ช่วงนี้บ่นๆค่ะ ข้ามไปได้เลย 555*
...ช่วงนี้อารมณ์แปรปรวน -"- แต่หาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไม ' '? ...รู้แค่ว่า "เหนื่อย".... เหนื่อยทุกอย่าง ทั้งใจ ทั้งกาย ทั้งความคิด...
ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอีกไม่นานเราก็ "จะจบแล้ว..."
ถนนชีวิตกำลังจะแตกสายให้เลือกเดินอีกครั้ง...
ชีวิตประจำวันจะต้องเปลี่ยนแปลง...
อีกไม่กี่เดือนก็จะจบลงแล้วนะ ...ชีวิตวัยเรียนที่คุ้นเคยกับมันมาสิบกว่าปี ...ไม่น้อยเลยนะ ถ้าเทียบกับเข็มนาฬิกาชีวิตที่เดินผ่านไปแล้วน่ะ
...สิ่งที่หวังมักจะไม่ได้ สิ่งที่ได้มักไม่เป้นดังหวัง ...รู้อยู่ แต่ว่าทำไงได้ละ ...ขอ"ฝัน"สักนิดไม่เสียหายนี่นา...
วันนี้ไปดูแฮรี่มาละ...
รู้สึกรังสีม่วงๆมันคุกรุ่นพิกล ...โดยเฉพาะรอนกับแฮรี่ แล้วก็แฮรี่กับเซดริกน่ะ - -+
ภาคนี้แฮรี่อุแตกเชียะ... หน้าแดง ทำท่าเหนียมอยตลอดเรื่อง 555*
จบเหอะ!!!
บ่นพอละ...
มาเข้าเรื่องกันเถอะ...
เนื่องจากความเซ็ง ....ก็เลยกลายเป็นแรงบัลดาลใจให้ปั่นฟิก(สั้น)เรื่องใหม่ออกมา
แต่ยังไม่เสร็จเลยจ้า ^^"
เอา teaser ตัวอย่างมาให้ลองชิมก่อนนะ ^^
Warning!!! FMA MOVIE SPOILER ALERT
"Through the Shattered memory"
สายลมอ่อนพัดเรือนผมบลอนด์ยาวสยายปลิวกระจายระผิวหน้าเนียน...
เจ้าของร่างเล็กบางในโค้ทยาวสีน้ำตาลเปลือกไม้ยืนนิ่ง ...นัยน์ตาสีทองสว่างจดจ้องแผ่นป้ายหินเหนือหลุมศพเล็กๆ ดาดๆ ปราศจากจุดเด่นใดๆ ...มีเพียงรอยสลักจารึกชื่อผู้เป็นเจ้าของปรากฏชัดบนหินแกรนิตขัดเงา
บรรยากาศโดยรอบเงียบงันวังเวง กระทั่งร่างบางสามารถได้ยินกระทั่งเสียงลงหายใจของตนเอง ...แม้เป็นยามเที่ยงวันแต่ทิวหมอกหนาที่โรยตัวลงปกคลุมทั่วบริเวณก็สกัดกั้นแสงอาทิคย์ไม่ให้กล้ำกราย
เงียบเหงา ...
เศร้าสร้อย...
อ้างว้าง...
เป็นที่ที่ไม่เหมาะกับนายเอาซะเลย ...อัลฟอนส์
เอ็ดเวิร์ดนึกอย่างประชดประชัน ...นั่นสินะ หลังกวาดตามองไปรอบๆจนทั่ว ก็ได้รู้ว่าสุสานทั้งแถบจะเต็มไปด้วยหลุมศพแบบเดียวกันเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ...
สุสานชนชั้นกลางอันสงบเงียบ ...บัดนี้มีผู้เยี่ยมเยือนเพียงร่างเพรียวบาง ที่จะปรากฏตัวอยู่หน้าหลุมศพเล็กๆนี้ ...ในช่วงเวลาเดียวกันเป็นประจำทุกปี
ใบหน้าเรียวเล็กปราศจากอารมณ์... สะกดอารมณ์สั่นไหว เศร้าสร้อยไว้ใต้ดวงตาสีทอง...
ฉันกลับมาแล้ว ...อัลฟอนส์ เสียงนุ่มเอ่ยเบา ...คำทักทายของ เพื่อน ที่จากไกลไปกว่าหนึ่งปีเต็ม แต่ไม่เคยลืม คำสัญญา...
อย่าลืมผมนะครับ...
ไม่ลืมหรอก ...และจะไม่มีวันจืดจางด้วย ...รอยยิ้มของนายน่ะ
โรมาเนียหนาวชะมัด... ต้นไม้ผลัดใบแล้วด้วย ไม่เห็นสวยเหมือนตอนอยู่กับนายเลย บ่นกระปอดประแปดถึงประเทศที่เพิ่งไปเยือน ถ้าไม่ใช่เพราะคำขอร้องของเฮอร์มัน โอเบิร์ต เอ็ดคงไม่แวะเวียนกลับไปย่างเท้าลงดินแดนสุขสงบแห่งนั้นแน่ เพราะมันตอกย้ำ ...ย้ำเตือนให้นึกถึงรอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าชายหนุ่ม ผู้บัดนี้หลับใหลอยู่ใต้ผืนดิน
...เอ็ดเวิร์ดลามิสเตอร์โอเบิร์ตกลับเยอรมันหลังร่วมโปรเจคค้นคว้าไปได้เพียงแค่หนึ่งเดือน ...เขาไม่ค่อยมีความสุขกับวิธีการวิจัยของนักจรวดวิทยาหนุ่มนัก
แต่เขาก็บอกแน่ไม่ได้หรอก ...ก็แค่ ...บางทีจรวดวิทยาอาจไม่หลงเหลือเสน่ห์สำหรับเอ็ดอีกแล้วก็ได้
....แต่เอ็ดเวิร์ดรู้ดีว่านั่นไม่ใช่เหตุผลหลัก เขาตรงกลับมามิวนิค ทั้งๆที่อีก 3 วัน ตัวเองมีนัดสัมมนาเรื่องเคมีชีวภาคกับเหล่าศาสตราจารย์อ๊อกซ์ฟอร์ดจ่อคอรออยู่...
เดี๋ยวอีกสัก 2 วันค่อยย้อนไปอังกฤษก็ได้... เด็กหนุ่มนึกอย่างไม่ยี่หระ
เอาไว้ทีหลังเถอะ ...ทุกๆอย่างนั่นแหละ ...ขอเวลาให้เขาบ้าง...
แทนที่จะพักผ่อน ทันทีที่เหยียบแผ่นดินเยอรมัน ...นักวิทยาศาสตร์หนุ่มก็สลัดคิวงานอันยุ่งเหยิง มานั่งแปะอยู่ที่สุสานเล็กๆของชนชั้นกลางด้วยความเต็มใจ ...ไม่สิ เรียกว่าตั้งใจมุ่งตรงมาที่นี่มากกว่า
วันนี้ ... 2 ปี แล้วสินะ ...วันจากไปของอัลฟอนส์ ...
ร่างเล็กทรุดตัวลงนั่งยองหน้าป้ายหิน ฝ่ามือบางไล้รอยสลักจารึกชื่อเล่น นี่ ...อัลฟอนส์ ชั้นทะเลาะกับอัลอีกแล้วละ
ประโยคเรียบเรื่อยลอดผ่านริมฝีปากบางออกมาทีละน้อยดุจพร่ำบ่น หมอนั่นงอน หาว่าชั้นหลบหน้า ...เอาแต่ทำงาน ไม่มีเวลาให้ หาว่าชั้น........ น้ำเสียงสั่นพร่าเริ่มแหบเบา... ฟันซี่คมกดแน่นเหนือริมฝีปากแดง จนเขียวช้ำ เห็นเขาเป็นตัวแทนนาย
...จะเป็นยังไงกันนะ ถ้าตอนนี้คนอยู่ข้างๆฉันไม่ใช่อัล ... เอ็ดเวิร์ดโพล่งถ้อยคำในห้วงคิดออกมาไม่หยุดยั้ง ...สายตาจับจ้องเพียงดอกกุหลาบก้านแข็ง ที่ตัวเองเพิ่งวางลงเหนือแผ่นหิน ...กลีบบางเบาไหวน้อยๆด้วยแรงลม แต่เป็นนาย
ร่างบางปลดปล่อยความคิดไปกับจินตนาการที่ไม่อาจเป็นไปได้ ...ภาพชีวิตประจำวันเรียบง่ายที่มีเขา และไอเดอริธเป็นตัวละครเอกนั้นแล่นลื่นในมโนภาพ ไม่ได้รู้ตัวสักนิดว่าใครสักคนที่เพิ่งถูกเอ่ยชื่อไป ...กำลังยืนชะงักนิ่งใกล้ๆ
...ริมฝีปากได้รูปเม้มแน่น...
แบบนั้นสินะฮะ... ความรู้สึกจริงๆของพี่...
to be continue in full chapter....
อ่านแล้วมันสะเทือนอารมณ์จริงๆ
นะคะเอาให้มันจบสักเรื่องสองเรื่องก็ยังดี หนูจะได้ไม่สับสน
แม้แต่หลังตาย ไฮเดก็ยังเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสัมพันธ์ของเอ็ดกับอัลสินะ...
อา...เรื่องนี้ดูเหมือนเอ็ดแอบใจร้าเรย...ช้ำในแน่ๆ