอย่างสุภาพสุดๆ

ตกใจรึเปล่าน่ะเหรอ?

แหงสิฮะ ...เจอผีหลอกจังๆใครจะไม่สติแตกล่ะ ถึงผีตนนั้นจะหน้าเหมือนตัวเองก็เถอะ - -+

แต่รอยยิ้มเศร้าๆของเขาก็ทำเอาผมใจอ่อน ไฮเดอริธสัญญาว่าจะไม่เปิดเผยตัวตนของเขาให้ใครคนอื่นนอกจากผมได้รู้ ...คนอื่นที่รวมถึง พี่ ด้วย

เมื่อผมถามเขาว่าทั้งๆที่ตายไป ...หมดภาระกับโลกนี้ไปแล้ว และมีทางเดินสู่ภพภูมิของตัวเองตามกฎวงเวียนแห่งธรรมชาติเปิดอ้ารอรับอยู่ ทำไมถึงยังเลือกจะกลับมา... กลับมาเป็นแค่เศษเสี้ยวไร้ค่าในส่วนลึกของจิตใจผม

เขาก็แค่ยิ้ม ...ยิ้มอ่อนโยนตามแบบฉบับ รอยยิ้มที่พี่กำลังคิดถึงนักหนา ผมยังไม่หมดห่วง ...ตราบใดที่ผมยังไม่เห็นว่าคนๆนั้นสามารถยิ้มได้อย่างร่าเริงอีกครั้ง ผมคงไม่มีทางหลับได้อย่างเป็นสุขหรอกครับ

คนๆนั้น ...พี่สินะ

ถึงผมจะไม่มีส่วนรับรู้ความผูกพันของเขากับพี่ แต่แววตาของชายหนุ่มที่ผมอาจจะต้องขอบคุณเขาที่ช่วยประคับประคองพี่ชายมากว่า 2 ปีเต็ม ...ทุ่มเทสารพัดเพื่อให้พี่ได้กลับไปพบกับผม ...ได้กลับไปโลกของเรา โดยไม่ใส่ใจเลยว่าผลของการกระทำนั้นจะส่งผลถึงชีวิตของตัวเอง

ใกล้เคียงที่สุด ก็คงเป็นพ่อกับแม่ละมั้งครับ แต่พวกท่านก็ไม่อยู่ให้ผมรักแล้วละ ...แม้แต่พี่ก็ไม่รู้ว่า อัลฟอนส์ที่พี่ใช้ชีวิตด้วยเติบโตมาในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า เพราะพ่อแม่เสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก ผมรู้เรื่องส่วนตัวนี้ เพราะความอยากรู้อยากเห็นที่ไอนสไตน์เชื่อว่าคือบ่อเกิดแห่งปัญญา ที่เป้นนิสัยประจำตัวของผมนั่นแหละ

แต่นั่นก็ไม่ใช่คำตอบที่ผมต้องการ

ไม่เอารักแบบนั้นสิฮะ รักแบบรักน่ะ ผมเน้นเสียงพร้อมกับวาดมือเป็นรูปหัวใจไปด้วย ...ถึงจะไม่ได้ เห็นภาพความสัมพันธ์ระหว่างพี่กับเขากับตา แต่คนช่างสังเกตอย่างผมก็พอจะเดาออกว่า ...คำเฉลยที่ใกล้เคียงกับคีย์เวิร์ดที่สุด น่าจะเป็นพี่...

ตอนนี้ผมรู้สึกดีเหลือเกินที่เขาสัญญาว่าจะไม่เปิดเผยตัวตนให้พี่ได้รู้ ...ผมไม่อยากเสี่ยง แม้จะรู้ว่าพี่รักผมมาก แต่ผมก็ไม่ต้องการเห็นรอยยิ้มดีใจของพี่ที่ได้รู้ว่า ...เพื่อนที่รักที่สุดยังไม่ได้จากไปไหน ยังคงอยู่เคียงข้าง เฝ้ามองรอยยิ้มของพี่เงียบๆ

พี่ใช่ไหมฮะ? ผมโพล่งออกไปจนได้ ไฮเดอริธยังคงยิ้มอ่อนโยน

รู้อยู่แล้วจะถามทำไมละครับ? ร่างบางเบาที่มองผาดคล้ายเปลวแสงก้าวเข้ามายืนเผชิญหน้าผมช้าๆ มือเรียวลูบไล้เส้นผมผมอย่างแผ่วเบา ...ในความมืดของรัตติกาล แม้กายหยาบของผมจะนอนอุตุอยุ่ในผ้าห่มนวมหนานุ่ม ...ณ อีกมิติหนึ่งใต้เสี้ยวจิต บทสนทนาของเรายังคงดำเนินต่อไปอย่างสุขสงบ หรือว่าอยากลองใจผม?

ผมยังคงยืนนิ่ง ...ไม่รู้จะตอบออกไปอย่างไรดี ถ้าตอบว่าใช่ ...ผมอาจจะสมใจที่ได้ขจัดเสี้ยนหนามทิ่งแทงใจออกไป แต่ผมคงไม่มีวันได้เห็นรอยยิ้มอ่อนโยนนั่นอีกแล้ว แต่หากตอบว่าไม่ ...สักวันเขาอาจทรยศความเชื่อใจของผม แล้วยึดร่างผมไปยืนเคียงข้างพี่แทนก็ได้

ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มราวกับอ่านใจผมออก ไม่หรอกครับอัลฟอนส์คุง ...ผมน่ะ แค่ได้เฝ้ามองเอ็ดเวิร์ดซังแบบนี้ ...ก็มีความสุขเหลือล้นแล้วละครับแม้ว่าเขาจะไม่มีวันรู้ว่าผมยังคงอยู่ที่นี่ก็ตาม...

คุณไม่เศร้าเหรอฮะ? ทั้งๆที่รักแต่สัมผัสไม่ได้ แตะต้องไม่ได้ ...ไม่ได้แม้แต่จะบอกให้คนๆนั้นรับรู้ว่าเราอยู่ตรงนี้ คงจะเป็นคำถามงี่เง่าที่สุดแน่ๆ เพราะอัลฟอนส์นิ่งเงียบ ดวงตาสีฟ้าสว่างคู่สวยวาวระริก ...

ถ้าผมต้องอยู่ในสถานะเดียวกับเขาจะทำยังไงกันนะ?

ผมจะใช้เล่ห์กลกำจัดไฮเดอริธ เพื่อแย่ง ตัวตน ของเขามาหรือเปล่า?

พี่จะดีใจหรือเปล่า ถ้าคนที่ยืนเคียงข้างพี่ในตอนนี้เป็นไฮเดอริธ ไม่ใช่ผม ...

รักคือความเห็นแก่ตัว ...ความต้องการจะครอบครอง แต่ในขณะเดียวกัน รักก็คือความต้องการเพียงเพื่อได้พบเห็นรอยยิ้มของคนสำคัญ...

คุณเข้าใจผมมากที่สุดครับอัลฟอนส์คุง ...ผมเชื่อว่าถ้าเป็นคุณ ...คุณจะเลือกเดินบนถนนเส้นเดียวกันกับผม

Fin~

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อ๊ากกกกกก ขออณุญาตเซฟไปอ่านก่อนเจ้าของวันเกิดได้มั้ยค๊ะ แล้วจะกลับมารีวิวนะคะ กรี๊ดๆๆๆ
ชอบมากๆเลยค่ะ อ่านแล้วรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ซึ้ง น่ารักทั้งไฮเดทั้งน้องอัลเลย
#2  by  ฟิลัส(°д°ll)อืดๆดองๆ At 2005-11-12 21:01, 
ตอนแรกๆ แอบขำอัลครับ โห...หลงตัวเองเป็นบ้าเลยน้อง
อ่านๆ ไปแล้วรู้สึกว่าเป็นฟิกที่อบอุ่นดีครับ คุณชายช่างเป็นคนดีอะไรยังงี้
พออ่านจบยิ่งอยากจิ้นคู่อัลไฮเดมากขึ้นไปอีก ^ ^;
#3  by  TRipLE At 2005-11-12 21:12, 
...ไฮเดอัล? ไฮเดอัล..เหรอ?
ทำไมเป็นไฮเดอัลเล่าค่ะ!!!!!!!!!!
งึมๆ อ่านแล้วจิ้นได้เป็นฉากๆ 555
เห็นภาพเลยนะเนีย หุหุ
ตอนจบดูห้วนๆไปหน่อยนา ขออีกติ๊ดซี่~

PS. "..ทุ่มเทเพื่อสารพัดเพื่อให้พี่..." << ทุ่มเทสารพัดเพื่อ... รึเปล่า 'w'a
#4  by  dearchan At 2005-11-12 21:29, 
น่ารักดีนะคู่ของไฮเดอัลเนี่ย...แต่ว่าขอเป็นคู่ไฮเดเอ็ดหรือไม่ก็อัลเอ็ดน่าจะดีกว่านี่เนอะ
แต่งได้ดีมากเลยค่า>o<
#5  by  เซเรน (202.28.47.11) At 2005-11-12 22:13, 
ว่าจะเพลาๆ กะเรื่องพวกนี้แล้วนะ
แต่กลับมาแล้วเปิดเจอพอดี เลย..อ่านซะ
ฟิกนี้จุดไฟให้ ลุกพรึ่บ ขึ้นอีกจนด้ายยย กรี๊ดดๆ
ชอบอารมณ์ของฟิกนามิจังเร้ยยย~

แล้วก็หลงไฮเดเข้าไปซะแร้วว !!
ไม่ว่าคุณชายจะพูดอะไร..เราก็ไม่รู้สึกว่ามันเน่าซักนิดเลยค่ะ เอิ๊กๆ
#6  by  ~YuYa~ (203.188.22.220) At 2005-11-12 22:22, 
T^T เศร้าอะ มันไม่น่าตายเพราะตัวประกอบง่า~~!!! คุณช้ายยยยยย!!

คุณชาย คุณดีเหลือเกิน
(ทำไมอัลจี้ตรงจุดเช่นนี้หนอ ใช่ครับ พี่คุณน่ะแหละครับ)

พี่นามิอ้า รอPainอยู่นะ>____<
#7  by  *kao* ตายสนิท At 2005-11-12 23:14, 
โอ้ งานเผาก็ยังภาษาสวยนะเนี่ย ต่อยอดฟิคอันต่อไปด้วยนะ >< ชอบๆ
#8  by  Tsukasa At 2005-11-13 00:00, 
XD ดีใจที่เจ้าของวันเกิดเป็นโบว์ ฟิคเลยไร้สารเจือปน(?) ฮา แบบนี้ไปเรียกชีมาอ่านได้ อิอิ

ฟิคปรัชญา(?) น่ารักดีจัง อิอิ
#9  by  Firodendon At 2005-11-13 00:03, 
กรี๊ดดดดดด >///<b

น่ารักกกกกกกกกกกกกกกก ชอบประโยคสุดท้ายอ่ะ นามิจังสุดยอดดดดดดดดดดดดดดดด >///<b~~~
#10  by  *ゆきめ* At 2005-11-13 00:07, 
อ๊ากกกก อ่านแล้วค๊า
ลัทธิใหม่ที่กำลังคลั่งพุ่งกระฉูดมาก อ๊ากๆๆๆ ไฮเดอัล กรี๊ดๆ

เอาอี๊กกกกก ><b!
ไฮเด ไฮเด~
แอบอ่านฟิคของคุณnamigoมาสักพักแล้ว ชอบค่ะ สนุกดี
ขออนุญาติแอดเลยก็แล้วกันนะคะ
#12  by  Puff!n At 2005-11-13 00:53, 
กรี้ดดดด คุณชาย!!!!!!
น้องอัล!!!!!!!!!!!!!!
(ว่าแต่ไอ้นี่ไฮเดอัล อัลเอ็ด หรือว่าไฮเดเอ็ด??????)

สงสารเอ็ดฮือT-T
#13  by  zanael At 2005-11-13 00:54, 
กรี๊ด~~!! นี่สิ...รักสามเส้าของแท้~~
ความรักเป็นได้ทุกอย่างจริงๆ

ชอบฟิคพี่จังค่ะ
#14  by  Aisa ประธานสภาถั่วฯ At 2005-11-13 15:04, 
ทำไมสิ่งแรกที่คิดหลังอ่านประโยคสุดท้ายจบ... มันถึงเป็น... 'แน่ใจอ่ะไฮเด ว่าพ่อหนูนี่มันจะเลือกทางเดินสายผู้เสียสละเหมือนนาย...?' กันหนอ...

ชอบช่วงแรกๆที่อัลนิยามคำว่ารักจังเลยค่ะ > <

คุณะเลือกเดินบนถนนเส้นเดียวกันกับผม << คุณจะ
#15  by  เดสโทราตี้! At 2005-11-13 23:47, 
ลัทธิใหม่ ' '?

คุณชายผู้แสนดี ถึงตายก็ไม่ยอมไปผุดไปเกิด จะหมดห่วงก็วันที่เอ็ดตายสินะคะ

ถามคนที่ตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่เคยแม้แต่จะเดทกับผู้หญิงสักครั้งเนี่ย >> เพราะปกติมีเอ็ดเป็นคู่เดทใช่มั้ยคะ คุณชายขา

HBD ย้อนหลังคุณ Bow ด้วยคนนะคะ
#16  by  . At 2005-11-15 12:31, 
โอ ภาษาสุดยอด เนื้อเรื่องกินใจมาก อยากจะกรี๊ดจริงๆ
ชอบไฮเดแบบนี้เหมือนกันค่ะ ดูเป็นคนดีอย่างถึงที่สุดเลย เหมาะกับเขาดีแท้

ความรักคือความเห็นแก่ตัวและเสียสละ...อืม...เห็นด้วยอย่างที่สุดเลยค่ะ แปลกดีนะ ทั้งๆที่เป็นสิ่งเดียวกันแท้ๆ ระหว่าง "รักมากจนไม่อยากให้เป็นของใคร" กับ "รักมากแต่ปล่อยให้ไปเพราะอยู่กับเราก็ไม่มีความสุข" เอ๊ะ ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องเลยนี่ แหะๆ
ชอบ main ของเรื่องมากๆเลยค่ะ
#17  by  kuwa[R]i... At 2005-11-15 14:07, 
ขอบคุณเดยร์จัง กับเดสทาริซังฮับ ช่วยบรู๊ฟให้ แหะๆ
สำหรับเรื่องนี้ตอนแต่งยังคงแต่งด้วยความรู้สึกเดิมๆเหมือนทุกครั้งคับ เรารักไฮเดเอ็ด และจะยังคงรักต่อไป
รักไฮเดที่พร้อมจะเสียสละเพื่อเอ็ด
รักเอ็ดที่ไม่เคยรู้คุณค่าของสิ่งสำคัญ จนกระทั่งได้สูญเสียมันไป
รักอัลที่ลังเลระหว่างความสุขของคนที่รัก กับความปรารถนาของตัวเอง
#18  by  nami_go At 2005-11-15 22:29, 
ไม่อยากเชื่อเช่นกันว่างานเผา เขียนได้ดีมากๆ เลยค่ะ เปรียบไปแล้วAlfonsก็คงเหมือนเอย์จิในFMOล่ะมั้ง คนแต่งเปรียบไว้ว่าเป็นพระเอกในอุดมคติของสาวๆ สดใส งดงามเหมือนนักบุญ(ที่ไม่ใช่Sagara Sousugeหึ หึ) เป็นผู้เสียสละที่ยอมอยู่เคียงข้างคนรัก คอยปกป้องอยู่เงียบๆ แต่บางทีก็ขี้หึงอย่างไม่มีเหตุผล ถึงขึ้นทำโพสเตอร์ไกส์สำเร็จ ส่วนน้องอัลคงประมาณพระเอกตัวจริงของMitsukiแหงๆ สับสนลังเลเพราะมีตัวแปรบางอย่างมาทำให้ไม่อาจรักใครได้ กรณีFMOเพราะเป็นยมฑูต ส่วนกรณีFMAคงเป็นเพราะไม่อยากเข้าลัทธิElricestมั้งคะ หึ หึ
#19  by  Lunae in the Air (202.28.181.10 /10.90.5.96) At 2005-11-15 23:22, 
ชอบฟิคทุกเรื่องที่นามิแต่งเลยค่ะ...
หนุกหมดเลย

ขอแอดบลอกนะค่ะ
#20  by  FaIry At 2005-11-28 20:37, 
น่่ารักมากๆค่ะ
#21  by  ็Holly (58.8.85.164) At 2006-05-21 23:38, 

<< Home