2006/Jan/03


Nobuta wo Produce

มา "ปั้น" ดินให้เป็นดาวกันเถอะ!!

หล้งจากดู drama เรื่องนี้จบไปเบ็ดเสร็จ 2 อาทิตย์ ก็ชักอยาก review ขึ้นมาแล้วสิ ^^

แหะๆ ไม่อยากบอกเลยว่า เรื่องนี้เป็น j*drama ที่ชอบมากที่สุดในปีที่ผ่านมาเลยละ ไม่ใช่เพราะอิทธิพลดาราหรอกน่า (ถึงจะมีส่วนเล็กๆ ก็เถอะ ^^ คาเมะจังน่ารักจริงๆ นี่นา ถึงดูไปดูมาจะปลาบปลื้มยามะพีมากกว่าก็เถอะ 55*) แต่เป็นเพราะเนื้อเรื่องที่(ดูเหมือน)จะติงต๊อง แต่ไปๆมาๆ ให้ข้อคิด(กับเรา)เยอะเหมือนกัน โดยเฉพาะมุมมองของความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป้นระหว่างครอบครัว เพื่อน หรือคนรัก หรือความหมายของการมีชีวิตอยู่...

*ที่แน่นอนคือต้องมีสปอยด์สิคะ หุหุ แต่ไม่เป็นไร ...เราทำตัวล่องหนไว้ อยากรู้ค่อยคลิกขวา แล้วเลือก select all ก็แล้วกันค่ะ ^^

.

.

.

จำเป็นด้วยหรือที่จะต้องเป็นที่รักของทุกคน?

จำเป็นด้วยหรือที่จะต้องให้ทุกคนมองว่าเราเป็นคนดี ...มีค่า?

จำเป็นด้วยหรือที่จะต้องเด่นดัง ...ในเมื่อต้องฝืนแสดงละคร ใส่หน้ากากที่ไม่ใช่ตัวตนของตัวเองทุกเมื่อเชื่อวัน?

...เพราะท้ายที่สุดแล้ว ...เราอาจแค่ต้องการ "ใครสักคน" ....

.

.

Main Cast

Kiritani Shuji [Kamenashi Kazuya]

ชูจิเป็นตัวละครที่เราชอบที่สุดในเรื่องนี้เลย อาจเป็นเพราะคาแรกเตอร์ที่ angst มากๆ ละมั้ง

ในขณะที่เป็นที่ชื่นชอบ รักใคร่ของทุกคน ไม่มีใครรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้กำลังเหยียดหยามคนอื่นๆ อยู่ในใจ ...เขาคิดว่าตัวเองนั้นสำคัญ เพราะฉะนั้นทุกคนจึงทิ้งเขาไม่ได้!

ใต้รอยยิ้มสดใสที่มีให้กับทุกคน ชูจิซ่อนความกลัว ...กลัวที่จะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เพิกเฉย ไม่เห็นความสำคัญเอาไว้ลึกๆ

ชูจิทำทุกอย่าง ...ตั้งแต่ออกหน้าเป็นโต้โผใหญ่งานโรงเรียน ทำทุกอย่างที่ทุกคนไหว้วาน รวมไปถึงคบกับผู้หญิงเพื่อทำให้ตัวเองดูดี ทั้งๆ ที่ไม่ได้เคยชอบหล่อนเลย!

ชีวิตเขาดำเนินเช่นนี้เรื่อยมา จนกระทั่งเกิดความคิดจะ "Produce" เด็กสาวน่าสงสาร "โนบุโกะ" ร่วมกับ "อากิระ" ...."เพื่อน" ที่ชูจิไม่เคยรู้ตัวเองเลยว่าได้เปิดใจให้ไปแล้วตั้งแต่แรก

มองจากมุมวายๆ และ Spoiler ถึงตอนจบ ^^

เราว่าชูจิเป็นคนขี้เหงานะ

โดยเฉพาะหลังจากถูกเข้าใจผิดว่าจงใจปล่อยให้เพื่อนถูกรุมทำร้าย และเล่นละครตบตาเพื่อให้ตัวเองดูดีมาตลอด [ตรงนี้ก็แอบเข้าใจถูกบ้างละนะ^^"]

จากคำพูดในตอน 8 ที่เขาตัดพ้ออากิระ กับโนบุโกะ หลังจากโดนเพื่อนๆในห้องตั้งข้อรังเกียจ ว่า "ไม่มีใครเข้าใจฉันหรอก เสียงของฉันไม่เคยส่งไปถึงใครเลย ...เพราะฉะนั้น อย่ามายุ่งกับฉันดีกว่า ก่อนที่พวกนายจะโดนเกลียดไปด้วย"

แต่สาวกวายได้กรี๊ดกร๊าดก็คงเป็นหลังจากโนบุโกะรู้สึกผิดที่เข้ามากอดปลอบชูจิ หลังจากเขาบอกเลิก"มาริโกะ"[แฟนชูจิ เป็นคนน่ารักโคดๆ]ไป และรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า...และรูปนั้นถูกถ่ายเอาไว้โดย "อาโออิ"[นังตัวร้ายที่คอยหาทางกลั่นแกล้งชูจิตลอดเวลา แง่งๆ*]

อาโออิขู่ว่าจะเอารูปนั้นไปให้เอากิระดู[ชูจิรู้ว่าอากิระชอบโนบุโกะค่ะ ^^" แต่ฝ่ายหญิงท่าทางจะชอบชูจิง่ะ] ชูจิเลยจำเป็นต้องทำตัวห่างเหินจากเพื่อนทั้ง 2 และเลิกล้มแผน "Produce" โนบุโกะ หลังจากเดินมาแล้วถึงครึ่งทาง ...ในตอนนั้นโนบุโกะไม่ถูกรังเกียจแล้ว เพียงแต่ยังไม่โด่งดังเท่านั้นเอง

แต่ไปๆมาๆ หลังจากอาโออิเผยแผนการที่แท้จริง ว่าต้องการจะทำร้ายโนบุโกะถึงขั้นให้ฆ่าตัวตาย ชูจิก็ทนไม่ได้ ...กระชากคอเสื้อนังมารขึ้นมา ทำท่าจะต่อยเลยละ 55* แต่กลายเป็นว่าทุกคนมาเห็น แล้วคิดว่าชูจิทำร้ายผู้หญิงแทน

...ไม่มีใครเลยที่จะเข้าข้างชูจิ มีแค่อากิระที่เดินเข้ามา"กอด" แล้วพูดว่า "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไปนะ ชูจิคุง" [/me ชอบหน้าตาชูจิตอนนี้มากๆค่ะ ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ดีใจ และเจ็บปวดในคราวเดียวกันได้น่าปลอบจริงๆ เข้าใจความรู้สึกอากิระเลยล่ะ ...] ในขณะที่คอซบกับอกอากิระ มืออีกข้างก็ขยำรูปซะแน่น หมือนไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ความจริง เพราะกลัวจะสูญเสีย"ความอบอุ่นนี้"ไป

ชูจิ : "เชื่อฉันได้มั้ย? เชื่อในตัวฉันนะ"

อากิระ : "มันของตายน่า แต่เชื่อเรื่องอะไรละ?"

ชูจิ : "ยังบอกไม่ได้หรอก แต่สัญญานะ ...สัญญาว่าจะเชื่อฉัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ...ถ้านายเชื่อฉัน ...ก็หมายความว่า เสียงของฉันจะส่งไปถึงนาย..."

^

^

^

อ๊ากกกก~ จะน่าเกลียดไปมั้ย ถ้าจะบอกว่านั่นคือบทสนทนาที่เรากระดี๊กระด๊าที่สุด >[]< ก็ก่อนหน้านั่นแป๊บเดียวชูจิเคยพูดว่าเสียงของเขาไม่เคยส่งไปถึงใครได้เลย หมายความว่า "อากิระ" คือคนเพียงคนเดียวที่เชื่อในการมีตัวตนของชูจิสินะ ^^

เราว่าถ้าวัดจากตัวละครหลักทั้ง 3 แล้ว ชูจิเป็นคนที่อ่อนแอและบอบบางที่สุด

เขาไม่สามารถ"รัก"ใครได้[คำพูดที่ชูจิใช้ตอนขอเลิกกับมาริโกะ]เพราะมอบความ"รัก"ให้ทุกคนไปหมดแล้ว ...ถ้าเพียงแต่ทุกคนมองข้าม ชูจิก็คงจะแตกสลายแน่ๆ เหมือนกับคำพูดของอาจารย์ ที่บอกโนบุโกะว่า "แวมไพร์จะมีจริงก็ต่อเมื่อ เธอเชื่อว่ามันมีอยู่ แต่เมื่อไหร่ที่เธอเลิกที่จะเชื่อ แวมไพร์ก็จะสูญสลายไปจากโลกนี้"

ชูจิ คือตัวแทนของคนที่เชื่อมั่นว่า "you got, what you give"...แต่ในโลกนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างตายตัวแน่หรือ?

...กว่าเขาจะเข้าใจว่า "สิ่งมีค่า" ที่ได้ตอบแทนกลับคืนมา อาจไม่ใช่ชื่อเสียง หรือคำสรรเสริญชื่นชมท่ามกลางสายตาเย็นชาจากเพื่อนคนอื่น ที่ทำเหมือนกับว่าภายในห้องเรียนนั้น ไม่มี"คิริทานิ ชูจิ"อยู่ แต่อากิระกับโนบุโกะ กลับเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม เสียงของอากิระที่พูดว่า "กลับบ้านกันนะ ชูจิคุง" เรียกรอยยิ้มกลับมาประดับเหนือใบหน้าชูจิได้อีกครั้ง

...บทเรียนของการเป้นคนที่ถูกเพิกเฉย ก็สอนให้ชูจิรู้ว่า ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องทำให้ทุกคน"รัก"เรา ...ขอแค่เพียง ในโลกนี้ใครสักคนที่เชือมั่น และอยู่เคียงข้างเราเสมอ ...แค่นั้นก็พอไม่ใช่เหรอ?

Spoiler ตอนจบเบ้งๆ!!

ตรงตามคำร่ำลือค่ะ ...เรื่องนี้ตอนจบมันวายคุกรุ่นจริงๆด้วย ยิ่งถ้ามองตามมุมของสาววายแล้ว ยังกับว่า ..." โนบุโกะยอมเสียสละ ยกอากิระให้ชูจิเลย!!" 55*

เนื่องจากเรื่องมันมีอยู่ว่า หลังจากพยายามกันเลือดตาแทบกระเด็น "Nobuta produce Project" ก็สำเร็จลงอย่างงดงาม โนบุโกะกลายเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน พร้อมๆกับ"ชีวิต"ที่เริ่มผลิบานขึ้นในตัวเธออีกครั้ง ...

แต่ ...ในเวลาเดียวกัน ครอบครัวชูจิกลับประสบปัญหา พ่อจำเป็นต้องย้ายงานไปจังหวัดอื่น ...แต่ความจริงแล้ว พ่อต้องการให้ชูจิ"อยู่"โตเกียวต่อไป โดยจำใจแบกรับภาระรายจ่ายที่มากขึ้นเอาไว้...เพราะพ่อรู้ว่า นี่คือครั้งแรกที่ลูกได้มี"เพื่อน"จริงๆ

แต่ชูจิกลับเป็นฝ่ายปฏิเสธเอง ส่วนหนึ่งเพราะ "โคจิ" น้องชายที่ต้องการให้เขาอยู่ข้างๆ และหน้าที่"แม่บ้าน" ที่ชูจิทำมาตลอด[บ้านนี้ลูกชายคนโตเป็นแม่บ้านค่ะ ทั้งทำอาหาร ซักผ้า ทำความสะอาด ดูแลพ่อกับน้อง แทนแม่ที่ไปทำงานต่างประเทศ 55*] เหตุผลสำคัญคือ เขาไม่ต้องการทิ้งให้พ่อกับน้องลำบาก...

ถึงอากิระจะถามแบบโกรธๆว่า "นายไม่เคยนึกจะตามใจตัวเองบ้างรึไง" นั่นคงเป็นคำขอร้องให้ชูจิอยู่จากอากิระตามสไตล์ปากหนักแบบเขานั่นแหละ

ชูจิจากโตเกียวด้วยรอยยิ้ม ...เพื่อนในห้องทุกคนหลังจากรู้ว่าชูจิจะย้ายโรงเรียน ต่างพร้อมใจกันมาส่ง เหลือก็ค่อากิระที่"ทำใจไม่ได้" จนคุณลุงต้องมาปลอบว่า "ถ้าไม่กล้สเผชิญหน้ากับสิ่งที่ยาก ในอนคตจะกลับมาแก้ไขไม่ได้แล้วนะ"

อากิระจึงยอมไปส่งชูจิเหมือนกับคนอื่น ^^

เราชอบคำพูดของชูจิตอนเริ่มต้นที่โรงเรียนใหม่มากเลย..." ไม่ว่าจะต้องล้มลงสักกี่ครั้ง คิริทานิ ชูจิก็จะลุกขึ้นมาใหม่ และจะก้าวเดินต่อไป"

แต่แล้ว ...ปาฏิหาริย์ก็บังเกิด เมื่อเขาแนะนำตัวเสร็จและมองไปหลังห้อง ...อากิระยืนอยู่ตรงนั้น!

พร้อมกับส่งจูจุ๊บ Kon~ >[]<~ /me ตอนนี้กรี๊ดชีพจรแทบหยุดเต้น 55*

Shuji to Akira!!

to be continue...



edit @ 2006/01/03 21:30:20
edit @ 2006/01/03 21:33:05

2005/Nov/27

>>> ดำ ...ขาว <<<

งานศพ

คุณชายไฮเดอริธ

.

.

เอ็ดจัง

.

.

อะไรเนี่ย ^^"

2005/Oct/30

ไม่ได้รีวิวหนังมานานแล้ว

ทำไมเกิดนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้นะ...

อาจเป็นเพราะเพิ่งไปดูหนังเรื่อง "เพื่อนสนิท"

บวกกับเมื่อวานที่งาน PUMPKIN WIZARD ...ในเกมตอบคำถามแฟนพันธ์แท้ HP มีคำถามว่า อัลฟองโซ คัวร์รอน ผกก. HP ภาค 3 เป็นชาวสเปนผิดหรือถูก?

ตอนแรกเราก็สับสน แต่พอมานึกถึง Y tu mama Tambien และ กาเอล การ์เซีย เบอร์นัล (อันนี้ส่วนตัว 55*) ขึ้นมา เราก็ฟันธงทันทีว่า ยังไงก็เม็กซิกันแน่นอน! และก็ถูกเผงค่ะ 55*

โดยส่วนตัวแล้ว Y tu mama Tambien หรือ And Your Mother too ติดอันดับหนึ่งในหนังคลาสต์สิกในใจเราไปแล้ว

เราไม่ได้ดู Full Version แต่มั่นใจว่า ถึงอย่างนั้นเนื้อหาสำคัญก็คงไม่ได้ขาดหายไปไหน...

Y tu mama Tambien เปลี่ยนแปลงเราหลายๆอย่าง...

หนังเรื่องนี้ทำให้เราหลงรัก กาเอล การ์เซีย เบอร์นัล ...

หนังเรื่องนี้ทำให้เรานึกถึงหนึ่งอีกนิยามของคำว่า "เพื่อนสนิท" อะฮ่า~

หนังเรื่องนี้ทำให้เราติดใจ Road movie ...

หนังเรื่องนี้ทำให้เราเริ่มดูหนังเรต nc 17... ถึงแม้ Y tu จะเรตแค่ R ก็ตาม...

ต่อไปเป็น spoil นะคะ...

.

.

.

Y tu mama tambien

คุณมีเพื่อนสนิทที่สุดไหม?

คนๆหนึ่งที่เข้าใจคุณทุกอย่าง เข้าใจคุณ ...หัวเราะกับคุณ ร้องไห้กับคุณ และ ...รักคุณ

ถ้ามี...

คุณเคยหักหลังเขาไหม...

คุณเคยผิดคำสัญญากับเขาหรือเปล่า?

ที่สำคัญ ...

.

.

คุณเข้าใจความรู้สึกแท้จริงที่มีให้แก่เขาหรือไม่?

เราไม่ได้กำลังพูดถึงหนังเรื่อง "เพื่อนสนิท" ที่กำลังติดลมบนในขณะนี้ แต่กำลังกล่าวถึงความสัมพันธ์ของ 2 ตัวละครหลักใน Y tu mama Tambien

เทนอช[ดิเอโก้ ลูนาร์] และจูลิโอ[กาเอล การ์เซีย เบอร์นัล] 2 หนุ่มน้อยเม็กซิกัน ที่ต่างเรียกอีกฝ่ายว่าเพื่อนซี้ ทั้งๆที่ฐานะทางสังคมแตกต่างกันอย่างเหลือเชื่อ ในขณะที่เทนอชเป็นลูกชายนักการเมืองมีหน้ามีตา แต่จูลิโอกลับเป็นเด็กกำพร้าพ่อ อาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นจนๆกับแม่ และพี่สาวที่เป็นนักเรียกร้องสิทธิมนุษยชน [>[]<~ ให้มันได้อย่างนี้สิ]

ในวันปิดภาคเรียนฤดูร้อน แฟนสาวของทั้งคู่ต่างขนข้าวของออกเดินทางไปเที่ยวยุโรป ปล่อย 2 หนุ่มให้เคว้งคว้างอยู่กับบ้าน ...แต่ราวกับพระเจ้าเข้าข้าง ...

ในงานแต่งงานของพี่สาวเทนอช ทั้งคู่ได้พบกับหลุยซาร์ สาวใหญ่ภรรยาญาติผู้พี่ของเทนอชที่เพิ่งเดินทางมาจากสเปน ...หล่อนกำลังระหองระแหงกับสามี เปิดโอกาสให้ 2 หนุ่มชวนหล่อนออกเดินทางท่องเที่ยวไปยัง หาดทรายลับ ทีว่ากันว่าสวยงามที่สุด...

ด้วยสาเหตุบางประการ หลุยซาร์ตอบตกลง...

การเดินทางของ 2 เด็กหนุ่ม และหนึ่งหญิงสาว เริ่มต้นขึ้น...

โดยที่ เทนอช และจูลิโอไม่รู้เลยว่า การเดินทางครั้งนั้นจะแปรเปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเขาไปตลอดกาล...

.

.

หลายคนบอกว่าฉากจบของเรื่องนี้ที่จูลิโอ ปล่อยให้เทนอชเดินออกไปจากร้านกาแฟ ...เดินออกไปจากชีวิตเขาตลอดกาลนั้น เศร้ากระชากใจ ...แต่สำหรับเรา ภาพใบหน้าเหม่อลอยของจูลิโอ กับรอยยิ้มเศร้าๆเรียกน้ำตาให้รื้นขึ้นคลอๆเท่านั้น เราว่า ..."การลาจาก" สำหรับพวกเขาทั้งคู่ อาจเป็นหนทางที่ดีที่สุด

เราเชื่อว่า... ในตอนนั้น

แค่เพียงจูลิโอเอ่ยปาก ...เทนอชต้องเดินกลับมาหาเขาแน่

แต่เขาก็ไม่ทำ...

เขาเลือกที่จะสูญเสีย...

ดีกว่าดึงอนาคตของเทนอช และตัวเองจมดิ่งลงเหว...

เทนอชที่เขาเคยรู้จัก ไม่มีอยากเรียนหนังสือต่อ จมจ่อมตัวเองอยู่กับความฝันที่จะเป็นนักเขียน ...ไม่ได้หันมองความจริงสักนิดว่า "ครอบครัว"ตัวเองกำลังเป็นเช่นไร ...

แต่ชายหนุ่มที่จูลิโอได้พบในร้านกาแฟกลับบอกเขาอย่างชัดเจน ว่าตัวเองกำลังเรียนเศรษฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัย และกำลังคบหาอยู่กับหญิงสาวในมหาวิทยาลัยเดียวกัน...

.

.

ในตอนแรกที่ออกเดินทาง ดูเหมือนเพื่อนซี้ทั้งคู่กะ"หวังฟัน"หญิงสาวรุ่นพี่เหมือนๆกัน

แต่พอเอาเข้าจริง

เมื่อจูลิโอขึ้นไปพบหลุยซาร์กับเทนอชกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันในโรงแรม เขากลับหันหลัง วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต

เด็กหนุ่มหนีลงไปนั่งสงบจิตสงบใจริมสระว่ายน้ำคนเดียว ... ทั้งๆที่น่าจะไม่รู้สึกอะไร หรืออย่างน้อยก็แค่เคืองเพื่อนที่ได้แอ้มขนมชิ้นอร่อยก่อน แต่ภาพที่ประจักษ์ต่อสายตานั้นกลับทำให้จูลิโอรู้สึก "อยากอาเจียน"

จนกระทั่งเทนอชลงมาตาม...

จูลิโอสารภาพหมดเปลือกด้วยความโกรธเคืองว่า "เขาเคยมีอะไรกับแฟนเทนอช"

ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนเริ่มสั่นคลอน...

จนกระทั่งหลุยซาร์ตัดสินใจยื่นมือเข้ามาช่วย...

จูลิโอกับเทนอชกลับมายอมเผชิญหน้ากันอีกครั้ง

และเทนอชกสารภาพว่าเขาเคยมีอะไรกับแฟนจูลิโอเหมือนกัน...

ทั้ง 2 คนผิดสัญญาที่เคยมีไว้ให้แก่กัน...

การเดินทางของพวกเขาทั้ง 3 ดำเนินต่อไป โดยมีหลุยซาร์เป็นผู้ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง ...

จนกระทั่งคืนสุดท้ายในชายหาด...

เพราะแผนของหลุยซาร์ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจูลิโอกับเทนอชไม่หมือนเดิมอีกต่อไป...

.

.

คืนนั้นเพียงคืนเดียว ทำให้ทั้ง 2 คนเข้าหน้ากันไม่ติด

หรือ ...ทั้งสองไม่สามารถยอมรับความรู้สึกแท้จริงของตัวเองที่เพิ่งถูกค้นพบได้...

คัวร์รอนไม่ได้เจาะจงลงไปว่า ...ทำไมเทนอช และจูลิโอต่างรู้สึกผิด

ต่างฝ่ายอาจต่างเก็บงำความรู้สึก "รัก" เอาไว้แต่ไม่กล้าแสดงออก

คำว่า "เพื่อนสนิท" ที่ถูกทำลาย ด้วยความสัมพันธ์ที่ "ถลำลึก" เกินเยียวยา

...ในเมื่อ ล้ำเส้น แล้ว ...พวกเขาก็ไม่อาจอยู่เคียงข้างกันได้อีกต่อไป

หลุยซาร์สอนบทเรียนนี้แก่เด็กหนุ่มทั้งสอง ก่อนตัวหล่อนจะจากโลกนี้ไปตลอดกาล ด้วยโรคร้าย...

Y tu mama Tambien ร้อยเรียงความสัมพันธ์ของ "วัยรุ่น" ออกมาอย่างละเมียดละไม ผ่านความ "ห่าม" ของบทสนทนา และการแสดงอันยอดเยี่ยมของตัวเอกทั้ง 3

โดยเฉพาะ กาเอล การ์เซีย เบอร์นัล กับบทหนุ่มน้อยคิดมาก ที่ไม่ยอมแสดงออก ...ถ้าใครชอบหนังวายคุณภาพ แนะนำให้ หาเรื่อง Bad Education ของ Pedro Almodovar มาดู ...เบอร์นัล รับบทได้สุดยอดอีกแล้ว [แอบคิดว่าทำไมเค้าชอบรับบท อุเกะ จังเลย - -+] ...เรื่องล่าสุดของเบอร์นัล คือ Motorcycle Diaries เขารับบท เช เกวารา นักปฏิวัติคิวบา ที่ออกเดินทางตามหา "ตัวเอง"

หรือ ดิเอโก้ ลูนาร์ หนุ่มหล่อ เพื่อนสนิทในชีวิตจริงของเบอร์นัล ที่เบอร์นัลเสนอคัวร์รอนให้ยกบทเทนอชให้ด้วยตัวเอง ก็เหมาะดีกับบทเพลย์บอยหนุ่มช่างฝัน ผู้ไม่เคยรู้เลยว่าชีวิตจริงนั้นเป็นอย่างไร...

ยอดเยี่ยมที่สุดคงหนีไม่พ้น คัวร์รอน ที่เราแทบไม่เชื่อว่า หลังจาก Y tu เขาจะเปลี่ยนมากุมบังเหียน HP 3 แต่คัวร์รอนก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม

HP3 คือหนังแฮรี่ ที่เป็น "หนัง"จริงๆ ไม่ใช่ภาพเคลื่อนไหวบนจอภาพยนตร์ ที่เล่าเรื่องตามหนังสือทุกกระเบียดนิ้ว ...

DVD Cover ของ Y tu mama Tambien ค่ะ ...